
สอนเทรด Forex พื้นฐาน ฟรี แนวรับแนวต้าน Support and Resistance (EP 08) โดย XM.COM

บทนำ
การเทรด Forex หรือการซื้อขายสกุลเงินต่างประเทศ เป็นอีกหนึ่งโอกาสทางการเงินที่น่าสนใจ และเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากตลาด Forex เป็นตลาดการเงินที่มีสภาพคล่องสูง มีการเคลื่อนไหวของราคาตลอด 24 ชั่วโมง และเป็นตลาดที่เปิดกว้างสำหรับนักลงทุนทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ ในบทความนี้เราจะมาทำความเข้าใจถึงแนวคิดพื้นฐานของ “แนวรับแนวต้าน (Support and Resistance)” ซึ่งเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการเทรด Forex ในระยะยาว
หลักการพื้นฐาน
แนวรับ (Support) คือระดับราคาที่มีแนวโน้มที่จะหยุดการปรับตัวลง หรือเป็นจุดที่ราคาสามารถยืนอยู่ได้ ในขณะที่ แนวต้าน (Resistance) คือระดับราคาที่มีแนวโน้มที่จะหยุดการปรับตัวขึ้น หรือเป็นจุดที่ราคาจะไม่สามารถผ่านไปได้ ซึ่งแนวรับและแนวต้านเหล่านี้จะถูกกำหนดขึ้นจากการวิเคราะห์แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาในอดีต
โดยทั่วไปแล้ว เมื่อราคาทะลุผ่านแนวรับขึ้นไป จะถือว่าเป็นสัญญาณของการปรับตัวขึ้นของราคา ในขณะที่เมื่อราคาทะลุผ่านแนวต้านลงมา จะถือว่าเป็นสัญญาณของการปรับตัวลงของราคา ดังนั้น แนวรับและแนวต้านจึงเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างมากในการวางแผนการเทรดและการบริหารความเสี่ยง
วิธีใช้งานจริง
- กำหนดแนวรับและแนวต้าน โดยการวิเคราะห์จากแผนภูมิราคาในอดีต เพื่อหาจุดที่ราคาสะดุดและไม่สามารถผ่านไปได้
- ติดตามและเฝ้าระวังการเคลื่อนไหวของราคา เมื่อราคาเคลื่อนไหวเข้าใกล้แนวรับหรือแนวต้าน จะต้องเตรียมพร้อมสำหรับการตัดสินใจเข้าตลาด
- เข้าสถานการณ์เมื่อราคาทะลุผ่านแนวรับหรือแนวต้าน โดยอาจจะเข้าซื้อเมื่อราคาทะลุผ่านแนวรับ หรือเข้าขายเมื่อราคาทะลุผ่านแนวต้าน
- กำหนดจุดตัดขาดทุนและจุดยุติการเทรด โดยใช้แนวรับและแนวต้านเป็นแนวทาง เช่น หากราคาเคลื่อนไหวผ่านแนวรับหรือแนวต้าน อาจต้องปิดสถานการณ์เพื่อตัดขาดทุน
ตัวอย่างการเทรดจริง (กรณีศึกษา)
ในตัวอย่างนี้ เราจะดูกรณีศึกษาการเทรดคู่สกุลเงิน EUR/USD โดยใช้หลักการแนวรับและแนวต้าน
จากแผนภูมิราคา EUR/USD ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา เราสามารถกำหนดแนวรับที่ระดับ 1.1720 และแนวต้านที่ระดับ 1.1790 โดยเป็นระดับราคาที่ราคาสะดุดและไม่สามารถผ่านไปได้ในอดีต
ในวันที่ 15 มกราคม ราคา EUR/USD เคลื่อนไหวมาถึงระดับ 1.1760 ซึ่งอยู่ระหว่างแนวรับและแนวต้าน จึงเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าสถานการณ์ซื้อ โดยกำหนดจุดตัดขาดทุนที่ระดับ 1.1720 (แนวรับ) และกำหนดจุดยุติการเทรดที่ระดับ 1.1790 (แนวต้าน)
ในที่สุดราคา EUR/USD สามารถทะลุผ่านแนวต้านที่ระดับ 1.1790 ไปได้ ทำให้ได้กำไรจากการเทรดในครั้งนี้ประมาณ 30 pips
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- การกำหนดแนวรับและแนวต้านที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่สอดคล้องกับสภาพตลาดจริง
- การเข้าตลาดที่ไม่ทันเวลา โดยไม่รอให้ราคาทะลุผ่านแนวรับหรือแนวต้าน
- การตั้งจุดตัดขาดทุนและจุดยุติการเทรดที่ไม่เหมาะสม
- การไม่ติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และปล่อยให้ราคาเคลื่อนไหวผ่านแนวรับหรือแนวต้าน
- การใช้แนวรับและแนวต้านเพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้ผสมผสานกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่นๆ
เคล็ดลับจากมืออาชีพ
- ศึกษาและทำความเข้าใจหลักการพื้นฐานของแนวรับและแนวต้านให้ชัดเจน
- ฝึกฝนการวิเคราะห์และกำหนดแนวรับและแนวต้านจากข้อมูลในอดีต
- ติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด และพร้อมที่จะเข้าสถานการณ์เมื่อราคาทะลุผ่านแนวรับหรือแนวต้าน
- จัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยการกำหนดจุดตัดขาดทุนและจุดยุติการเทรดที่เหมาะสม
- ผสมผสานการใช้แนวรับและแนวต้านร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรด
FAQ
- ทำอย่างไรให้กำหนดแนวรับและแนวต้านได้ถูกต้อง?
การกำหนดแนวรับและแนวต้านที่ถูกต้องนั้น จะต้องวิเคราะห์จากข้อมูลราคาในอดีตอย่างละเอียด โดยมองหาระดับราคาที่ราคาสะดุดและไม่สามารถผ่านไปได้ในอดีต ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถกำหนดแนวรับและแนวต้านได้อย่างแม่นยำ - จุดตัดขาดทุนและจุดยุติการเทรดควรตั้งอย่างไร?
การตั้งจุดตัดขาดทุนและจุดยุติการเทรดนั้น ควรพิจารณาจากระดับแนวรับและแนวต้านที่กำหนดไว้ โดยทั่วไปจุดตัดขาดทุนอาจตั้งที่ระดับแนวรับ และจุดยุติการเทรดอาจตั้งที่ระดับแนวต้าน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์และความเสี่ยงที่ยอมรับได้ - ควรใช้แนวรับและแนวต้านร่วมกับเครื่องมืออื่นหรือไม่?
การใช้แนวรับและแนวต้านร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่นๆ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรดได้มากขึ้น เช่น การใช้ร่วมกับแนวโน้ม เส้นค่าเฉลี่ย หรือ ตัวชี้วัดทางเทคนิคอื่นๆ จะช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
สรุป
แนวรับและแนวต้าน (Support and Resistance) เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการเทรด Forex ในระยะยาว โดยการกำหนดแนวรับและแนวต้านจากข้อมูลราคาในอดีต จะช่วยให้เราสามารถวางแผนการเทรดและจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การใช้แนวรับและแนวต้านร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ จะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์และการตัดสินใจเข้าตลาดได้เป็นอย่างดี
