ทำไมต้องรู้ศัพท์ Forex
การเทรด Forex มีศัพท์เฉพาะทางจำนวนมากที่เทรดเดอร์ต้องเข้าใจ การไม่รู้ศัพท์ไม่ได้แค่ทำให้อ่านบทความหรือดูวิดีโอสอนเทรดไม่เข้าใจ แต่อาจทำให้คุณ ตัดสินใจผิดพลาดในการเทรดจริง ลองนึกภาพว่าคุณไม่รู้ความต่างระหว่าง Market Order กับ Limit Order แล้วเปิดออเดอร์ผิดประเภท หรือไม่เข้าใจว่า Margin Call คืออะไร จนพอร์ตโดน Stop Out หมดตัว
พจนานุกรม Forex A-Z ฉบับนี้รวบรวมศัพท์สำคัญทุกคำที่เทรดเดอร์ไทยต้องรู้ แต่ละคำมี คำอธิบายภาษาไทยที่เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างการใช้งานจริง เก็บบทความนี้ไว้เป็น Reference หรือ Bookmark ไว้ เมื่อเจอศัพท์ที่ไม่รู้ กลับมาเปิดดูได้ทุกเมื่อ
A
Ask (ราคา Ask / ราคาขาย)
ราคาที่โบรกเกอร์เสนอขายสกุลเงินให้คุณ หรือพูดง่ายๆ คือราคาที่คุณจะต้องจ่ายเมื่อต้องการ ซื้อ (Buy) คู่เงิน Ask จะสูงกว่า Bid เสมอ ส่วนต่างระหว่าง Ask กับ Bid เรียกว่า Spread
ตัวอย่าง: EUR/USD Bid 1.0850 / Ask 1.0852 ถ้าคุณกด Buy คุณจะได้ราคา 1.0852
Appreciation (ค่าเงินแข็งค่า)
การที่สกุลเงินมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ตรงข้ามกับ Depreciation
ตัวอย่าง: ถ้า USD/THB ขยับจาก 35.00 เป็น 36.00 แสดงว่า USD Appreciate (แข็งค่า) เทียบกับ THB
ATR (Average True Range)
Indicator ที่วัดความผันผวน (Volatility) ของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง ATR ไม่ได้บอกทิศทางราคา แต่บอกว่าราคาเคลื่อนไหวกว้างแค่ไหน ใช้ในการกำหนดระยะ Stop Loss ที่เหมาะสม
ตัวอย่าง: ถ้า ATR ของ EUR/USD บน Daily คือ 80 pips หมายความว่าราคาเคลื่อนที่เฉลี่ย 80 pips ต่อวัน
B
Base Currency (สกุลเงินหลัก)
สกุลเงินตัวแรกในคู่เงิน เป็นสกุลเงินที่คุณ “ซื้อ” เมื่อกด Buy
ตัวอย่าง: ในคู่ EUR/USD, EUR คือ Base Currency ถ้าคุณ Buy EUR/USD หมายความว่าคุณซื้อ EUR และขาย USD
Bear / Bearish (ตลาดหมี / ขาลง)
สภาวะตลาดที่ราคามีแนวโน้มลดลง เทรดเดอร์ที่คาดว่าราคาจะลงเรียกว่า Bear ตรงข้ามกับ Bull (ขาขึ้น) คำนี้มาจากหมีที่ตะปบลง
ตัวอย่าง: “ตลาดทองคำ Bearish เพราะ Fed ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย”
Bid (ราคา Bid / ราคาซื้อ)
ราคาที่โบรกเกอร์เสนอซื้อสกุลเงินจากคุณ หรือราคาที่คุณจะได้รับเมื่อ ขาย (Sell) คู่เงิน Bid จะต่ำกว่า Ask เสมอ
ตัวอย่าง: EUR/USD Bid 1.0850 / Ask 1.0852 ถ้าคุณกด Sell คุณจะได้ราคา 1.0850
Bollinger Bands
Indicator ที่ประกอบด้วย 3 เส้น คือ Moving Average ตรงกลาง และ 2 เส้นนอก (Upper Band, Lower Band) ที่ห่างจาก MA ตาม Standard Deviation ใช้วัดความผันผวนและหาจุดเข้าเทรด เมื่อ Band แคบ = ตลาดสงบ เมื่อ Band กว้าง = ตลาดผันผวน
Breakout (การทะลุแนวรับ/แนวต้าน)
การที่ราคาทะลุผ่านระดับ Support หรือ Resistance ที่สำคัญ Breakout มักตามมาด้วยการเคลื่อนไหวรุนแรงไปในทิศทางที่ทะลุ เทรดเดอร์ใช้ Breakout เป็นสัญญาณเข้าเทรด
Broker (โบรกเกอร์)
ตัวกลางที่ให้บริการแพลตฟอร์มเทรดและเชื่อมต่อคุณเข้ากับตลาด Forex โบรกเกอร์ทำเงินจาก Spread หรือ Commission การเลือกโบรกเกอร์ที่ดีเป็นสิ่งสำคัญมาก
Bull / Bullish (ตลาดกระทิง / ขาขึ้น)
