เทรด Forex ต้องเสียภาษีในไทยไหม? คำตอบที่เทรดเดอร์ต้องรู้
นี่คือคำถามที่เทรดเดอร์ Forex ชาวไทยถามมากที่สุด และคำตอบแบบตรงไปตรงมาคือ “ต้องเสียภาษี” เพราะกำไรจากการเทรด Forex ถือเป็นเงินได้ตามกฎหมายไทย ไม่ว่าคุณจะเทรดผ่านโบรกเกอร์ไทยหรือโบรกเกอร์ต่างประเทศก็ตาม
- เทรด Forex ต้องเสียภาษีในไทยไหม? คำตอบที่เทรดเดอร์ต้องรู้
- กฎหมายภาษีเงินได้ที่เกี่ยวข้องกับ Forex
- กฎการเสียภาษีสำหรับเงินได้จากต่างประเทศ
- วิธีคำนวณกำไร-ขาดทุน Forex สำหรับภาษี
- อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทย 2026
- การเก็บบันทึกข้อมูลสำหรับภาษี (Record Keeping)
- วิธียื่นภาษี: PND.90 และ PND.91
- โบรกเกอร์ต่างประเทศ vs โบรกเกอร์ไทย: ผลกระทบทางภาษี
- Capital Gains: กำไรส่วนต่างราคา
- เมื่อไหร่ที่ “ไม่ต้อง” เสียภาษี Forex?
- ปรึกษาที่ปรึกษาภาษี: เมื่อไหร่ที่ควรไป?
- ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษี Forex
- บทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตาม
- เคล็ดลับการวางแผนภาษี Forex อย่างชาญฉลาด
- สรุป: สิ่งที่เทรดเดอร์ Forex ไทยต้องรู้เรื่องภาษี
อย่างไรก็ตาม ในทางปฏิบัติ เรื่องภาษี Forex มีรายละเอียดและเงื่อนไขหลายประการที่ต้องทำความเข้าใจ บทความนี้จะอธิบายทุกอย่างที่เทรดเดอร์ไทยต้องรู้เกี่ยวกับภาษี ตั้งแต่ประเภทเงินได้ วิธีคำนวณ วิธียื่นภาษี จนถึงกรณีที่ไม่ต้องเสียภาษี
คำเตือนสำคัญ: บทความนี้ให้ข้อมูลเพื่อการศึกษาเบื้องต้นเท่านั้น ไม่ใช่คำปรึกษาทางภาษีหรือกฎหมาย กรุณาปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีที่ได้รับอนุญาตสำหรับกรณีเฉพาะของคุณ กฎหมายภาษีอาจมีการเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมสรรพากรเสมอ
กฎหมายภาษีเงินได้ที่เกี่ยวข้องกับ Forex
ประมวลรัษฎากร มาตรา 40
ตามประมวลรัษฎากรของไทย เงินได้พึงประเมินแบ่งออกเป็น 8 ประเภท กำไรจากการเทรด Forex สามารถตีความได้หลายแบบขึ้นอยู่กับลักษณะของรายได้:
มาตรา 40(2) — เงินได้จากการรับทำงานให้:
– ถ้าคุณเทรดให้คนอื่นเป็น Fund Manager หรือรับจ้างเทรด เงินค่าตอบแทนจะจัดเป็นเงินได้ประเภทนี้
– หักค่าใช้จ่ายเหมา 50% แต่ไม่เกิน 100,000 บาท
มาตรา 40(4)(ช) — เงินได้จากการอื่น (กำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์/สินทรัพย์):
– กำไรจากการเทรด Forex (ส่วนต่างของราคาซื้อ-ขาย) อาจจัดเป็นเงินได้ประเภทนี้
– ไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายเหมา ต้องหักค่าใช้จ่ายตามจริงเท่านั้น
มาตรา 40(8) — เงินได้อื่นๆ:
– กรณีไม่เข้าข่ายประเภทไหนเลย อาจจัดเป็นเงินได้ประเภทนี้
– หักค่าใช้จ่ายตามจริงหรือเหมา 60% (ขึ้นกับประเภทย่อย)
สถานะทางภาษีของ Forex ในไทย
ปัจจุบัน (2026) กรมสรรพากรไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะเจาะจงสำหรับ Forex โดยตรง ซึ่งแตกต่างจากบางประเทศที่มีกฎหมายชัดเจน เช่น สหรัฐอเมริกา (IRC Section 988) หรืออังกฤษ (Spread Betting ไม่เสียภาษี)
ในทางปฏิบัติ การตีความของกรมสรรพากรมักจะพิจารณาจาก:
– ลักษณะของรายได้: เป็นกำไรจากการเก็งกำไรส่วนต่างราคา
– ความถี่: เทรดเป็นประจำ (อาจถือว่าเป็นอาชีพ) หรือเป็นครั้งคราว
– จำนวนเงิน: กำไรมากน้อยเพียงใด
