TradingView คืออะไร? ทำไมเทรดเดอร์ทั่วโลกถึงใช้
TradingView คือแพลตฟอร์มวิเคราะห์กราฟออนไลน์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ด้วยจำนวนผู้ใช้งานมากกว่า 60 ล้านคนทั่วโลกในปี 2026 ไม่ว่าคุณจะเป็นเทรดเดอร์ Forex, หุ้น, Crypto, ทองคำ หรือสินค้าโภคภัณฑ์ TradingView มีเครื่องมือครบครันที่จะช่วยให้คุณวิเคราะห์ตลาดได้อย่างแม่นยำและมืออาชีพ
- TradingView คืออะไร? ทำไมเทรดเดอร์ทั่วโลกถึงใช้
- TradingView Free vs Paid: เปรียบเทียบแผนบริการ 2026
- วิธีสมัครและตั้งค่า TradingView Workspace เบื้องต้น
- ประเภทกราฟและ Timeframe บน TradingView
- เครื่องมือวาดเส้น (Drawing Tools) ที่ต้องเป็น
- การเพิ่มและปรับแต่ง Indicator บน TradingView
- Pine Script: สร้าง Indicator และ Strategy ที่กำหนดเอง
- ระบบ Alerts: แจ้งเตือนราคาและเงื่อนไขทางเทคนิค
- Screener: คัดกรองสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ
- Multi-Chart Layout: ดูหลายกราฟพร้อมกัน
- TradingView สำหรับ Forex, ทองคำ, และ Crypto
- Social Features: ชุมชนเทรดเดอร์บน TradingView
- Paper Trading: ฝึกเทรดจำลองบน TradingView
- TradingView vs MT4/MT5: เปรียบเทียบแพลตฟอร์ม
- Keyboard Shortcuts ที่ต้องรู้
- TradingView Mobile App: วิเคราะห์กราฟบนมือถือ
- Best Practices: เทคนิคใช้ TradingView อย่างมืออาชีพ
- สรุป: TradingView คือเครื่องมือที่ต้องมีสำหรับเทรดเดอร์ยุคใหม่
สิ่งที่ทำให้ TradingView โดดเด่นกว่าแพลตฟอร์มอื่นคือการเป็น Web-Based Platform หมายความว่าคุณสามารถเปิดใช้งานผ่านเบราว์เซอร์ได้ทันทีโดยไม่ต้องดาวน์โหลดหรือติดตั้งซอฟต์แวร์ใดๆ ทำงานได้ทุกเครื่อง ทุกระบบปฏิบัติการ ไม่ว่าจะเป็น Windows, Mac, Linux หรือแม้แต่ Chromebook ข้อมูลกราฟและการตั้งค่าทั้งหมดจะ Sync อัตโนมัติผ่าน Cloud ทำให้คุณเปิดดูกราฟที่บ้านแล้วไปต่อที่ออฟฟิศหรือบนมือถือได้เลย
คุณสมบัติเด่นของ TradingView:
– กราฟคุณภาพสูง: กราฟที่สวยงาม ลื่นไหล รองรับทุก Timeframe ตั้งแต่ 1 วินาที ถึง 1 เดือน
– เครื่องมือวาดเส้นครบครัน: มีเครื่องมือวาดเส้นมากกว่า 80 แบบ ตั้งแต่ Trend Line, Fibonacci, Pitchfork, Gann ไปจนถึง Elliott Wave
– Indicator มากกว่า 400 ตัว: ทั้ง Built-in และ Community Indicator ที่สร้างโดยผู้ใช้ทั่วโลก
– Pine Script: ภาษาเขียนโปรแกรมเฉพาะสำหรับสร้าง Indicator และ Strategy ที่กำหนดเอง
– Social Network: ชุมชนเทรดเดอร์ที่แชร์ไอเดียการเทรด วิเคราะห์ และ Indicator
– ข้อมูลครอบคลุม: ข้อมูลจากตลาดหุ้น, Forex, Crypto, Futures, Bonds ทั่วโลก
– Alerts: ระบบแจ้งเตือนราคาและเงื่อนไขทางเทคนิคที่ทรงพลัง
– Paper Trading: ระบบเทรดจำลองภายในตัว ไม่ต้องเปิดบัญชี Demo ที่ไหนเพิ่ม
ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การวิเคราะห์เทคนิค เพื่อทำความเข้าใจพื้นฐานก่อนเริ่มใช้ TradingView
TradingView Free vs Paid: เปรียบเทียบแผนบริการ 2026
TradingView มีแผนบริการ 4 ระดับ แต่ละระดับมีความสามารถต่างกัน การเลือกแผนที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดตามงบประมาณ
แผน Free (ฟรี)
ราคา: $0 ตลอดชีพ
สิ่งที่ได้รับ:
– กราฟ 1 Tab, Layout 1 กราฟต่อ Tab
– Indicator บนกราฟ 2 ตัว
– แจ้งเตือน (Alert) 1 รายการที่ Active ได้พร้อมกัน
– ข้อมูล Delayed 15-20 นาที (สำหรับบางตลาด)
– มีโฆษณา
– บันทึก Chart Layout ได้ 1 รูปแบบ
– Watchlist 1 รายการ สูงสุด 30 Symbol
เหมาะกับ: ผู้เริ่มต้นที่ต้องการทดลองใช้ หรือใช้เป็นเครื่องมือเสริมจาก MT4/MT5
แผน Essential (เดิมชื่อ Plus)
ราคา: ประมาณ $14.95/เดือน (จ่ายรายปีลดเหลือ ~$12.95)
สิ่งที่เพิ่มจาก Free:
– กราฟ 2 Tab, Layout 2 กราฟต่อ Tab
– Indicator บนกราฟ 5 ตัว
– Alert Active 20 รายการ
– ไม่มีโฆษณา