สภาวะตลาดที่ราคามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น เทรดเดอร์ที่คาดว่าราคาจะขึ้นเรียกว่า Bull คำนี้มาจากกระทิงที่ขวิดขึ้น
C
Candlestick (แท่งเทียน)
รูปแบบกราฟที่แสดง 4 ข้อมูลในแท่งเดียว คือ Open (ราคาเปิด), High (ราคาสูงสุด), Low (ราคาต่ำสุด), Close (ราคาปิด) แท่งเทียนเป็นกราฟที่นิยมใช้มากที่สุดใน Technical Analysis
Carry Trade
กลยุทธ์การยืมเงินจากสกุลที่ดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในสกุลที่ดอกเบี้ยสูง เพื่อรับส่วนต่างดอกเบี้ย (Swap)
ตัวอย่าง: Buy AUD/JPY เพราะ AUD มีดอกเบี้ยสูงกว่า JPY จะได้รับ Positive Swap ทุกวัน
Commission (ค่าคอมมิชชัน)
ค่าธรรมเนียมที่โบรกเกอร์เรียกเก็บต่อการเทรด 1 Lot บัญชีประเภท ECN/Raw Spread มักมี Commission แทนที่จะบวกลงใน Spread
ตัวอย่าง: Commission $7/lot หมายถึงจ่าย $7 ทุกครั้งที่เปิดและปิดออเดอร์ 1 Standard Lot
Consolidation (ตลาด Sideway / พักตัว)
ช่วงที่ราคาเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ไม่มีทิศทางที่ชัดเจน มักเกิดขึ้นหลังจากราคาวิ่งแรงและตลาดกำลัง “พักตัว” ก่อนจะวิ่งต่อ
Correlation (ความสัมพันธ์ระหว่างคู่เงิน)
การที่คู่เงิน 2 คู่เคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกัน (Positive Correlation) หรือตรงข้ามกัน (Negative Correlation)
ตัวอย่าง: EUR/USD กับ GBP/USD มี Positive Correlation สูง (มักขึ้นลงพร้อมกัน) EUR/USD กับ USD/CHF มี Negative Correlation (เมื่ออันหนึ่งขึ้น อีกอันมักลง)
Cross Pair (คู่เงิน Cross)
คู่เงินที่ไม่มี USD อยู่ในคู่ เช่น EUR/GBP, AUD/JPY, GBP/CHF ตรงข้ามกับ Major Pair ที่มี USD อยู่ด้วย Cross Pair มักมี Spread กว้างกว่าและ Liquidity ต่ำกว่า Major Pair
Currency Pair (คู่เงิน)
การแสดงราคาของสกุลเงินหนึ่งเทียบกับอีกสกุลหนึ่ง ประกอบด้วย Base Currency (ตัวหน้า) และ Quote Currency (ตัวหลัง)
D
Day Trading (เทรดรายวัน)
สไตล์การเทรดที่เปิดและปิดออเดอร์ภายในวันเดียวกัน ไม่ถือข้ามคืน เพื่อหลีกเลี่ยง Overnight Risk และค่า Swap
Depreciation (ค่าเงินอ่อนค่า)
การที่สกุลเงินมีมูลค่าลดลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น ตรงข้ามกับ Appreciation
Divergence (ไดเวอร์เจนซ์)
สถานการณ์ที่ราคาเคลื่อนไหวไปทิศทางหนึ่ง แต่ Indicator เคลื่อนไหวไปอีกทิศทาง เป็นสัญญาณเตือนว่า Trend อาจกำลังจะเปลี่ยน
ตัวอย่าง: ราคาทำ Higher High แต่ RSI ทำ Lower High = Bearish Divergence (สัญญาณราคาอาจลง)
Drawdown (การขาดทุนจากจุดสูงสุด)
จำนวนเงินหรือเปอร์เซ็นต์ที่พอร์ตลดลงจากจุดสูงสุด ใช้วัดความเสี่ยงของกลยุทธ์หรือพอร์ต
ตัวอย่าง: พอร์ตเคยสูงสุด $10,000 ตอนนี้ลดลงเหลือ $8,000 Drawdown = $2,000 หรือ 20%
Doji (แท่งเทียน Doji)
แท่งเทียนที่ราคาเปิดกับราคาปิดเท่ากันหรือใกล้เคียงกัน แสดงถึงความลังเลของตลาด มักเป็นสัญญาณว่า Trend อาจจะเปลี่ยน
E
EA (Expert Advisor / ระบบเทรดอัตโนมัติ)
โปรแกรมที่เขียนด้วยภาษา MQL4/MQL5 สำหรับเทรดอัตโนมัติบน MT4/MT5 EA จะเปิด-ปิดออเดอร์ตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้โดยไม่ต้องมีคนควบคุม