กฎการเสียภาษีสำหรับเงินได้จากต่างประเทศ
หลักแหล่งเงินได้ (Source Rule)
เนื่องจากเทรดเดอร์ Forex ส่วนใหญ่ในไทยใช้โบรกเกอร์ต่างประเทศ กำไรที่ได้จึงถือเป็น “เงินได้จากแหล่งนอกประเทศ” ซึ่งมีกฎเกณฑ์พิเศษ:
เงื่อนไขที่ต้องเสียภาษี (ทั้ง 2 ข้อต้องเป็นจริง):
1. ผู้มีเงินได้อยู่ในไทยรวม 180 วันขึ้นไปในปีภาษีนั้น (ถือว่าเป็นผู้อยู่ในไทย/Tax Resident)
2. นำเงินเข้ามาในไทยในปีภาษีที่ได้รับเงินได้นั้น (ก่อนปี 2024 เงื่อนไขคือ “นำเข้ามาในปีภาษีเดียวกัน” เท่านั้น)
สำคัญมาก — การเปลี่ยนแปลงกฎหมายปี 2024:
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2024 กรมสรรพากรได้ออกคำสั่งใหม่ (ป.161/2566 และ ป.162/2566) ที่เปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์สำคัญ:
– กฎเดิม (ก่อน 2024): เงินได้จากต่างประเทศที่ได้ในปีภาษีหนึ่ง ถ้านำเข้ามาในปีภาษีถัดไป จะไม่เสียภาษี เช่น กำไร Forex ปี 2023 นำเข้าปี 2024 = ไม่เสียภาษี
– กฎใหม่ (ตั้งแต่ 2024): เงินได้จากต่างประเทศ ไม่ว่าจะได้ในปีภาษีใด หากนำเข้ามาในประเทศไทยในปีภาษีที่ผู้มีเงินได้เป็นผู้อยู่ในไทย ต้องนำมาคำนวณเพื่อเสียภาษี กล่าวคือ ไม่สามารถ “เลี่ยง” ภาษีโดยการเลื่อนนำเงินเข้าไปปีถัดไปได้อีกต่อไป
กรณีที่อาจไม่ต้องเสียภาษี
1. อยู่ในไทยไม่ถึง 180 วัน:
– ถ้าคุณไม่ได้อยู่ในไทย 180 วันขึ้นไปในปีภาษีนั้น จะไม่ถือเป็น Tax Resident ของไทย
– เงินได้จากต่างประเทศจะไม่ต้องเสียภาษีในไทย
– แต่อาจต้องเสียภาษีในประเทศที่คุณอยู่แทน
2. ไม่ได้นำเงินเข้าไทย:
– ถ้ากำไร Forex ยังอยู่ในบัญชีโบรกเกอร์ต่างประเทศ ยังไม่ได้ถอนเข้าบัญชีธนาคารไทย
– ตามกฎเดิม (ก่อน 2024) อาจไม่ต้องเสียภาษี แต่ตามกฎใหม่ หากเป็นรายได้ในปี 2024 เป็นต้นไป จะต้องระมัดระวังมากขึ้น
– ในทางปฏิบัติ ถ้ายังไม่นำเงินเข้า และกรมสรรพากรไม่มีข้อมูล ก็ยากที่จะตรวจสอบ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องเสียภาษี
3. กำไรไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำ:
– ถ้ารายได้รวมทั้งปี (ทุกแหล่ง) ไม่ถึงเกณฑ์ที่ต้องยื่นภาษี (150,000 บาทต่อปีสำหรับคนโสด) อาจไม่ต้องเสียภาษี
– แต่ยังต้องยื่นแบบภาษีอยู่ดี ถ้ามีรายได้ถึงเกณฑ์
วิธีคำนวณกำไร-ขาดทุน Forex สำหรับภาษี
หลักการคำนวณ
การคำนวณกำไร Forex สำหรับภาษีนั้นต้องทำอย่างรอบคอบ:
กำไร/ขาดทุนสุทธิ = กำไรจากการเทรดทั้งหมด – ขาดทุนจากการเทรดทั้งหมด – ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
รายการที่นับเป็นรายได้:
– กำไรจากการปิดออเดอร์ (Realized Profit)
– Swap ที่เป็นบวก (ดอกเบี้ย Rollover ที่ได้รับ)
– โบนัสจากโบรกเกอร์ที่ถอนออกมาแล้ว
– ค่า Rebate/Cashback ที่ได้รับ
– ค่า Commission จากโปรแกรม IB (Introducing Broker) หรือ Affiliate
รายการที่หักเป็นค่าใช้จ่าย (ถ้าใช้วิธีหักตามจริง):
– ขาดทุนจากการเทรด (Realized Loss)
– Swap ที่เป็นลบ (ดอกเบี้ย Rollover ที่จ่ายไป)
– ค่า Commission และ Spread (บางส่วนอาจถือเป็นต้นทุน)
– ค่าบริการ VPS สำหรับรัน EA
– ค่าสมัครเครื่องมือเทรด (TradingView, Signal Service)
– ค่าอินเทอร์เน็ตที่ใช้ในการเทรด (ส่วนที่เกี่ยวข้อง)
– ค่าอบรมหรือคอร์สเรียนเทรด (อาจถือเป็นค่าพัฒนาความรู้)
การคำนวณอัตราแลกเปลี่ยน