– บันทึก Chart Layout ได้ 10 รูปแบบ
– Custom Timeframe
– Volume Profile ในรูปแบบพื้นฐาน
เหมาะกับ: เทรดเดอร์ที่เริ่มจริงจังและต้องการเครื่องมือเพิ่มขึ้น
แผน Plus (เดิมชื่อ Pro)
ราคา: ประมาณ $29.95/เดือน (จ่ายรายปีลดเหลือ ~$24.95)
สิ่งที่เพิ่มจาก Essential:
– กราฟ 4 Tab, Layout 4 กราฟต่อ Tab
– Indicator บนกราฟ 10 ตัว
– Alert Active 100 รายการ
– Intraday Renko, Kagi, Point & Figure Charts
– Custom Timeframe มากขึ้น
– Chart Data Export
เหมาะกับ: เทรดเดอร์ที่ใช้ Multi-Timeframe Analysis และต้องการดูหลายกราฟพร้อมกัน
แผน Premium
ราคา: ประมาณ $59.95/เดือน (จ่ายรายปีลดเหลือ ~$49.95)
สิ่งที่เพิ่มจาก Plus:
– กราฟ 8 Tab, Layout 8 กราฟต่อ Tab
– Indicator บนกราฟ 25 ตัว
– Alert Active 400 รายการ
– Second-Based Timeframe
– Second-Based Alerts
– 4x Volume Profile
– Priority Support
เหมาะกับ: Professional Trader หรือผู้ที่ต้องการเครื่องมือเต็มรูปแบบ
คำแนะนำในการเลือกแผน
สำหรับเทรดเดอร์ Forex ไทย แนะนำเริ่มจาก แผน Free ก่อน ถ้ารู้สึกว่าจำกัดเกินไป ค่อยอัปเกรดเป็น Essential หรือ Plus ข้อดีคือ TradingView มักจัด Sale ลดราคา 50-70% ในช่วง Black Friday, New Year, และ Anniversary ดังนั้นรอช่วงลดราคาแล้วค่อยสมัครจะคุ้มค่าที่สุด
สำหรับข้อมูล Forex ส่วนใหญ่บน TradingView จะเป็น Real-time อยู่แล้ว (ไม่ Delay) แม้แต่แผน Free เพราะข้อมูล Forex ไม่ได้มาจาก Exchange เหมือนหุ้น ดังนั้นถ้าเทรด Forex เป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องจ่ายเพื่อข้อมูล Real-time
วิธีสมัครและตั้งค่า TradingView Workspace เบื้องต้น
ขั้นตอนการสมัคร
1. เข้าเว็บไซต์: ไปที่ tradingview.com แล้วคลิก “Get Started” หรือ “Sign Up”
2. สมัครบัญชี: สามารถสมัครด้วย Email, Google Account, Facebook, Apple ID หรือ Twitter แนะนำใช้ Google Account เพราะสะดวกที่สุด
3. เลือกแผน: เลือก Free ก่อนได้ สามารถอัปเกรดทีหลัง
4. ตั้งค่า Profile: กรอกชื่อ Username ที่ต้องการ (จะเป็นชื่อที่แสดงในชุมชน)
การตั้งค่า Workspace
เมื่อเข้ามาที่หน้า Chart แล้ว สิ่งแรกที่ควรทำคือตั้งค่าพื้นฐานให้เหมาะกับการเทรด Forex:
1. เปลี่ยน Theme:
– คลิกไอคอนรูปเฟือง (Settings) มุมขวาล่าง
– เลือก Dark Theme สำหรับเทรดเดอร์ที่ดูกราฟนาน จะถนอมสายตามากกว่า
– สามารถปรับสีพื้นหลัง, Grid, เส้นขอบ ได้ตามชอบ
2. ตั้งค่า Chart เริ่มต้น:
– เลือก Chart Type เป็น Candlestick (แท่งเทียน) ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับเทรดเดอร์
– ตั้ง Timezone เป็น Bangkok (UTC+7) เพื่อให้เวลาบนกราฟตรงกับเวลาไทย
– เปิด Session Break เพื่อดูขอบเขตของแต่ละวัน
– ตั้ง Scale เป็น Auto โดย Default
3. จัดหน้าจอ:
– ปิด Panel ที่ไม่จำเป็นออก เช่น News Panel, Watchlist (ถ้ายังไม่ใช้)
– เปิดแค่ Chart Panel และ Drawing Toolbar ด้านซ้าย
– ใช้ปุ่ม F11 เพื่อเข้า Fullscreen Mode สำหรับจอใหญ่
4. เลือก Symbol แรก:
– พิมพ์ “XAUUSD” ในช่อง Symbol Search สำหรับทองคำ
– หรือ “EURUSD” สำหรับ Forex
– เลือก Data Provider ที่ต้องการ (OANDA, FXCM, FOREX.COM เป็นที่นิยม)
– แนะนำเลือก OANDA เพราะข้อมูลค่อนข้างครบและแม่นยำสำหรับ Forex
ประเภทกราฟและ Timeframe บน TradingView
ประเภทกราฟที่มีให้เลือก
TradingView รองรับกราฟหลายประเภท แต่ละประเภทมีจุดเด่นต่างกัน:
1. Candlestick Chart (แท่งเทียนญี่ปุ่น):
– เป็นที่นิยมที่สุดในหมู่เทรดเดอร์
– แสดง Open, High, Low, Close ในแท่งเดียว
– อ่านรูปแบบ Candlestick Pattern ได้ เช่น Doji, Hammer, Engulfing
– เหมาะกับการวิเคราะห์ เทคนิคัล ทุกรูปแบบ
2. Heikin Ashi:
– คำนวณจากค่าเฉลี่ยของราคา ทำให้กราฟ “เรียบ” กว่า Candlestick ปกติ
– ช่วยระบุ Trend ได้ชัดเจนขึ้น ลด Noise