ECN (Electronic Communication Network)
ระบบที่เชื่อมต่อเทรดเดอร์เข้ากับ Liquidity Provider โดยตรง ไม่ผ่าน Dealing Desk บัญชี ECN มักมี Spread ต่ำมากแต่มี Commission
Equity (ส่วนของผู้ถือหุ้น / ยอดเงินรวมกำไร-ขาดทุน)
ยอดเงินในบัญชีรวมกำไรหรือขาดทุนจากออเดอร์ที่เปิดอยู่ คำนวณจาก Balance + Floating Profit/Loss
ตัวอย่าง: Balance $5,000 มีออเดอร์กำไร $300 Equity = $5,300
Exotic Pair (คู่เงินเล็ก)
คู่เงินที่ประกอบด้วยสกุลเงินของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ เช่น USD/THB, USD/TRY, EUR/ZAR มักมี Spread กว้างมากและ Liquidity ต่ำ
F
Fibonacci Retracement
เครื่องมือ Technical Analysis ที่ใช้ระดับ Fibonacci (23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%, 78.6%) ในการหาจุดที่ราคาอาจ Retrace (ย้อนกลับ) ก่อนไปต่อในทิศทางเดิม
Fill (การ Execute ออเดอร์)
การที่ออเดอร์ของคุณถูก Execute สำเร็จ ได้ราคาที่ต้องการ “Filled” หมายถึงออเดอร์สำเร็จแล้ว “Partially Filled” หมายถึงถูก Execute บางส่วน
Floating Profit/Loss (กำไร/ขาดทุนลอยตัว)
กำไรหรือขาดทุนจากออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่ ยังไม่ปิด ค่านี้จะเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามราคาตลาด จะกลายเป็น Realized Profit/Loss เมื่อปิดออเดอร์แล้ว
Forex (Foreign Exchange / ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตรา)
ตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีปริมาณการซื้อขายกว่า $7.5 ล้านล้าน USD ต่อวัน เปิดทำการ 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ (จันทร์-ศุกร์)
Free Margin (มาร์จินว่าง)
จำนวนเงินในบัญชีที่สามารถใช้เปิดออเดอร์ใหม่ได้ คำนวณจาก Equity – Used Margin ถ้า Free Margin เป็น 0 จะไม่สามารถเปิดออเดอร์ใหม่ได้
Fundamental Analysis (การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน)
การวิเคราะห์ค่าเงินโดยดูจากข้อมูลเศรษฐกิจ นโยบายธนาคารกลาง เหตุการณ์การเมือง และปัจจัยภายนอกต่างๆ ตรงข้ามกับ Technical Analysis ที่ดูจากกราฟ
G
Gap (ช่องว่างราคา)
ช่องว่างบนกราฟที่เกิดจากราคาปิดของแท่งเทียนก่อนหน้าและราคาเปิดของแท่งถัดไปต่างกันมาก มักเกิดตอนตลาดเปิดวันจันทร์ (Weekend Gap) หรือหลังข่าวสำคัญ
GTC (Good Till Cancelled)
ประเภทของ Pending Order ที่จะค้างอยู่จนกว่าจะถูก Activate หรือถูกยกเลิกโดยเทรดเดอร์ ไม่มีวันหมดอายุ
H
Hedge / Hedging (การป้องกันความเสี่ยง)
การเปิดออเดอร์ในทิศทางตรงข้ามเพื่อลดความเสี่ยง เช่น เปิด Buy EUR/USD แล้วเปิด Sell EUR/USD ด้วย ทำให้กำไร-ขาดทุนหักล้างกัน
High (ราคาสูงสุด)
ราคาสูงสุดของแท่งเทียนในช่วงเวลานั้น เช่น Daily High คือราคาสูงสุดของวัน
I
Indicator (ตัวชี้วัด)
เครื่องมือทางคณิตศาสตร์ที่คำนวณจากข้อมูลราคาและปริมาณการซื้อขาย เพื่อช่วยในการวิเคราะห์และตัดสินใจเทรด มี 2 ประเภทหลัก คือ Leading Indicator (ชี้นำ) และ Lagging Indicator (ตาม)
Interbank Market (ตลาดระหว่างธนาคาร)
ตลาดที่ธนาคารขนาดใหญ่ซื้อขายสกุลเงินกันเอง เป็นตลาดหลักของ Forex ที่มี Liquidity สูงที่สุด เทรดเดอร์รายย่อยเข้าถึงตลาดนี้ผ่านโบรกเกอร์