เนื่องจากกำไร Forex มักเป็นสกุล USD ต้องแปลงเป็นเงินบาท:
– ใช้อัตราแลกเปลี่ยนในวันที่ได้รับเงิน (วันที่ถอนเข้าบัญชีไทย)
– หรือใช้อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิงของธนาคารแห่งประเทศไทย
– ควรบันทึกอัตราแลกเปลี่ยนทุกครั้งที่ถอนเงินเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติปี 2026:
– กำไรจากเทรด Forex ทั้งปี: $5,000
– ขาดทุนจากเทรด: $2,000
– กำไรสุทธิ: $3,000
– ถอนเข้าไทยทั้งหมด: $3,000
– อัตราแลกเปลี่ยนเฉลี่ย: 35 บาท/$
– กำไรเป็นบาท: 3,000 x 35 = 105,000 บาท
– เงินได้นี้จะนำไปรวมกับเงินได้อื่นๆ เพื่อคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
อัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทย 2026
ตารางอัตราภาษีแบบขั้นบันได
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทยใช้ระบบอัตราก้าวหน้า (Progressive Tax Rate):
เงินได้สุทธิ 0 – 150,000 บาท: ได้รับยกเว้น (0%)
เงินได้สุทธิ 150,001 – 300,000 บาท: อัตรา 5%
เงินได้สุทธิ 300,001 – 500,000 บาท: อัตรา 10%
เงินได้สุทธิ 500,001 – 750,000 บาท: อัตรา 15%
เงินได้สุทธิ 750,001 – 1,000,000 บาท: อัตรา 20%
เงินได้สุทธิ 1,000,001 – 2,000,000 บาท: อัตรา 25%
เงินได้สุทธิ 2,000,001 – 5,000,000 บาท: อัตรา 30%
เงินได้สุทธิ 5,000,001 บาทขึ้นไป: อัตรา 35%
หมายเหตุ: “เงินได้สุทธิ” หมายถึง เงินได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว
ค่าลดหย่อนที่ใช้ได้
เทรดเดอร์สามารถใช้ค่าลดหย่อนทั่วไปได้เช่นเดียวกับผู้เสียภาษีคนอื่น:
– ค่าลดหย่อนส่วนตัว: 60,000 บาท
– คู่สมรส: 60,000 บาท (ถ้าไม่มีรายได้)
– บุตร: 30,000 บาทต่อคน (คนที่ 2 เป็นต้นไปตั้งแต่ปี 2561: 60,000 บาท)
– ประกันสังคม: ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 9,000 บาท
– ประกันชีวิต: ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 100,000 บาท
– ประกันสุขภาพ: ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 25,000 บาท
– กองทุน RMF: ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 30% ของรายได้ (สูงสุด 500,000 บาทรวม RMF+SSF)
– กองทุน SSF: ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 30% ของรายได้ (สูงสุด 200,000 บาท)
– เงินบริจาค: ตามจ่ายจริง ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อน
ตัวอย่างคำนวณภาษี
สมมติ เทรดเดอร์คนโสด มีรายได้ดังนี้:
– เงินเดือน (มาตรา 40(1)): 600,000 บาท/ปี
– กำไร Forex ที่นำเข้าไทย: 300,000 บาท/ปี
– รวมเงินได้: 900,000 บาท
หักค่าใช้จ่าย:
– เงินเดือน: หักเหมา 50% ไม่เกิน 100,000 บาท = 100,000 บาท
– กำไร Forex: หักตามจริง สมมติ 50,000 บาท (ค่า VPS, เครื่องมือ, Internet)
– รวมหักค่าใช้จ่าย: 150,000 บาท
หักค่าลดหย่อน:
– ส่วนตัว: 60,000 บาท
– ประกันสังคม: 9,000 บาท
– รวมค่าลดหย่อน: 69,000 บาท
เงินได้สุทธิ: 900,000 – 150,000 – 69,000 = 681,000 บาท
คำนวณภาษี:
– 0-150,000: ยกเว้น = 0
– 150,001-300,000: 150,000 x 5% = 7,500
– 300,001-500,000: 200,000 x 10% = 20,000
– 500,001-681,000: 181,000 x 15% = 27,150
– รวมภาษีที่ต้องจ่าย: 54,650 บาท
การเก็บบันทึกข้อมูลสำหรับภาษี (Record Keeping)
ทำไมต้องเก็บบันทึก?