– ไม่เหมาะสำหรับดู Exact Price เพราะราคาถูกคำนวณใหม่
– เหมาะกับ Swing Trading และ Trend Following
3. Renko Chart:
– สร้าง “Brick” ก้อนใหม่ต่อเมื่อราคาเคลื่อนที่เกินขนาด Brick ที่กำหนด
– ไม่มีมิติของเวลา ดูเฉพาะการเคลื่อนที่ของราคา
– ช่วยกรอง Noise ออกได้ดีมาก ระบุ Trend ชัดเจน
– ต้องใช้แผน Plus ขึ้นไปสำหรับ Intraday Renko
4. Line Chart:
– แสดงเฉพาะราคาปิด เชื่อมเป็นเส้นเดียว
– ดูง่าย เหมาะสำหรับดูภาพรวม Trend ในกรอบเวลาใหญ่
– ไม่เหมาะสำหรับการวิเคราะห์ละเอียด
5. Bar Chart (OHLC):
– แสดงข้อมูลเหมือน Candlestick แต่ในรูปแบบแท่งเส้นตรง
– บางเทรดเดอร์ชอบเพราะดูสะอาดกว่า Candlestick
6. Range, Kagi, Point & Figure:
– กราฟพิเศษที่ไม่ใช้มิติเวลา
– เหมาะกับ Advanced Trader ที่ต้องการมุมมองเฉพาะ
Timeframe ที่ควรรู้
TradingView รองรับ Timeframe มากมาย ตั้งแต่ 1 วินาที ถึง 1 เดือน:
Timeframe สั้น (Scalping/Day Trading):
– 1M, 3M, 5M, 15M: เหมาะกับ Scalping และ Day Trading
– มี Noise มาก ต้องใช้ร่วมกับ Timeframe ใหญ่กว่า
Timeframe กลาง (Day Trading/Swing):
– 30M, 1H, 4H: เป็น “Sweet Spot” สำหรับเทรดเดอร์ส่วนใหญ่
– H4 เป็น Timeframe ยอดนิยมที่สุดสำหรับ Forex
Timeframe ยาว (Swing/Position):
– Daily, Weekly, Monthly: ดูภาพรวมแนวโน้มใหญ่
– Daily เป็นที่นิยมมากสำหรับ Swing Trading Forex
Custom Timeframe:
– แผน Essential ขึ้นไปสามารถสร้าง Custom Timeframe เช่น 2H, 6H, 3D, 2W ได้
– บางเทรดเดอร์ชอบใช้ 2H หรือ 8H เพราะให้มุมมองที่ต่างออกไป
เครื่องมือวาดเส้น (Drawing Tools) ที่ต้องเป็น
Drawing Tools คือหัวใจของการวิเคราะห์เทคนิคัลบน TradingView เครื่องมือเหล่านี้อยู่ที่ Toolbar ด้านซ้ายของหน้าจอ มาดูเครื่องมือสำคัญที่ใช้บ่อยที่สุด:
1. Trend Line (เส้นแนวโน้ม)
เครื่องมือพื้นฐานที่สุดแต่ทรงพลังที่สุด:
– คลิกที่ Trend Line Tool หรือกดปุ่ม Alt+T
– คลิกจุดแรก (จุดเริ่มต้น) แล้วลากไปจุดที่สอง
– Double-click เพื่อเปิด Settings: ปรับสี ความหนา และ Style (Solid, Dashed, Dotted)
– เปิด “Extend Right” เพื่อขยายเส้นไปทางขวาอัตโนมัติ
– ใช้ลาก Uptrend Line เชื่อม Higher Lows หรือ Downtrend Line เชื่อม Lower Highs
2. Horizontal Line (เส้นแนวนอน)
ใช้มาร์ค Support/Resistance ที่สำคัญ:
– กดปุ่ม Alt+H แล้วคลิกที่ราคาที่ต้องการ
– ปรับสีให้แตกต่างกันสำหรับ Support (เขียว) และ Resistance (แดง)
– สามารถเพิ่ม Label แสดงราคาได้
3. Fibonacci Retracement
เครื่องมือวัด Retracement Level ที่นิยมมาก:
– เลือก Fib Retracement Tool จากเมนู Drawing
– ลากจาก Swing Low ไป Swing High (สำหรับ Uptrend) หรือ High ไป Low (สำหรับ Downtrend)
– TradingView จะแสดง Level 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%, 78.6% อัตโนมัติ
– คลิกขวา > Settings เพื่อเพิ่ม/ลบ Level หรือเปลี่ยนสี
– สามารถเพิ่ม Extension Level เช่น 127.2%, 161.8% สำหรับ Target ได้
4. Pitchfork (Andrew’s Pitchfork)
เครื่องมือวัด Channel ที่ใช้ 3 จุด:
– เลือก Pitchfork Tool
– คลิก 3 จุด: จุดเริ่มต้นของ Trend, จุดสูงสุด, จุดต่ำสุด (หรือกลับกัน)
– TradingView จะสร้าง Median Line และ Channel อัตโนมัติ
– ราคามักจะเคลื่อนที่ภายใน Channel และดีดกลับจาก Median Line
– มีหลายแบบให้เลือก: Schiff, Modified Schiff, Inside Pitchfork
5. Rectangle และ Ellipse
ใช้ Mark Zone ที่สำคัญ:
– Rectangle: วาดกรอบสี่เหลี่ยมครอบ Supply/Demand Zone, Range Zone
– ปรับความโปร่งใส (Opacity) เพื่อไม่ให้บังกราฟ
– ใช้สีแดงสำหรับ Supply Zone และสีเขียวสำหรับ Demand Zone
6. Text และ Note
เพิ่มโน้ตบนกราฟเพื่อบันทึกการวิเคราะห์:
– ใช้ Text Tool เพื่อเขียนข้อความบนกราฟ
– ใช้ Note Tool เพื่อเพิ่มโน้ตที่ซ่อนได้ (คลิกเพื่อดู)