J
Japanese Candlestick (แท่งเทียนญี่ปุ่น)
รูปแบบกราฟที่คิดค้นโดยพ่อค้าข้าวญี่ปุ่นชื่อ Munehisa Homma ในศตวรรษที่ 18 เป็นกราฟที่นิยมที่สุดในโลก แสดง Open, High, Low, Close ในรูปแบบที่อ่านง่าย
K
KYC (Know Your Customer)
กระบวนการยืนยันตัวตนของลูกค้าที่โบรกเกอร์กำหนดตามกฎหมาย ต้องส่งเอกสารแสดงตัวตน (บัตรประชาชน/Passport) และหลักฐานที่อยู่ ก่อนจะฝาก-ถอนเงินได้
L
Leverage (เลเวอเรจ / ทุนเร่ง)
การที่โบรกเกอร์ให้คุณเทรดด้วยเงินมากกว่าที่คุณมีจริง เช่น Leverage 1:100 หมายความว่าคุณใช้เงิน $100 เทรดได้เท่ากับ $10,000 Leverage ช่วยเพิ่มกำไร แต่ก็เพิ่มความเสี่ยงเช่นกัน
Limit Order (ออเดอร์จำกัดราคา)
คำสั่งเทรดที่กำหนดราคาที่ต้องการ Buy Limit = ซื้อเมื่อราคาลงมาถึงจุดที่กำหนด Sell Limit = ขายเมื่อราคาขึ้นไปถึงจุดที่กำหนด
Liquidity (สภาพคล่อง)
ความสามารถในการซื้อขายได้อย่างรวดเร็วโดยไม่กระทบราคามาก ตลาด Forex มี Liquidity สูงที่สุดในโลก โดยเฉพาะ Major Pair ในช่วง London Session
Long (ซื้อ / ถือ Long)
การเปิดออเดอร์ Buy คาดว่าราคาจะขึ้น “Going Long on EUR/USD” = ซื้อ EUR/USD ตรงข้ามกับ Short
Lot (ล็อต / หน่วยการเทรด)
หน่วยวัดขนาดของออเดอร์ใน Forex
– Standard Lot: 100,000 หน่วย (1 Lot)
– Mini Lot: 10,000 หน่วย (0.1 Lot)
– Micro Lot: 1,000 หน่วย (0.01 Lot)
– Nano Lot: 100 หน่วย (0.001 Lot — บางโบรกเกอร์รองรับ)
Low (ราคาต่ำสุด)
ราคาต่ำสุดของแท่งเทียนในช่วงเวลานั้น
M
MACD (Moving Average Convergence Divergence)
Indicator ที่แสดง Momentum ของราคา ประกอบด้วย MACD Line, Signal Line และ Histogram ใช้หาสัญญาณซื้อขายจากการตัดกันของเส้น (Crossover) และ Divergence
Margin (มาร์จิน / เงินค้ำประกัน)
จำนวนเงินที่โบรกเกอร์กันไว้เป็นค่าค้ำประกันเมื่อคุณเปิดออเดอร์ Margin = ขนาดออเดอร์ / Leverage
ตัวอย่าง: เปิด 1 Standard Lot ($100,000) ด้วย Leverage 1:100 ต้องใช้ Margin = $1,000
Margin Call (มาร์จินคอล)
คำเตือนจากโบรกเกอร์ว่า Equity ของคุณลดลงจนใกล้ถึงระดับ Margin ที่กำหนด (เช่น 50-100%) เป็นสัญญาณว่าคุณต้องฝากเงินเพิ่มหรือปิดออเดอร์บางส่วน ถ้าไม่ทำ อาจถูก Stop Out
Market Order (ออเดอร์ตลาด)
คำสั่งซื้อหรือขายที่ราคาปัจจุบันทันที ไม่ต้องรอราคาถึงจุดที่กำหนด เป็นประเภทออเดอร์ที่ใช้มากที่สุด
Moving Average / MA (เส้นค่าเฉลี่ย)
Indicator ที่คำนวณราคาเฉลี่ยในช่วงเวลาที่กำหนด มี 2 ประเภทหลัก
– SMA (Simple Moving Average): คำนวณค่าเฉลี่ยธรรมดา
– EMA (Exponential Moving Average): ให้น้ำหนักกับราคาล่าสุดมากกว่า ตอบสนองเร็วกว่า SMA
N
NFP (Non-Farm Payrolls)
ข้อมูลจำนวนผู้มีงานทำนอกภาคเกษตรของสหรัฐอเมริกา ประกาศทุกวันศุกร์แรกของเดือน เป็นข่าวที่ส่งผลกระทบต่อ USD มากที่สุดข่าวหนึ่ง ราคามักวิ่งแรงมากช่วง NFP
Netting
ระบบที่รวมออเดอร์ทั้งหมดในคู่เงินเดียวกันเป็นตำแหน่งเดียว ตรงข้ามกับ Hedging ที่แต่ละออเดอร์แยกกัน MT5 รองรับทั้ง Netting และ Hedging
O
Open (ราคาเปิด)
ราคาแรกของแท่งเทียนในช่วงเวลานั้น
Overbought (ซื้อมากเกินไป)