การเก็บบันทึกที่ดีมีความสำคัญมากสำหรับเทรดเดอร์ เพราะ:
– ใช้เป็นหลักฐานในการคำนวณกำไร/ขาดทุน
– ใช้ยื่นต่อกรมสรรพากรกรณีถูกตรวจสอบ
– ช่วยวางแผนภาษีล่วงหน้า
– ควรเก็บบันทึกย้อนหลังอย่างน้อย 5 ปี (อายุความทั่วไป) หรือ 10 ปี (กรณีหลีกเลี่ยงภาษี)
สิ่งที่ต้องเก็บบันทึก
1. Statement จากโบรกเกอร์:
– ดาวน์โหลด Account Statement รายเดือน/รายปี
– Statement ควรแสดง: วันที่เทรด, Symbol, ขนาด Lot, ราคาเปิด-ปิด, กำไร/ขาดทุน, Swap, Commission
– เก็บทั้งไฟล์ PDF และ Excel/CSV
2. หลักฐานการฝาก-ถอน:
– สลิปการโอนเงินเข้าบัญชีโบรกเกอร์
– สลิปการถอนเงินจากโบรกเกอร์เข้าบัญชีไทย
– อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้ในแต่ละครั้ง
– Screenshot หน้าจอการฝาก-ถอนจากโบรกเกอร์
3. บันทึก P&L รายเดือน:
– สร้าง Spreadsheet สรุปกำไร/ขาดทุนรายเดือน
– รวมค่า Swap, Commission ทั้งบวกและลบ
– คำนวณ YTD (Year-to-Date) P&L
4. หลักฐานค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง:
– ใบเสร็จค่า VPS
– ใบเสร็จค่าสมัคร TradingView หรือเครื่องมือเทรด
– ใบเสร็จค่าคอร์สเรียน
– ใบเสร็จค่า Internet (ส่วนที่ใช้เทรด)
เครื่องมือช่วยบันทึก
– MT4/MT5: สามารถ Export Detailed Statement ได้จากเมนู Account History
– Excel/Google Sheets: สร้างตารางสรุป P&L รายเดือน
– Myfxbook: เชื่อมต่อกับบัญชีเพื่อบันทึกผลการเทรดอัตโนมัติ
– Trading Journal: บันทึกรายละเอียดการเทรดทุกรายการ ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การจัดทำ Trading Journal
วิธียื่นภาษี: PND.90 และ PND.91
แบบแสดงรายการที่ต้องใช้
ภ.ง.ด.91 (PND.91):
– สำหรับผู้มีเงินได้จากการจ้างงาน (เงินเดือน) เพียงอย่างเดียว
– ถ้าคุณมีทั้งเงินเดือนและกำไร Forex ไม่สามารถใช้ ภ.ง.ด.91 ได้
ภ.ง.ด.90 (PND.90):
– สำหรับผู้มีเงินได้หลายประเภท
– เทรดเดอร์ Forex ที่มีกำไรต้องใช้แบบนี้
– แม้จะมีเงินเดือนเป็นหลักและกำไร Forex เป็นรายได้เสริม ก็ต้องใช้ ภ.ง.ด.90
ช่องทางการยื่น
1. ยื่นออนไลน์ (แนะนำ):
– เข้าเว็บ rd.go.th > ยื่นแบบออนไลน์
– สมัครสมาชิก/ลงทะเบียน (ใช้เลขบัตรประชาชน)
– กรอกข้อมูลตามแบบ PND.90
– สะดวก รวดเร็ว และได้ขยายเวลายื่นเพิ่มอีก 8 วัน
2. ยื่นที่สำนักงานสรรพากร:
– ไปยื่นด้วยตัวเองที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่
– เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่
กำหนดเวลายื่น
– ยื่นกระดาษ: 1 มกราคม – 31 มีนาคม ของปีถัดไป
– ยื่นออนไลน์: ขยายเวลาถึง 8 เมษายน (อาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศ)
– ตัวอย่าง: กำไร Forex ปี 2025 → ยื่นภาษีภายใน มีนาคม/เมษายน 2026
วิธีกรอกแบบ PND.90 สำหรับกำไร Forex
กรณีที่ยอมรับว่ากำไร Forex เป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี:
1. เลือกแบบ ภ.ง.ด.90
2. ในส่วน “ประเภทเงินได้” เลือกประเภทที่เหมาะสม:
– ถ้าถือเป็น 40(8): ระบุในส่วนเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(8)
