TradingView: ประตูสู่การวิเคราะห์ Forex ระดับมืออาชีพ
หากคุณเป็นนักลงทุน Forex ที่ต้องการพัฒนาทักษะการวิเคราะห์ให้ถึงขีดสุด TradingView คือเครื่องมือที่จะเปลี่ยนแปลงวิธีการดูตลาดของคุณไปตลอดกาล จากประสบการณ์การเทรดมากกว่า 10 ปี ผมได้เห็นนักเทรดหลายพันคนที่ประสบความสำเร็จด้วยการใช้แพลตฟอร์มนี้อย่างเต็มศักยภาพ

TradingView ไม่ใช่แค่เครื่องมือวิเคราะห์ทั่วไป แต่เป็นระบบนิเวศที่ครบครันสำหรับนักเทรด ตั้งแต่การวิเคราะห์เทคนิคขั้นสูง การเขียน Pine Script สำหรับสร้าง Indicator ส่วนตัว ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับ Broker เพื่อเทรดโดยตรง ความสามารถเหล่านี้ทำให้ TradingView กลายเป็นอาวุธลับของนักเทรดระดับสูง
การติดตั้งและการตั้งค่าเบื้องต้น
ขั้นตอนการลงทะเบียนและเลือกแพ็กเกจ
การเริ่มต้นใช้งาน TradingView มีหลายระดับที่เหมาะสมกับนักเทรดแต่ละประเภท บัญชีฟรี เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้น แต่มีข้อจำกัดสำคัญคือดูชาร์ตได้เพียง 3 หน้าจอพร้อมกัน และมีโฆษณารบกวน
- TradingView Pro ($14.95/เดือน): ชาร์ต 5 หน้าจอ, Indicator ได้ 10 ตัว, ไม่มีโฆษณา
- TradingView Pro+ ($29.95/เดือน): ชาร์ต 10 หน้าจอ, Indicator ได้ 25 ตัว, ข้อมูล Intraday เพิ่มเติม
- TradingView Premium ($59.95/เดือน): ชาร์ต 25 หน้าจอ, Indicator ไม่จำกัด, ข้อมูลแบบ Real-time
เคล็ดลับผู้เชี่ยวชาญ: สำหรับนักเทรด Forex ที่จริงจัง แนะนำ Pro+ เป็นจุดเริ่มต้นที่สมดุลระหว่างฟีเจอร์และราคา เพราะการดู Multiple Timeframe พร้อมกัน 10 หน้าจอจะช่วยให้คุณจับจังหวะตลาดได้แม่นยำขึ้นมาก
การปรับแต่งพื้นที่ทำงาน (Workspace)
การจัด Layout ที่เหมาะสมจะส่งผลต่อประสิทธิภาพการเทรดอย่างมาก ผมแนะนำการตั้งค่า “Multi-Timeframe Layout” สำหรับ Forex ดังนี้:
- ชาร์ต Monthly/Weekly (มุมซ้ายบน): ดู Trend ระยะยาว
- ชาร์ต Daily (มุมขวาบน): วิเคราะห์ Support/Resistance หลัก
- ชาร์ต H4 (มุมซ้ายล่าง): หา Entry Point ที่เหมาะสม
- ชาร์ต H1 (มุมขวาล่าง): Timing การเข้าออกตำแหน่ง
การใช้งาน Chart และ Timeframe อย่างมืออาชีพ
เลือก Timeframe ตาม Trading Style
ความเข้าใจเรื่อง Timeframe เป็นรากฐานสำคัญที่แยกนักเทรดมือใหม่จากมืออาชีพ สำหรับ Scalping ใช้ M1-M15 เป็นหลัก แต่ต้องเช็ค H1 และ H4 เพื่อดู Market Structure ให้ชัดเจน
Day Trading ควรใช้ M15-H1 เป็นหลัก โดยเช็ค Daily chart เพื่อดู Key Level ที่สำคัญ ส่วน Swing Trading เน้น H4-Daily เป็นหลัก และใช้ H1 สำหรับ Fine-tune Entry
กฎทองสำหรับ Multi-Timeframe Analysis: ใช้หลักการ 1:4 เสมอ หากเทรดใน H1 ให้ดู H4 เพื่อดู Trend, ดู M15 เพื่อหา Entry ที่แม่นยำ การทำแบบนี้จะช่วยให้คุณหลีกเลี่ยงการเทรดกับกระแส
การตั้งค่า Chart Type และ Style
สำหรับ Forex แนะนำให้ใช้ Candlestick Chart เป็นหลัก เพราะให้ข้อมูลครบถ้วนที่สุดเกี่ยวกับ Price Action การตั้งค่าสีที่ผมใช้คือ Green สำหรับ Bullish Candle และ Red สำหรับ Bearish Candle เพื่อความชัดเจน
การปรับ Chart Settings ที่สำคัญ:
- เปิด Volume แม้ในตลาด Forex เพื่อดู Market Interest
- ตั้งค่า Grid ให้มีความหนาแน่นที่เหมาะสม
- เลือก Color Theme ที่ไม่ทำให้ตาล้า (แนะนำ Dark Theme)