สภาวะที่ Indicator เช่น RSI บ่งชี้ว่าราคาถูกซื้อมากเกินไปแล้ว อาจจะมีการปรับตัวลง RSI เหนือ 70 ถือว่า Overbought ไม่ได้หมายความว่าราคาจะลงทันที แต่เป็นสัญญาณเตือน
Oversold (ขายมากเกินไป)
สภาวะตรงข้ามกับ Overbought คือ Indicator บ่งชี้ว่าราคาถูกขายมากเกินไป อาจจะมีการเด้งกลับ RSI ต่ำกว่า 30 ถือว่า Oversold
P
Pip (จุด / หน่วยวัดการเคลื่อนไหวของราคา)
หน่วยที่เล็กที่สุดของการเปลี่ยนแปลงราคาคู่เงิน สำหรับคู่เงินส่วนใหญ่ 1 Pip = 0.0001 สำหรับคู่เงินที่มี JPY 1 Pip = 0.01
ตัวอย่าง: EUR/USD ขยับจาก 1.0850 เป็น 1.0860 = ขยับ 10 Pips
Pip Value (มูลค่าต่อ Pip)
จำนวนเงินที่ได้หรือเสียต่อ 1 Pip สำหรับ 1 Standard Lot EUR/USD ค่า Pip Value = $10/pip
Point (จุด)
หน่วยที่เล็กกว่า Pip 1 Pip = 10 Points ใน MT4/MT5 ราคามักแสดงเป็น 5 ทศนิยม เช่น 1.08505 ตัวเลขสุดท้ายคือ Point
Position (ตำแหน่งเทรด)
ออเดอร์ที่เปิดอยู่ในตลาด Long Position = กำลัง Buy อยู่ Short Position = กำลัง Sell อยู่
Position Trading
สไตล์การเทรดที่ถือออเดอร์นานหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน วิเคราะห์จาก Fundamental เป็นหลัก ร่วมกับ Technical Analysis บน Timeframe ใหญ่ (Weekly, Monthly)
Price Action
วิธีการวิเคราะห์กราฟโดยดูจากพฤติกรรมของราคาเปล่าๆ (Naked Chart) โดยไม่ใช้ Indicator ดู Pattern ของแท่งเทียน, แนวรับแนวต้าน, และ Trend
Q
Quote Currency (สกุลเงินอ้างอิง)
สกุลเงินตัวที่สอง (ตัวหลัง) ในคู่เงิน ราคาคู่เงินบอกว่าต้องใช้ Quote Currency เท่าไรเพื่อซื้อ 1 หน่วยของ Base Currency
ตัวอย่าง: EUR/USD = 1.0850 หมายความว่าต้องใช้ 1.0850 USD (Quote) เพื่อซื้อ 1 EUR (Base)
R
Range (กรอบราคา)
ช่วงราคาระหว่าง High กับ Low ในช่วงเวลาหนึ่ง “Range-Bound Market” = ตลาดที่ราคาวิ่งอยู่ในกรอบ ไม่มี Trend ชัดเจน
Resistance (แนวต้าน)
ระดับราคาที่ราคามักจะขึ้นไปแล้วเด้งกลับลง เปรียบเสมือน “เพดาน” ที่ราคาทะลุขึ้นไปได้ยาก ถ้าทะลุขึ้นได้ Resistance เก่าจะกลายเป็น Support ใหม่
Rollover (การต่ออายุ)
การต่ออายุ Position ข้ามวัน ณ สิ้นวัน (17:00 EST) ถ้ายังถือ Position อยู่จะมีการคิด Swap (ดอกเบี้ย) ทั้งรับและจ่าย ขึ้นอยู่กับทิศทางและคู่เงิน
RSI (Relative Strength Index)
Indicator ที่วัดความแข็งแกร่งของราคาในช่วง 0-100 ค่ามาตรฐาน: เหนือ 70 = Overbought, ต่ำกว่า 30 = Oversold Period ที่นิยมคือ 14
S
Scalping (สแกลปิ้ง)
สไตล์การเทรดที่เปิดปิดออเดอร์เร็วมาก (ไม่กี่วินาทีถึงไม่กี่นาที) เก็บกำไรทีละน้อยแต่บ่อย ต้องการ Spread ต่ำและ Execution เร็ว
Short (ขาย / ถือ Short)
การเปิดออเดอร์ Sell คาดว่าราคาจะลง “Going Short on EUR/USD” = ขาย EUR/USD ตรงข้ามกับ Long
Slippage (สลิปเพจ)
ความแตกต่างระหว่างราคาที่คุณต้องการเทรดกับราคาที่ได้จริง มักเกิดในช่วงตลาดผันผวนสูง เช่น ช่วง NFP อาจเป็นได้ทั้ง Positive (ได้ราคาดีกว่า) และ Negative (ได้ราคาแย่กว่า)
Spread (สเปรด / ส่วนต่างราคา)
ส่วนต่างระหว่างราคา Bid กับ Ask เป็นต้นทุนหลักของการเทรด Spread ยิ่งแคบยิ่งดีสำหรับเทรดเดอร์
ตัวอย่าง: EUR/USD Bid 1.0850 / Ask 1.0852 Spread = 2 Pips ทุกครั้งที่เปิดออเดอร์ คุณจะเริ่มต้นที่ -2 Pips (ขาดทุนเท่า Spread)