– เป็นประโยชน์สำหรับการบันทึก Trading Plan บนกราฟ
7. Measurement Tool
วัดระยะทางราคาและเวลา:
– กด Shift+Click ค้างแล้วลาก
– แสดงจำนวน Pip, เปอร์เซ็นต์, จำนวนแท่งเทียน
– มีประโยชน์มากสำหรับคำนวณ Risk:Reward Ratio
การเพิ่มและปรับแต่ง Indicator บน TradingView
วิธีเพิ่ม Indicator
การเพิ่ม Indicator บน TradingView ทำได้ง่ายมาก:
วิธีที่ 1: คลิกปุ่ม “Indicators” ที่ Toolbar ด้านบน หรือกด / (Slash)
วิธีที่ 2: พิมพ์ชื่อ Indicator ในช่อง Search เช่น “RSI”, “EMA”, “MACD”
วิธีที่ 3: ไปที่ Tab “Community Scripts” เพื่อค้นหา Indicator ที่สร้างโดยผู้ใช้อื่น
Indicator ยอดนิยมสำหรับ Forex
1. Moving Average (MA):
– ค้นหา “Moving Average” แล้วเลือก “Moving Average” (Built-in)
– ปรับ Length เป็น 20, 50, 100, 200 ตามต้องการ
– เปลี่ยน Type เป็น EMA, SMA, WMA ได้ใน Settings
– สามารถเพิ่มหลายเส้นพร้อมกัน โดยแต่ละเส้นใช้สีต่างกัน
2. RSI (Relative Strength Index):
– ค้นหา “RSI” แล้วเลือก “Relative Strength Index”
– จะแสดงเป็น Pane แยกด้านล่างกราฟ
– ปรับ Overbought/Oversold Level ได้ (Default 70/30)
– เพิ่ม MA ของ RSI เพื่อดู Signal Line ได้ใน Settings
3. MACD:
– ค้นหา “MACD” แล้วเลือก “MACD” (Built-in)
– แสดง MACD Line, Signal Line และ Histogram
– ปรับค่า Fast Length (12), Slow Length (26), Signal Smoothing (9)
4. Bollinger Bands:
– ค้นหา “Bollinger” แล้วเลือก “Bollinger Bands”
– Default: 20 Period, 2 Standard Deviation
– ปรับ Multiplier เป็น 2.5 หรือ 3 เพื่อดู Extreme Level
5. Volume Profile:
– ค้นหา “Volume Profile” แล้วเลือก “Volume Profile Visible Range”
– แสดงปริมาณการซื้อขายที่แต่ละระดับราคา
– เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากสำหรับหา Key Level
– ต้องใช้แผน Essential ขึ้นไป
การปรับแต่ง Indicator
ทุก Indicator บน TradingView สามารถปรับแต่งได้อย่างละเอียด:
– Double-click ที่ Indicator บนกราฟ หรือคลิกไอคอนเฟืองข้างชื่อ Indicator
– Tab “Inputs”: ปรับค่าพารามิเตอร์ เช่น Period, Length, Source (Close, Open, HL2)
– Tab “Style”: ปรับสี ความหนา รูปแบบเส้น
– Tab “Visibility”: เลือกว่าจะแสดง Indicator ใน Timeframe ไหนบ้าง (เช่น แสดง EMA 200 เฉพาะ H4 ขึ้นไป)
เมื่อปรับเสร็จแล้ว คลิก “Save As Default” เพื่อให้ทุกครั้งที่เพิ่ม Indicator นั้น จะใช้ค่าที่คุณตั้งไว้
Pine Script: สร้าง Indicator และ Strategy ที่กำหนดเอง
Pine Script คืออะไร?
Pine Script คือภาษาเขียนโปรแกรมเฉพาะของ TradingView ที่ออกแบบมาสำหรับสร้าง Indicator, Strategy, และ Library เพื่อใช้บนกราฟ TradingView โดยเฉพาะ ปัจจุบัน Pine Script อยู่ใน Version 6 (v6) ซึ่งมีความสามารถมากขึ้นอย่างมาก
สิ่งที่ Pine Script ทำได้:
– สร้าง Custom Indicator ที่ไม่มีใน Built-in
– สร้าง Trading Strategy พร้อมระบบ Backtest อัตโนมัติ
– สร้าง Alert ตามเงื่อนไขที่ซับซ้อน
– ดึงข้อมูลจากหลาย Timeframe และหลาย Symbol พร้อมกัน
– สร้าง Table แสดงข้อมูลบนกราฟ
ตัวอย่าง Pine Script พื้นฐาน: EMA Crossover Indicator
นี่คือตัวอย่างง่ายๆ ของ Pine Script ที่สร้าง Indicator แสดง EMA Crossover พร้อม Alert:
โค้ดตัวอย่าง:
//@version=6
indicator("EMA Crossover iCafeFX", overlay=true)
fast = input.int(20, "Fast EMA")
slow = input.int(50, "Slow EMA")
emaFast = ta.ema(close, fast)
emaSlow = ta.ema(close, slow)
plot(emaFast, "Fast EMA", color=color.green, linewidth=2)
plot(emaSlow, "Slow EMA", color=color.red, linewidth=2)
buySignal = ta.crossover(emaFast, emaSlow)
sellSignal = ta.crossunder(emaFast, emaSlow)
plotshape(buySignal, style=shape.triangleup, location=location.belowbar, color=color.green, size=size.small, text="BUY")