– ระบุจำนวนเงินกำไรสุทธิเป็นเงินบาท (หลังแปลงอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว)
3. ระบุค่าใช้จ่าย (ถ้าเลือกหักตามจริง ต้องมีหลักฐาน)
4. กรอกค่าลดหย่อนต่างๆ
5. ระบบจะคำนวณภาษีที่ต้องจ่าย
6. ชำระภาษี (โอนผ่านธนาคาร, บัตรเครดิต, QR Code, เคาน์เตอร์เซอร์วิส)
โบรกเกอร์ต่างประเทศ vs โบรกเกอร์ไทย: ผลกระทบทางภาษี
โบรกเกอร์ต่างประเทศ (XM, Exness, IC Markets ฯลฯ)
เทรดเดอร์ไทยส่วนใหญ่ใช้โบรกเกอร์ต่างประเทศ ซึ่งมีผลทางภาษีดังนี้:
– กำไรถือเป็น “เงินได้จากแหล่งนอกประเทศ”
– ต้องเข้าเงื่อนไข 2 ข้อ (อยู่ไทย 180 วัน + นำเงินเข้าไทย) จึงจะต้องเสียภาษี
– โบรกเกอร์ไม่มีหน้าที่หัก ณ ที่จ่าย
– โบรกเกอร์ไม่ได้รายงานข้อมูลให้กรมสรรพากรไทย
– เทรดเดอร์ต้อง “สำแดง” รายได้เอง (Self-Declaration)
– ความเสี่ยง: ถ้ากรมสรรพากรตรวจสอบและพบว่าไม่ได้สำแดง อาจมีบทลงโทษ
โบรกเกอร์ไทยที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.
ปัจจุบัน (2026) ก.ล.ต. ยังไม่ได้ให้ใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex Retail สำหรับบุคคลทั่วไปในไทย ผลิตภัณฑ์ Forex ที่ถูกกฎหมายในไทยจำกัดอยู่ที่:
– ธนาคารพาณิชย์: ให้บริการ FX Forward, FX Option สำหรับลูกค้าธุรกิจ
– TFEX (Thailand Futures Exchange): มี USD Futures ที่ซื้อขายได้ แต่ไม่เหมือน Forex Spot
– กำไรจาก TFEX มีกฎเกณฑ์ภาษีที่ชัดเจนกว่า
Crypto vs Forex: การเปรียบเทียบทางภาษี
ตั้งแต่ปี 2024 ประเทศไทยมีกฎเกณฑ์ภาษี Crypto ที่ชัดเจนมากขึ้น:
– Crypto: กำไรจากการขาย Crypto เสียภาษีเงินได้ 15% หัก ณ ที่จ่าย (สำหรับผู้ให้บริการที่ได้รับอนุญาต) และต้องนำมารวมคำนวณภาษีเงินได้ประจำปี
– Forex: ยังไม่มีกฎเกณฑ์เฉพาะที่ชัดเจนเท่า Crypto
– ทั้ง Crypto และ Forex ถ้าได้กำไรจากแหล่งต่างประเทศ ก็ต้องพิจารณาเรื่องการนำเงินเข้าประเทศเช่นเดียวกัน
Capital Gains: กำไรส่วนต่างราคา
Capital Gains Tax ในไทย
ประเทศไทยไม่มี Capital Gains Tax แยกต่างหากเหมือนบางประเทศ (เช่น สหรัฐอเมริกาที่แบ่ง Short-term/Long-term Capital Gains) ในไทย กำไรส่วนต่างราคาจะนำมารวมเป็นเงินได้และเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้าปกติ
ข้อดีของระบบไทย:
– ถ้ารายได้รวมน้อย จะเสียภาษีในอัตราต่ำ (5-15%)
– มีค่าลดหย่อนหลายรายการที่ช่วยลดภาระภาษี
ข้อเสียของระบบไทย:
– ถ้ากำไรมาก อัตราสูงสุด 35% ซึ่งสูงกว่าบางประเทศ
– ไม่มีการแยก Capital Gains สำหรับการลงทุนระยะยาว (Long-term) ที่ได้อัตราภาษีต่ำกว่า
การหักขาดทุน (Loss Offset)
ในประเทศไทย ยังไม่มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนสำหรับการ “ยกขาดทุนไปหักปีหน้า” (Loss Carry Forward) สำหรับบุคคลธรรมดา ไม่เหมือนในสหรัฐอเมริกาที่สามารถ Carry Forward Loss ได้ กล่าวคือ:
– ถ้าปีนี้เทรดขาดทุน ไม่สามารถเอาไปหักกำไรปีหน้าได้
– แต่ภายในปีเดียวกัน สามารถหักกำไรกับขาดทุนได้ (เฉพาะในเงินได้ประเภทเดียวกัน)
เมื่อไหร่ที่ “ไม่ต้อง” เสียภาษี Forex?