Stop Loss / SL (จุดตัดขาดทุน)
ออเดอร์ที่ตั้งไว้เพื่อปิด Position อัตโนมัติเมื่อราคาวิ่งไปในทิศทางตรงข้ามถึงจุดที่กำหนด เพื่อจำกัดการขาดทุน เทรดเดอร์ทุกคนต้องตั้ง SL ทุกครั้ง
Stop Out (ถูกบังคับปิด)
การที่โบรกเกอร์บังคับปิดออเดอร์ของคุณอัตโนมัติ เมื่อ Margin Level ลดลงต่ำกว่าระดับที่กำหนด (เช่น 20-50%) เพื่อป้องกันไม่ให้ยอดเงินติดลบ
Support (แนวรับ)
ระดับราคาที่ราคามักจะลงมาแล้วเด้งกลับขึ้น เปรียบเสมือน “พื้น” ที่ราคาทะลุลงไปได้ยาก ถ้าทะลุลงได้ Support เก่าจะกลายเป็น Resistance ใหม่
Swap (ค่าดอกเบี้ยข้ามคืน)
ดอกเบี้ยที่ได้รับหรือต้องจ่ายเมื่อถือ Position ข้ามคืน คำนวณจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่าง 2 สกุลเงินในคู่ Swap อาจเป็นบวก (ได้รับ) หรือลบ (ต้องจ่าย)
T
Take Profit / TP (จุดทำกำไร)
ออเดอร์ที่ตั้งไว้เพื่อปิด Position อัตโนมัติเมื่อราคาวิ่งไปในทิศทางที่ต้องการถึงจุดที่กำหนด เพื่อล็อกกำไร
Technical Analysis (การวิเคราะห์ทางเทคนิค)
การวิเคราะห์ราคาโดยดูจากกราฟ Pattern Indicator และข้อมูลทางสถิติ บนหลักการที่ว่า “ราคาสะท้อนทุกอย่าง” และ “ประวัติศาสตร์มักซ้ำรอย”
Tick (ติ๊ก)
การเปลี่ยนแปลงราคาที่เล็กที่สุดที่เป็นไปได้ ใน Forex คือ 1 Point (เช่น 1.08501 เป็น 1.08502) Tick Chart แสดงทุกการเปลี่ยนแปลงราคา
Timeframe (กรอบเวลา)
ช่วงเวลาของแต่ละแท่งเทียนในกราฟ เช่น M1 = 1 นาที, H1 = 1 ชั่วโมง, D1 = 1 วัน Timeframe ใหญ่ = ภาพรวม Trend, Timeframe เล็ก = จุด Entry ที่ละเอียด
Trailing Stop (เทรลลิ่งสต็อป)
Stop Loss ที่เคลื่อนที่ตามราคาเมื่อราคาวิ่งไปในทิศทางที่ต้องการ ช่วยล็อกกำไรอัตโนมัติขณะที่ปล่อยให้กำไรวิ่งต่อ
ตัวอย่าง: ตั้ง Trailing Stop 30 Pips เมื่อราคาขึ้น 30 Pips SL จะขยับตามมา 30 Pips ถ้าราคาย้อนกลับ 30 Pips จะถูกปิดอัตโนมัติ
Trend (แนวโน้ม)
ทิศทางหลักของราคา มี 3 ประเภท
– Uptrend (ขาขึ้น): ราคาทำ Higher High และ Higher Low
– Downtrend (ขาลง): ราคาทำ Lower High และ Lower Low
– Sideways (ไม่มีทิศทาง): ราคาวิ่งอยู่ในกรอบ
Trend Line (เส้นแนวโน้ม)
เส้นที่ลากเชื่อมจุด Low (Uptrend) หรือจุด High (Downtrend) เพื่อระบุทิศทางและความแข็งแรงของ Trend
U
Unrealized P/L (กำไร/ขาดทุนที่ยังไม่ได้เกิดจริง)
เหมือนกับ Floating Profit/Loss คือกำไรหรือขาดทุนจากออเดอร์ที่ยังเปิดอยู่ จะกลายเป็น Realized P/L เมื่อปิดออเดอร์แล้ว
Uptrend (แนวโน้มขาขึ้น)
สภาวะตลาดที่ราคาทำ Higher High (จุดสูงสุดใหม่สูงกว่าเดิม) และ Higher Low (จุดต่ำสุดใหม่สูงกว่าเดิม) อย่างต่อเนื่อง
V
Volatility (ความผันผวน)
ระดับการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงเวลาหนึ่ง Volatility สูง = ราคาวิ่งแรง มีทั้งโอกาสกำไรและความเสี่ยงสูง Volatility ต่ำ = ราคาเคลื่อนไหวช้า วัดได้ด้วย ATR Indicator
Volume (ปริมาณการซื้อขาย)
จำนวนหน่วยที่ถูกซื้อขายในช่วงเวลาหนึ่ง Volume สูง = ตลาดมี Participation มาก เชื่อถือได้มากกว่า Volume ต่ำ ใน Forex จริงๆ แล้ว Volume ที่เห็นบน MT4/MT5 คือ Tick Volume (จำนวน Tick) ไม่ใช่ Real Volume