plotshape(sellSignal, style=shape.triangledown, location=location.abovebar, color=color.red, size=size.small, text="SELL")
alertcondition(buySignal, "EMA Buy Signal", "EMA Crossover BUY on {ticker}")
alertcondition(sellSignal, "EMA Sell Signal", "EMA Crossunder SELL on {ticker}")
วิธีใช้ Pine Script Editor
1. เปิด Editor: คลิกที่ “Pine Editor” ที่ด้านล่างของหน้าจอ TradingView
2. เขียนโค้ด: พิมพ์หรือวางโค้ดใน Editor
3. Compile: กดปุ่ม “Add to Chart” เพื่อ Compile และเพิ่มบนกราฟ
4. Debug: ถ้ามี Error จะแสดงข้อความบอกว่าผิดตรงไหน
5. Save: กด “Save” เพื่อบันทึก Script ของคุณ
คำสั่ง Pine Script ที่ใช้บ่อย
– ta.sma(source, length) — คำนวณ Simple Moving Average
– ta.ema(source, length) — คำนวณ Exponential Moving Average
– ta.rsi(source, length) — คำนวณ RSI
– ta.macd(source, fast, slow, signal) — คำนวณ MACD
– ta.crossover(a, b) — ตรวจสอบว่า A ตัดขึ้นผ่าน B
– ta.crossunder(a, b) — ตรวจสอบว่า A ตัดลงผ่าน B
– ta.highest(source, length) — หาค่าสูงสุดในช่วง
– ta.lowest(source, length) — หาค่าต่ำสุดในช่วง
– request.security(symbol, timeframe, expression) — ดึงข้อมูลจาก Timeframe หรือ Symbol อื่น
สำหรับผู้ที่สนใจ Automated Trading สามารถศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ระบบเทรดอัตโนมัติ ที่เว็บไซต์ของเรา
ระบบ Alerts: แจ้งเตือนราคาและเงื่อนไขทางเทคนิค
ประเภทของ Alert
ระบบ Alert ของ TradingView เป็นหนึ่งในจุดเด่นที่แข็งแกร่งที่สุด สามารถตั้งแจ้งเตือนได้หลายรูปแบบ:
1. Price Alert (แจ้งเตือนราคา):
– ตั้งแจ้งเตือนเมื่อราคาถึงระดับที่กำหนด
– เงื่อนไข: Crossing, Crossing Up, Crossing Down, Greater Than, Less Than
– เช่น แจ้งเตือนเมื่อ XAUUSD ถึง $2,500
2. Indicator Alert (แจ้งเตือนตาม Indicator):
– ตั้งแจ้งเตือนเมื่อ Indicator ถึงเงื่อนไข
– เช่น RSI ตัดเส้น 30 ขึ้น (Oversold Exit) หรือ MACD Crossover
– ใช้ได้กับทั้ง Built-in และ Community Indicator
3. Drawing Alert:
– ตั้ง Alert บน Drawing Tool เช่น Trend Line, Horizontal Line
– เช่น แจ้งเตือนเมื่อราคาชน Trend Line ที่วาดไว้
4. Pine Script Alert:
– ใช้ alertcondition() ใน Pine Script เพื่อสร้าง Alert ตามเงื่อนไขที่กำหนดเอง
– ทรงพลังที่สุดเพราะสามารถตั้งเงื่อนไขซับซ้อนได้ไม่จำกัด
ช่องทางการแจ้งเตือน
– App Notification: แจ้งเตือนผ่าน TradingView App บนมือถือ
– Email: ส่ง Email แจ้งเตือน
– Webhook: ส่งข้อมูลไปยัง URL ที่กำหนด (ใช้สำหรับ Automated Trading)
– SMS: ส่ง SMS (ต้องเชื่อมกับบริการเสริม)
– Sound: เสียงแจ้งเตือนบน Browser
วิธีตั้ง Alert
วิธีที่ 1: คลิกขวาบนกราฟ > “Add Alert”
วิธีที่ 2: กดปุ่ม Alt+A
วิธีที่ 3: คลิกขวาบน Indicator > “Add Alert on…”
ตั้งค่า:
– Condition: เลือก Symbol/Indicator และเงื่อนไข
– Expiration: กำหนดเวลาหมดอายุของ Alert (แผน Free: 2 เดือน, Premium: ไม่หมดอายุ)
– Alert Name: ตั้งชื่อให้จำง่าย เช่น “XAUUSD ถึง Support 2450”
– Message: ข้อความที่จะแสดงเมื่อ Alert ทำงาน สามารถใช้ตัวแปรเช่น {close}, {time}
Screener: คัดกรองสินทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพ
Stock/Forex/Crypto Screener
TradingView มี Screener ในตัวที่ช่วยคัดกรองสินทรัพย์ตามเงื่อนไขที่กำหนด:
1. เปิด Screener: คลิกที่ “Screener” ที่ด้านล่างของหน้าจอ แล้วเลือก Forex Screener
2. ตั้งค่า Filter:
– Performance: กรองตามผลตอบแทน (% เปลี่ยนแปลง 1D, 1W, 1M)
– Technical Rating: กรองตาม Technical Rating (Strong Buy, Buy, Neutral, Sell, Strong Sell)
– Oscillators/Moving Averages: กรองตามสัญญาณของ Oscillator และ MA