- ปรับ Scale เป็น Auto เพื่อให้เห็นข้อมูลได้ครบถ้วน
เครื่องมือวิเคราะห์เทคนิคขั้นสูง
Drawing Tools ที่นักเทรด Forex ต้องรู้
Support และ Resistance Lines เป็นเครื่องมือพื้นฐานที่มีพลังมาก วิธีการวาดที่ถูกต้องคือมองหา Price Level ที่ราคามาแตะแล้วกลับตัวอย่างน้อย 2-3 ครั้ง ความแข็งแกร่งของเส้นจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนครั้งที่ราคามาทดสอบ
Fibonacci Retracement เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับหา Entry Point วิธีใช้ที่ถูกต้องคือลากจากจุด Swing Low ไป Swing High (หรือกลับกัน) Level สำคัญที่ควรจำคือ 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8%, และ 78.6%
ตัวอย่างการใช้งานจริง: ในคู่ EUR/USD หากราคาขึ้นจาก 1.0800 ไป 1.1000 (เคลื่อนไหว 200 pips) การ Pullback มักจะหยุดที่:
- 38.2% Retracement = 1.1000 – (200 × 0.382) = 1.0924
- 61.8% Retracement = 1.1000 – (200 × 0.618) = 1.0876
Indicators ที่เปลี่ยนแปลงเกมส์
Moving Averages ยังคงเป็น King of Indicators สำหรับ Forex แนะนำให้ใช้ EMA 20, 50, และ 200 พร้อมกัน เทคนิค Golden Cross (EMA 50 ตัด EMA 200 ขึ้น) และ Death Cross (EMA 50 ตัด EMA 200 ลง) ยังคงใช้ได้ดีในตลาด Forex
RSI (Relative Strength Index) มีประโยชน์มากในการหา Divergence ตั้งค่าที่ 14 periods โดยดูว่าราคาทำ Higher High แต่ RSI ทำ Lower High (Bearish Divergence) หรือกลับกัน
MACD ให้สัญญาณที่ชัดเจนเมื่อ MACD Line ตัด Signal Line ในทิศทางเดียวกับ Trend หลัก การตั้งค่าที่แนะนำสำหรับ Forex คือ 12, 26, 9
เทคนิคขั้นสูง – Multi-Indicator Confirmation: ไม่ควรใช้ Indicator ตัวเดียวในการตัดสินใจ แทนที่จะใช้ RSI อย่างเดียว ให้ดู RSI + MACD + Price Action พร้อมกัน เมื่อสัญญาณสอดคล้องกัน 3 ตัว ความน่าเชื่อถือจะสูงขึ้นอย่างมาก
Pine Script: สร้าง Indicator ส่วนตัว
พื้นฐาน Pine Script สำหรับ Forex
Pine Script เป็นภาษาโปรแกรมเฉพาะของ TradingView ที่ช่วยให้คุณสร้าง Indicator หรือ Strategy ได้ตามต้องการ สำหรับนักเทรด Forex ที่อยากมี Edge เหนือคู่แข่ง การเรียนรู้ Pine Script พื้นฐานจะให้ประโยชน์มหาศาล
ตัวอย่าง Indicator แสดง Daily High/Low บน Intraday Chart:
//@version=5
indicator("Daily High Low", overlay=true)
dailyHigh = request.security(syminfo.tickerid, "1D", high)
dailyLow = request.security(syminfo.tickerid, "1D", low)
plot(dailyHigh, color=color.red, style=plot.style_line)
plot(dailyLow, color=color.green, style=plot.style_line)
Strategy Testing และ Backtesting
TradingView มีระบบ Strategy Tester ที่ทรงพลัง สามารถ Backtest กลยุทธ์ของคุณกับข้อมูลในอดีตได้ ตัวอย่างการสร้าง Strategy แบบง่าย:
การทำ Moving Average Crossover Strategy:
- เมื่อ EMA 20 ตัด EMA 50 ขึ้น = Buy Signal
- เมื่อ EMA 20 ตัด EMA 50 ลง = Sell Signal
- Stop Loss 50 pips, Take Profit 100 pips
ผลการ Backtest ที่ควรดู:
- Total Return: ผลตอบแทนรวม
- Win Rate: อัตราชนะ (ควรมากกว่า 50% สำหรับ RR 1:2)
- Maximum Drawdown: การขาดทุนสูงสุด (ควรไม่เกิน 20%)
- Profit Factor: กำไรรวม/ขาดทุนรวม (ควรมากกว
เปิดบัญชีกับเรา