VPS (Virtual Private Server)
เซิร์ฟเวอร์เสมือนที่ใช้รัน MT4/MT5 และ EA ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเปิดคอมพิวเตอร์ค้างไว้ เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ใช้ EA
W
Whipsaw (วิปซอว์ / สัญญาณหลอก)
สถานการณ์ที่ราคาวิ่งไปในทิศทางหนึ่ง ทำให้เกิดสัญญาณเทรด แล้วกลับตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้เทรดเดอร์ที่เข้าตาม สัญญาณขาดทุน มักเกิดในตลาด Sideway ที่ไม่มี Trend ชัดเจน
Wick / Shadow (ไส้เทียน / เงาเทียน)
เส้นบางๆ ด้านบน (Upper Wick) และด้านล่าง (Lower Wick) ของตัวแท่งเทียน แสดงราคา High และ Low ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น Wick ยาว = แรงปฏิเสธ (Rejection) ที่ราคานั้นมีมาก
X
XAU/USD (ทองคำ/ดอลลาร์สหรัฐ)
สัญลักษณ์ของราคาทองคำเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ XAU มาจาก AU ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางเคมีของทองคำ (Aurum) ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความนิยมสูงในการเทรด มี Volatility สูง และมี Correlation กับ USD
Y
Yield (ผลตอบแทน)
อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน ในบริบท Forex มักหมายถึง Bond Yield (ผลตอบแทนพันธบัตร) ซึ่งส่งผลต่อค่าเงิน ประเทศที่มี Bond Yield สูงมักดึงดูดเงินลงทุน ทำให้ค่าเงินแข็งค่า
Yield Curve
กราฟที่แสดงอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลในแต่ละระยะเวลา ปกติ Yield ระยะยาวจะสูงกว่าระยะสั้น (Normal Yield Curve) ถ้ากลับกัน (Inverted Yield Curve) มักเป็นสัญญาณเตือนเศรษฐกิจถดถอย
Z
Zero-Sum Game
ลักษณะของตลาด Forex ที่กำไรของเทรดเดอร์คนหนึ่งคือขาดทุนของอีกคนหนึ่ง ถ้าคุณ Buy EUR/USD แล้วกำไร แสดงว่ามีคนที่ Sell EUR/USD แล้วขาดทุนเท่ากัน (ไม่นับรวม Spread และ Commission)
ศัพท์เพิ่มเติมที่ควรรู้
AML (Anti-Money Laundering)
กฎหมายป้องกันการฟอกเงิน โบรกเกอร์ต้องปฏิบัติตาม AML จึงมีขั้นตอน KYC, Same Name Policy และข้อจำกัดการฝาก-ถอนบางประการ
Balance (ยอดเงินคงเหลือ)
จำนวนเงินในบัญชีเทรดก่อนหักกำไร-ขาดทุนจากออเดอร์ที่เปิดอยู่ Balance เปลี่ยนเฉพาะเมื่อปิดออเดอร์ ฝากเงิน หรือถอนเงิน
CPI (Consumer Price Index)
ดัชนีราคาผู้บริโภค ใช้วัดเงินเฟ้อ CPI ที่สูงกว่าคาด = ธนาคารกลางอาจขึ้นดอกเบี้ย = ค่าเงินแข็ง
COT Report (Commitment of Traders)
รายงานจาก CFTC ที่แสดง Position ของเทรดเดอร์รายใหญ่ในตลาด Futures ประกาศทุกวันศุกร์ ใช้ดู Sentiment ของ “Smart Money”
Dealing Desk (DD)
โบรกเกอร์ประเภทที่ทำหน้าที่เป็น Market Maker คือเป็นคู่ค้ากับเทรดเดอร์โดยตรง ตรงข้ามกับ ECN/STP ที่ส่งออเดอร์ไปตลาดจริง
Execution Speed (ความเร็วในการ Execute)
เวลาที่โบรกเกอร์ใช้ในการ Execute ออเดอร์ของคุณ วัดเป็น Millisecond โบรกเกอร์ที่ดีควรมี Execution Speed ต่ำกว่า 100ms
Flat (ไม่มี Position)
สถานะที่ไม่มีออเดอร์เปิดอยู่เลย “I’m flat” = ไม่มีตำแหน่งเทรดอยู่ในตลาด
GDP (Gross Domestic Product)
ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ มูลค่ารวมของสินค้าและบริการที่ผลิตในประเทศ GDP เป็นตัวชี้วัดสุขภาพเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุด
Hawk / Hawkish
ท่าทีของธนาคารกลางที่เน้นการควบคุมเงินเฟ้อ มักนำไปสู่การขึ้นดอกเบี้ย ค่าเงินมักแข็งค่าเมื่อธนาคารกลาง Hawkish ตรงข้ามกับ Dovish
Dove / Dovish
ท่าทีของธนาคารกลางที่เน้นการกระตุ้นเศรษฐกิจ มักนำไปสู่การลดดอกเบี้ยหรือคงอัตราดอกเบี้ย ค่าเงินมักอ่อนค่าเมื่อธนาคารกลาง Dovish
Liquidity Provider (LP)
สถาบันการเงินขนาดใหญ่ (ธนาคาร, Hedge Fund) ที่ให้ราคา Bid/Ask แก่โบรกเกอร์ โบรกเกอร์ ECN/STP ส่งออเดอร์ไปยัง LP เพื่อ Execute
Major Pair (คู่เงินหลัก)
คู่เงิน 7 คู่ที่มี USD อยู่ด้วยและมี Liquidity สูงที่สุด ได้แก่ EUR/USD, USD/JPY, GBP/USD, USD/CHF, AUD/USD, USD/CAD, NZD/USD
Margin Level (ระดับมาร์จิน)
อัตราส่วนระหว่าง Equity กับ Used Margin แสดงเป็นเปอร์เซ็นต์ คำนวณจาก (Equity / Used Margin) x 100% ถ้า Margin Level ต่ำเกินไปจะถูก Margin Call หรือ Stop Out
Pending Order
ออเดอร์ที่ตั้งรอไว้ จะทำงานเมื่อราคาถึงจุดที่กำหนด มี 4 ประเภท Buy Limit, Sell Limit, Buy Stop, Sell Stop (MT5 เพิ่ม Buy Stop Limit, Sell Stop Limit)
Requote
การที่โบรกเกอร์เสนอราคาใหม่แทนราคาที่คุณต้องการ มักเกิดเมื่อตลาดเคลื่อนไหวเร็วมาก ทำให้ราคาเปลี่ยนก่อนที่ออเดอร์จะถูก Execute
Risk/Reward Ratio (อัตราส่วนความเสี่ยงต่อผลตอบแทน)
อัตราส่วนระหว่างจำนวนเงินที่ยอมเสี่ย (SL) กับจำนวนเงินที่คาดหวัง (TP) เช่น Risk:Reward = 1:2 หมายถึง SL 20 Pips, TP 40 Pips แนะนำให้ใช้อย่างน้อย 1:1.5 ขึ้นไป
Scalper
เทรดเดอร์ที่ใช้กลยุทธ์ Scalping เก็บกำไรทีละน้อย เปิดปิดออเดอร์เร็วมาก
Session (ช่วงเวลาเทรด)
ตลาด Forex แบ่งเป็น 3 Session หลัก
– Asian Session (Tokyo): 06:00-15:00 เวลาไทย
– European Session (London): 14:00-23:00 เวลาไทย
– American Session (New York): 19:00-04:00 เวลาไทย
ช่วงที่ Overlap กัน (London + New York) จะมี Volatility และ Liquidity สูงที่สุด
STP (Straight Through Processing)
ระบบที่โบรกเกอร์ส่งออเดอร์ไปยัง Liquidity Provider โดยตรง ไม่ผ่าน Dealing Desk คล้ายกับ ECN แต่มีรายละเอียดทางเทคนิคแตกต่างกัน
Swing Trading
สไตล์การเทรดที่ถือออเดอร์หลายวันถึง 1-2 สัปดาห์ เพื่อจับ “Swing” หรือคลื่นการเคลื่อนไหวของราคา วิเคราะห์บน H4/D1 เป็นหลัก
สรุป
พจนานุกรม Forex A-Z ฉบับนี้ครอบคลุมศัพท์สำคัญที่เทรดเดอร์ไทยต้องรู้ทุกคำ จดจำไม่หมดก็ไม่เป็นไร Bookmark บทความนี้ไว้ แล้วกลับมาเปิดดูเมื่อเจอศัพท์ที่ไม่รู้ เมื่อคุณเทรดไปเรื่อยๆ ศัพท์เหล่านี้จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาษาประจำวันของคุณอย่างเป็นธรรมชาติ
การเข้าใจศัพท์ Forex เป็นก้าวแรกที่สำคัญ แต่การนำความรู้ไปปฏิบัติจริงสำคัญกว่า พร้อมเริ่มเทรดจริง? เปิดบัญชี XM โบรกเกอร์ระดับโลกที่มี Demo Account ให้ทดลองเทรดฟรีด้วยเงินจำลอง $100,000 เรียนรู้ศัพท์ต่างๆ ในสถานการณ์จริงโดยไม่มีความเสี่ยง!
อ่านเพิ่มเติม: บทความ Forex ทั้งหมด | Technical Analysis | Money Management







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文