– Volatility: กรองตามค่า ATR หรือความผันผวน
3. ตัวอย่างการใช้งาน Forex Screener:
– หาคู่เงินที่ Technical Rating เป็น “Strong Buy” บน Daily Timeframe
– กรองคู่เงินที่ RSI ต่ำกว่า 30 (Oversold) เพื่อหาโอกาส Buy
– หาคู่เงินที่มี Volatility สูง (ATR สูง) สำหรับ Day Trading
Multi-Chart Layout: ดูหลายกราฟพร้อมกัน
การตั้งค่า Multi-Chart
การดูหลายกราฟพร้อมกันเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ Multi-Timeframe Analysis:
1. เลือก Layout: คลิกที่ไอคอน Layout ที่ Toolbar ด้านบน
– 2 กราฟ (แนวตั้ง/แนวนอน)
– 3 กราฟ (หลายรูปแบบ)
– 4 กราฟ (2×2)
– 6, 8 กราฟ (สำหรับแผน Plus/Premium)
2. Sync Crosshair:
– เปิด “Sync Crosshair” เพื่อให้เส้น Crosshair เคลื่อนที่พร้อมกันในทุกกราฟ
– ช่วยเปรียบเทียบราคาในช่วงเวลาเดียวกันได้ง่าย
3. Sync Symbol:
– เปิด “Sync Symbol” เพื่อให้ทุกกราฟแสดง Symbol เดียวกัน
– เปลี่ยน Symbol ที่กราฟหนึ่ง กราฟอื่นจะเปลี่ยนตาม
– เหมาะสำหรับดู Symbol เดียวกันหลาย Timeframe
ตัวอย่าง Layout ที่แนะนำ
Layout 4 กราฟ (2×2) สำหรับ Forex:
– กราฟซ้ายบน: Daily (ดูภาพรวม Trend)
– กราฟขวาบน: H4 (ดู Structure)
– กราฟซ้ายล่าง: H1 (หา Entry)
– กราฟขวาล่าง: M15 (Fine-tune Entry)
Layout 2 กราฟ สำหรับ Correlation:
– กราฟซ้าย: EURUSD
– กราฟขวา: DXY (Dollar Index)
– ดู Inverse Correlation เพื่อยืนยันสัญญาณ
TradingView สำหรับ Forex, ทองคำ, และ Crypto
Forex บน TradingView
TradingView รองรับคู่เงิน Forex ครบถ้วน ทั้ง Major, Minor, และ Exotic Pairs:
– Data Provider แนะนำ: OANDA, FXCM, SAXO, PEPPERSTONE
– ข้อมูล Real-time: ฟรีทุกแผนสำหรับ Forex (ไม่ Delay)
– Symbol: ใช้รูปแบบ FX:EURUSD, OANDA:EURUSD
– Spread: TradingView แสดง Bid Price เป็น Default สามารถเพิ่ม Ask Line ได้ใน Settings
– ข้อจำกัด: TradingView เป็นแพลตฟอร์มวิเคราะห์ ไม่สามารถเปิดออเดอร์ Forex จริงได้โดยตรง (ต้องใช้ร่วมกับโบรกเกอร์ที่รองรับ)
ทองคำ (XAUUSD) บน TradingView
การวิเคราะห์ทองคำบน TradingView ทำได้ครบถ้วน:
– Symbol: OANDA:XAUUSD, FOREXCOM:XAUUSD, TVC:GOLD
– เพิ่ม DXY เป็น Overlay: ใช้ Compare หรือ Overlay เพื่อดูความสัมพันธ์กับ Dollar
– ข้อมูลพิเศษ: สามารถดู Gold Futures (COMEX:GC1!), Silver (XAGUSD), Gold ETF (GLD) เปรียบเทียบกันได้
Crypto บน TradingView
TradingView เป็นแพลตฟอร์มอันดับ 1 สำหรับวิเคราะห์ Crypto:
– Data Provider: Binance, Coinbase, Bybit, OKX และอีกมากมาย
– ข้อมูล Real-time: ฟรีทุกแผนสำหรับ Crypto
– เปิดเทรดได้: TradingView เชื่อมต่อกับ Exchange บางแห่งเพื่อเปิด/ปิดออเดอร์ได้โดยตรง
Social Features: ชุมชนเทรดเดอร์บน TradingView
Ideas (ไอเดียการเทรด)
TradingView มีระบบ Social Network ในตัวที่ผู้ใช้สามารถโพสต์ไอเดียการเทรดพร้อมกราฟวิเคราะห์:
การดู Ideas:
– ไปที่เมนู “Ideas” ที่ Navbar ด้านบน
– กรองตาม Market (Forex, Crypto, Stock), Timeframe, หรือ Symbol
– ดู Long Ideas / Short Ideas / Education
– สามารถ Like, Comment, และ Follow ผู้เขียนได้
การโพสต์ Ideas:
– วิเคราะห์กราฟให้เรียบร้อยพร้อม Drawing
– คลิก “Publish” ที่ Toolbar ด้านบน
– เขียนคำอธิบาย ใส่ Tag ที่เกี่ยวข้อง
– เลือก Long/Short/Neutral
– เมื่อโพสต์แล้ว ชุมชนจะให้ Feedback และ Reputation Score จะเพิ่มขึ้น
Minds (บล็อกสั้น)
– คล้าย Twitter แต่สำหรับเทรดเดอร์
– โพสต์ความคิดเห็นสั้นๆ เกี่ยวกับตลาด
– ไม่ต้องแนบกราฟก็ได้
Chat Rooms
– ห้องสนทนาแบ่งตามหัวข้อ (Forex, Crypto, Stock)
– มีห้อง Thai Traders สำหรับเทรดเดอร์ไทย
– สามารถแชร์กราฟ Real-time ระหว่างสนทนาได้
Paper Trading: ฝึกเทรดจำลองบน TradingView
Paper Trading คืออะไร?