กรณีที่อาจไม่ต้องเสียภาษี
มีบางสถานการณ์ที่เทรดเดอร์อาจไม่ต้องเสียภาษีจากกำไร Forex:
1. เทรดขาดทุน:
– ถ้าตลอดทั้งปี เทรดขาดทุนสุทธิ ก็ไม่มีกำไรที่ต้องเสียภาษี
– แต่ยังต้องเก็บบันทึกไว้เป็นหลักฐาน
2. รายได้รวมไม่ถึงเกณฑ์:
– ถ้ารายได้รวมทั้งปี (ทุกแหล่ง) ไม่เกิน 120,000 บาท (คนโสด) หรือ 220,000 บาท (สมรส) ไม่มีหน้าที่ต้องยื่นแบบ
– ถ้ารายได้ 120,001-150,000 บาท ต้องยื่นแบบ แต่ยังไม่ต้องจ่ายภาษี (150,000 แรกยกเว้น)
3. ไม่ได้เป็น Tax Resident ของไทย:
– ถ้าอยู่ในไทยไม่ถึง 180 วัน เงินได้จากต่างประเทศไม่ต้องเสียภาษีในไทย
4. ยังไม่ได้ Realize Profit:
– ถ้ายังเปิดออเดอร์อยู่ ยังไม่ปิด ถือเป็น Unrealized Profit ยังไม่ต้องเสียภาษี
– เสียภาษีเฉพาะ Realized Profit (ปิดออเดอร์แล้ว)
5. กำไรอยู่ในบัญชีโบรกเกอร์ต่างประเทศ (กฎเดิม):
– ตามกฎเดิม (ก่อน 2024) ถ้าไม่นำเงินเข้าไทยในปีเดียวกัน อาจไม่ต้องเสียภาษี
– แต่ตามกฎใหม่ (2024 เป็นต้นไป) ต้องระวังเรื่องการนำเงินเข้ามาในภายหลัง
ปรึกษาที่ปรึกษาภาษี: เมื่อไหร่ที่ควรไป?
ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเมื่อ
– กำไรจาก Forex มากกว่า 500,000 บาทต่อปีขึ้นไป
– มีรายได้จากหลายแหล่ง (เงินเดือน + Forex + Crypto + อื่นๆ)
– มีแผนจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ (ปัญหา Double Taxation)
– เป็น IB (Introducing Broker) ที่รับ Commission จากโบรกเกอร์
– ต้องการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (บริษัท) เพื่อลดภาระภาษี
– ถูกกรมสรรพากรเรียกตรวจสอบ
วิธีเลือกที่ปรึกษาภาษี
– เลือกนักบัญชีหรือที่ปรึกษาที่ มีประสบการณ์ กับเงินได้จากต่างประเทศ
– สอบถามว่ามีความรู้เรื่อง Forex/Crypto Tax หรือไม่
– ค่าปรึกษาเริ่มต้นประมาณ 1,000-5,000 บาท สำหรับการวางแผนภาษีรายปี
– ค่าจ้างทำบัญชีและยื่นภาษีประมาณ 3,000-10,000 บาทต่อปี (ขึ้นกับความซับซ้อน)
– เปรียบเทียบกับภาษีที่อาจประหยัดได้ มักจะคุ้มค่า
การจดทะเบียนบริษัทสำหรับเทรดเดอร์
บางเทรดเดอร์ที่มีกำไรสูงอาจพิจารณาจดทะเบียนบริษัท:
– ข้อดี: อัตราภาษีนิติบุคคล 20% (คงที่) อาจต่ำกว่าอัตราส่วนบุคคล (ถ้าอยู่ขั้น 25-35%)
– ข้อดี: หักค่าใช้จ่ายได้มากกว่า ยกขาดทุนไปปีถัดไปได้
– ข้อเสีย: ค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียน ทำบัญชี สอบบัญชี
– ข้อเสีย: ต้องมีวัตถุประสงค์ที่ถูกต้อง (Trading Company)
– คำเตือน: ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจ มีรายละเอียดทางกฎหมายอีกมาก
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับภาษี Forex
ความเข้าใจผิด #1: “Forex ไม่ถูกกฎหมายในไทย ดังนั้นไม่ต้องเสียภาษี”
ข้อเท็จจริง: ถึง Forex Retail Trading จะอยู่ใน “พื้นที่สีเทา” ทางกฎหมายไทย แต่กำไรที่ได้ยังถือเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ความผิดกฎหมายของกิจกรรมกับหน้าที่ทางภาษีเป็นคนละเรื่องกัน แม้แต่รายได้ที่ผิดกฎหมาย ก็ยังต้องเสียภาษีตามกฎหมายภาษี
ความเข้าใจผิด #2: “กรมสรรพากรไม่มีทางรู้ว่าเราเทรด Forex”
ข้อเท็จจริง: กรมสรรพากรอาจตรวจพบได้จาก:
– การโอนเงินข้ามประเทศผ่านธนาคาร (ธนาคารรายงานธุรกรรมที่มีมูลค่าสูง)
– การแลกเปลี่ยนข้อมูลภาษีระหว่างประเทศ (CRS – Common Reporting Standard)
– การใช้ E-Wallet หรือ Payment Gateway ที่รายงานข้อมูล
– การตรวจสอบบัญชีธนาคารกรณีถูกสุ่มตรวจ
– ข้อมูลจาก Social Media (ถ้าคุณโพสต์โชว์กำไร)
ความเข้าใจผิด #3: “ถอนเงินทีละน้อยจะไม่ถูกตรวจ”
ข้อเท็จจริง: การแบ่งถอนเงินทีละน้อยเพื่อหลีกเลี่ยงการรายงาน (Structuring/Smurfing) เป็นสิ่งที่ธนาคารและหน่วยงาน ปปง. ตรวจจับได้ และอาจเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงินอีกด้วย
ความเข้าใจผิด #4: “ใช้ Crypto/E-Wallet ถอนเงินไม่ต้องเสียภาษี”
ข้อเท็จจริง: ไม่ว่าจะถอนผ่านช่องทางใด (โอนธนาคาร, Crypto, E-Wallet, บัตร Debit) กำไรยังเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี ช่องทางการถอนไม่ได้เปลี่ยนสถานะทางภาษีของเงินได้
ความเข้าใจผิด #5: “ถ้าเทรดขาดทุนรวมๆ ไม่ต้องสนใจเรื่องภาษี”
ข้อเท็จจริง: ถ้าเทรดขาดทุนจริงๆ ก็ไม่ต้องเสียภาษีจากส่วนนี้ แต่ควรเก็บหลักฐานไว้ และถ้ามีรายได้จากแหล่งอื่น (เงินเดือน, ค่า IB) ที่ถึงเกณฑ์ ก็ยังต้องยื่นภาษีอยู่
บทลงโทษกรณีไม่ปฏิบัติตาม
บทลงโทษทางกฎหมาย
การไม่ยื่นภาษีหรือสำแดงรายได้ไม่ครบถ้วน มีบทลงโทษตามกฎหมาย:
1. ไม่ยื่นแบบภาษีภายในกำหนด:
– เบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ต้องจ่าย
– เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ต้องจ่าย (นับจากวันครบกำหนด)