Paper Trading คือระบบเทรดจำลองที่ TradingView ให้บริการฟรี เสมือนการเปิดบัญชี Demo โดยไม่ต้องสมัครกับโบรกเกอร์ เงินที่ใช้เป็นเงินจำลอง ไม่มีความเสี่ยงใดๆ
วิธีเปิดใช้ Paper Trading
1. คลิกที่ “Trading Panel” ด้านล่างของกราฟ
2. เลือก “Paper Trading” จากรายการ Broker
3. คลิก “Connect” เพื่อเชื่อมต่อ
4. เริ่มเทรดได้ทันที โดยคลิก Buy/Sell บน Order Panel
สิ่งที่ Paper Trading ทำได้
– เปิด Market Order, Limit Order, Stop Order
– ตั้ง Stop Loss และ Take Profit
– ดู P&L (Profit/Loss) แบบ Real-time
– ดูประวัติการเทรดและสถิติ
– Reset บัญชีเริ่มใหม่ได้ตลอดเวลา
ข้อจำกัด:
– ราคา Fill อาจไม่ตรงกับตลาดจริง 100% (ไม่มี Slippage, Spread อาจต่างจากจริง)
– ไม่มีอารมณ์ของเงินจริง ทำให้ผลลัพธ์อาจดีกว่าตอนเทรดจริง
– แนะนำใช้ร่วมกับบัญชี Demo ของโบรกเกอร์เพื่อเปรียบเทียบ
เมื่อพร้อมเทรดจริง เปิดบัญชีกับ XM เพื่อรับโบนัสต้อนรับและเริ่มต้นเทรดด้วยเงินจริง
TradingView vs MT4/MT5: เปรียบเทียบแพลตฟอร์ม
ตารางเปรียบเทียบ
เทรดเดอร์หลายคนสงสัยว่าควรใช้ TradingView หรือ MT4/MT5 มาเปรียบเทียบกัน:
1. การเข้าถึง:
– TradingView: Web-Based ใช้ได้ทุกเครื่อง ทุก OS ไม่ต้องติดตั้ง
– MT4/MT5: ต้องดาวน์โหลดและติดตั้ง ทำงานได้ดีที่สุดบน Windows
2. กราฟและเครื่องมือ:
– TradingView: กราฟสวย ลื่น เครื่องมือมากกว่า 80 แบบ
– MT4/MT5: กราฟพื้นฐาน เครื่องมือน้อยกว่า แต่เพียงพอ
3. Indicator:
– TradingView: 400+ Built-in + Community Indicator หลายพันตัว
– MT4/MT5: 30+ Built-in + Custom Indicator (MQL4/MQL5)
4. การเทรด:
– TradingView: Paper Trading + เชื่อมกับโบรกเกอร์บางแห่ง
– MT4/MT5: เทรดจริงได้โดยตรง รองรับทุกโบรกเกอร์ Forex
5. Backtesting:
– TradingView: Pine Script Strategy Tester (ง่ายกว่า)
– MT4/MT5: Strategy Tester ละเอียดกว่า รองรับ Tick Data
6. Automated Trading:
– TradingView: ผ่าน Webhook + Third-party Service
– MT4/MT5: EA (Expert Advisor) ทำงานบน Server โดยตรง
7. ราคา:
– TradingView: Free ถึง $59.95/เดือน
– MT4/MT5: ฟรีทั้งหมด (ค่าใช้จ่ายอยู่ที่โบรกเกอร์)
ข้อสรุป
แนะนำใช้ทั้งสองร่วมกัน:
– TradingView: สำหรับวิเคราะห์กราฟ วาดเส้น ตั้ง Alert หาโอกาสเทรด
– MT4/MT5: สำหรับเปิด/ปิดออเดอร์จริง รัน EA และจัดการบัญชี
– วิเคราะห์บน TradingView แล้วไปเปิดออเดอร์บน MT4/MT5 เป็น Workflow ที่เทรดเดอร์มืออาชีพหลายคนใช้
Keyboard Shortcuts ที่ต้องรู้
การใช้ Keyboard Shortcuts จะเพิ่มความเร็วในการทำงานบน TradingView อย่างมาก นี่คือ Shortcuts ที่ใช้บ่อยที่สุด:
การนำทาง (Navigation)
– Mouse Scroll: Zoom In/Out กราฟ
– Click+Drag: เลื่อนกราฟซ้าย-ขวา
– Double-click กราฟ: Auto-fit กราฟให้พอดีจอ
– Alt+Mouse Scroll: เลื่อนกราฟขึ้น-ลง (เปลี่ยน Price Scale)
Drawing Tools
– Alt+T: Trend Line
– Alt+H: Horizontal Line
– Alt+V: Vertical Line
– Alt+F: Fibonacci Retracement
– Alt+C: Crosshair
– Delete: ลบ Drawing ที่เลือก
– Ctrl+Z: Undo
– Ctrl+Y: Redo
General
– Alt+A: สร้าง Alert
– /: เปิดค้นหา Indicator
– Alt+S: ถ่ายภาพหน้าจอ (Snapshot)
– Alt+W: เพิ่ม Symbol ปัจจุบันไป Watchlist
– Space: ไปกราฟถัดไปใน Watchlist
– F11: Fullscreen Mode
Timeframe
– พิมพ์ตัวเลข: เช่น พิมพ์ “60” แล้ว Enter = H1, “240” = H4, “D” = Daily, “W” = Weekly
– เป็นวิธีเปลี่ยน Timeframe ที่เร็วที่สุด
TradingView Mobile App: วิเคราะห์กราฟบนมือถือ
คุณสมบัติของ Mobile App
TradingView มี App สำหรับ iOS และ Android ที่มีความสามารถใกล้เคียงกับเวอร์ชัน Web:
สิ่งที่ทำได้บน Mobile:
– ดูกราฟทุก Symbol ทุก Timeframe
– วาดเส้น Trend Line, Fibonacci, Horizontal Line ได้ (แต่ไม่สะดวกเท่า Desktop)
– เพิ่ม Indicator ได้
– ดู Watchlist และ Screener
– รับ Alert Notification
– ดูและโพสต์ Ideas
– Paper Trading
– Sync กับบัญชีเดียวกับ Desktop อัตโนมัติ
ข้อจำกัดบน Mobile:
– หน้าจอเล็ก การวาดเส้นไม่แม่นยำเท่า Mouse
– ไม่มี Pine Script Editor
– Multi-Chart Layout จำกัดที่ 2 กราฟ
– ไม่แนะนำให้ทำ Analysis หลักบน Mobile
วิธีใช้ Mobile App อย่างมีประสิทธิภาพ
1. ใช้สำหรับ Monitor: ดูกราฟที่วิเคราะห์ไว้แล้วบน Desktop
2. ใช้รับ Alert: ตั้ง Alert ไว้บน Desktop แล้วรับแจ้งเตือนบน Mobile
3. ใช้ดู Overview: ดู Watchlist ดูว่า Symbol ไหนเคลื่อนไหวมาก
4. อย่าเทรดบน Mobile: ถ้าเป็นไปได้ หลีกเลี่ยงการตัดสินใจเทรดบนหน้าจอมือถือ เพราะหน้าจอเล็กอาจทำให้มองพลาดรายละเอียดสำคัญ
Best Practices: เทคนิคใช้ TradingView อย่างมืออาชีพ
1. ใช้ Template สำหรับแต่ละสไตล์
สร้าง Chart Template สำหรับแต่ละสถานการณ์:
– Template “Scalping”: M5 Chart + EMA 9/21 + RSI + Volume
– Template “Swing”: H4 Chart + EMA 50/200 + MACD + ATR
– Template “Analysis”: Daily Chart + Clean (ไม่มี Indicator) สำหรับวาดเส้นวิเคราะห์
– บันทึก Template โดย: Chart Settings > Save > Save as Template
2. ใช้ Color Code สำหรับ Drawing
กำหนดสีให้สอดคล้องกันทุกกราฟ:
– สีเขียว: Demand Zone, Support, Buy Signal
– สีแดง: Supply Zone, Resistance, Sell Signal
– สีเหลือง: Key Level ที่ต้องสังเกต
– สีฟ้า: Fibonacci Level
– สีขาว: Trend Line
3. ทำความสะอาดกราฟเป็นประจำ
กราฟที่รกไปด้วย Drawing เก่าๆ จะทำให้สับสน:
– ลบ Drawing ที่ไม่เกี่ยวข้องแล้ว (ราคาผ่านไปไกล)
– ใช้ Object Tree (คลิกขวา > Object Tree) เพื่อจัดการ Drawing ทั้งหมด
– ซ่อน Drawing ชั่วคราวแทนการลบ (คลิกไอคอนตา)
4. ใช้ Snapshot แชร์การวิเคราะห์
– กด Alt+S เพื่อถ่ายภาพกราฟ
– เลือก “Copy Link” เพื่อได้ลิงก์แชร์ที่ใครก็เปิดดูได้
– ใช้ Snapshot เก็บบันทึก Trade Log ได้อย่างดี
– เหมาะสำหรับแชร์กับเพื่อนเทรดเดอร์หรือกลุ่ม
5. ใช้ Replay Mode สำหรับ Practice
TradingView มีโหมด Replay ที่จำลองการเคลื่อนไหวของราคาในอดีต:
– คลิก “Bar Replay” ที่ Toolbar ด้านบน
– เลือกวันที่ต้องการเริ่ม แล้วกด Play
– ราคาจะเคลื่อนที่ทีละแท่ง ให้คุณฝึกวิเคราะห์แบบ Real-time
– เป็นเครื่องมือที่ดีมากสำหรับ Backtesting Strategy ด้วยตา
– แผน Essential ขึ้นไปรองรับ Intraday Replay
6. จัดการ Watchlist อย่างเป็นระบบ
– สร้าง Watchlist แยกตามประเภท: “Major Pairs”, “Gold & Silver”, “Crypto”, “Watch List Week”
– ใส่เฉพาะ Symbol ที่กำลัง Focus
– ใช้ปุ่ม Space เพื่อเปลี่ยน Symbol ในกราฟตาม Watchlist ได้รวดเร็ว
– ทบทวนและอัปเดต Watchlist ทุกสัปดาห์
สรุป: TradingView คือเครื่องมือที่ต้องมีสำหรับเทรดเดอร์ยุคใหม่
TradingView เป็นแพลตฟอร์มที่ปฏิวัติวงการวิเคราะห์กราฟ ด้วยความสะดวกในการเข้าถึง (Web-Based) เครื่องมือที่ครบครัน ชุมชนที่แข็งแกร่ง และราคาที่เข้าถึงได้ (มีแผน Free) ไม่ว่าคุณจะเป็นมือใหม่หรือมืออาชีพ TradingView มีสิ่งที่คุณต้องการ
สรุปสิ่งที่ควรจำ:
1. เริ่มจากแผน Free: ใช้ฟรีก่อน ค่อยอัปเกรดเมื่อจำเป็น รอช่วง Sale จะคุ้มที่สุด
2. ตั้งค่า Workspace ให้ดี: Dark Theme, Timezone Bangkok, Candlestick Chart
3. เรียนรู้ Drawing Tools: Trend Line, Fibonacci, Horizontal Line เป็นพื้นฐานที่ต้องเป็น
4. ใช้ Indicator อย่างมีสติ: ไม่เกิน 3-4 ตัว เลือกคนละประเภท
5. ลอง Pine Script: แม้แค่พื้นฐาน ก็ช่วยให้คุณสร้างเครื่องมือเฉพาะตัวได้
6. ตั้ง Alert ให้เป็น: ไม่ต้องนั่งเฝ้ากราฟ ให้ Alert ทำงานแทน
7. ใช้ร่วมกับ MT4/MT5: วิเคราะห์บน TradingView เทรดจริงบน MT4/MT5
8. ฝึก Paper Trading: ทดลอง Strategy ก่อนใช้เงินจริง
9. จัด Workspace เป็นระบบ: ใช้ Template, Color Code, Watchlist อย่างเป็นระเบียบ
10. ร่วมชุมชน: ดู Ideas ของคนอื่น แชร์การวิเคราะห์ เรียนรู้จากเทรดเดอร์ทั่วโลก
เริ่มต้นวิเคราะห์กราฟอย่างมืออาชีพวันนี้ด้วย TradingView และเมื่อพร้อมเทรดจริง เปิดบัญชีกับ XM เพื่อรับโบนัสพิเศษสำหรับสมาชิกใหม่!
ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การวิเคราะห์เทคนิค, Indicator Forex, และ บทความ Forex ที่เว็บไซต์ของเรา

![ICT Smart Money Concept สำหรับ Forex [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/smart-money-concepts-forex-books-cover-2-600x315.jpg)




![RSI Divergence สัญญาณกลับตัววิธีใช้จริง [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/02/rsi-divergence-reversal-signals-cover-600x327.png)
TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文