– ค่าปรับอาญา ไม่เกิน 2,000 บาท
2. สำแดงเท็จหรือหลีกเลี่ยงภาษี:
– เบี้ยปรับ 1-2 เท่าของภาษีที่หลีกเลี่ยง
– เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน
– โทษอาญา: จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. อายุความ:
– ทั่วไป: 5 ปี (กรมสรรพากรสามารถเรียกตรวจสอบย้อนหลังได้ 5 ปี)
– กรณีหลีกเลี่ยงภาษี: 10 ปี
คำแนะนำ
– ยื่นภาษีตามจริง ดีที่สุด แม้จะต้องจ่ายภาษีบ้าง ดีกว่าเสี่ยงถูกตรวจสอบย้อนหลัง
– ถ้าที่ผ่านมาไม่ได้ยื่น สามารถ “ยื่นเพิ่มเติม” ย้อนหลังได้ เสียเบี้ยปรับน้อยกว่าถูกตรวจสอบ
– ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนภาษีอย่างถูกต้องและประหยัด
เคล็ดลับการวางแผนภาษี Forex อย่างชาญฉลาด
1. วางแผนการถอนเงิน
– คำนวณว่ากำไรเท่าไหร่ที่จะอยู่ในขั้นภาษีที่เหมาะสม
– ถอนเงินในจำนวนที่วางแผนไว้ ไม่ใช่ถอนทั้งหมดทีเดียว
– พิจารณา Timing ของการถอน (ปลายปีภาษี vs ต้นปีใหม่)
2. ใช้ค่าลดหย่อนให้เต็มที่
– ลงทุนในกองทุน RMF/SSF เพื่อลดภาระภาษีและสร้างเงินออมระยะยาว
– ทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ เพื่อลดหย่อน
– บริจาคให้องค์กรที่ลดหย่อนภาษีได้
3. เก็บหลักฐานค่าใช้จ่าย
– เก็บใบเสร็จทุกรายการที่เกี่ยวกับการเทรด
– ค่า VPS, TradingView, คอร์สเรียน, Internet, อุปกรณ์คอมพิวเตอร์
– ยิ่งหักค่าใช้จ่ายได้มาก ภาษียิ่งน้อย
4. พิจารณาการจดบริษัท (ถ้ากำไรสูง)
– ถ้ากำไรสุทธิเกิน 2 ล้านบาทต่อปี อัตราภาษีส่วนบุคคลจะอยู่ที่ 30-35%
– อัตราภาษีนิติบุคคล 20% อาจคุ้มค่ากว่า
– ต้องคำนวณรวมค่าใช้จ่ายในการจดบริษัทและทำบัญชี
5. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเป็นประจำ
– กฎหมายภาษีเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องเงินได้จากต่างประเทศ
– ค่าปรึกษาไม่กี่พันบาท อาจช่วยประหยัดภาษีได้หลายหมื่นหรือหลายแสนบาท
สรุป: สิ่งที่เทรดเดอร์ Forex ไทยต้องรู้เรื่องภาษี
ประเด็นสำคัญที่ต้องจำ:
1. กำไร Forex ต้องเสียภาษี: ตามกฎหมายไทย กำไรจากการเทรด Forex ถือเป็นเงินได้ที่ต้องเสียภาษี
2. เงื่อนไขสำหรับเงินได้ต่างประเทศ: ต้องอยู่ไทย 180 วัน + นำเงินเข้าไทย (กฎใหม่ 2024 เปลี่ยนแปลงสำคัญ)
3. ใช้แบบ PND.90: ยื่นผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร
4. เก็บบันทึกอย่างดี: Statement, สลิปการโอน, ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
5. วางแผนภาษีล่วงหน้า: ใช้ค่าลดหย่อน วางแผนการถอนเงิน
6. ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: โดยเฉพาะถ้ากำไรสูงหรือมีกรณีซับซ้อน
7. อย่าเชื่อข่าวลือ: มีความเข้าใจผิดมากมายเกี่ยวกับภาษี Forex ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้เสมอ
การเสียภาษีอย่างถูกต้องไม่ใช่ “ภาระ” แต่เป็น “ความรับผิดชอบ” ของเทรดเดอร์มืออาชีพ การวางแผนภาษีที่ดีจะช่วยให้คุณรักษากำไรได้มากที่สุดอย่างถูกกฎหมาย
พร้อมเริ่มต้นเทรด Forex อย่างถูกต้อง? เปิดบัญชีกับ XM โบรกเกอร์ที่ได้รับการกำกับดูแลจากหลายหน่วยงานทั่วโลก พร้อมรับโบนัสสำหรับสมาชิกใหม่!
ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ บทความ Forex, การวิเคราะห์เทคนิค, และ Money Management ที่เว็บไซต์ของเรา


![วิธีตั้งค่า MT4 สำหรับมือใหม่ฉบับสมบูรณ์ [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/02/mt4-setup-beginners-complete-cover-1-600x336.png)




TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文