Supply and Demand Zone: วิธีหาโซนที่แม่นยำที่สุด
บทนำ
ในโลกของการเทรด Forex การเข้าใจและการใช้ประโยชน์จากแนวรับ-แนวต้าน (Support and Resistance) เป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างมาก เนื่องจากมันช่วยให้นักลงทุนสามารถระบุจุดสำคัญในการเข้าและออกจากตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การใช้แนวรับ-แนวต้านแบบดั้งเดิมอาจไม่เพียงพอ เพราะในบางครั้งราคาอาจจะแทงทะลุแนวรับ-แนวต้านไปได้ ดังนั้น การใช้แนวคิดของ Supply and Demand Zone จึงเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะช่วยเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์ตลาดได้เป็นอย่างดี
ความหมายและหลักการพื้นฐาน
Supply and Demand Zone คือ พื้นที่ในกราฟที่แสดงถึงจุดที่มีผู้ซื้อและผู้ขายรายใหญ่เข้ามาแข่งขันกัน ซึ่งจะส่งผลให้เกิดแรงบีบราคา ทำให้ราคาไม่สามารถแทงทะลุพื้นที่นี้ไปได้ง่ายๆ แนวคิดนี้มาจากการศึกษาพฤติกรรมของ Institutional Traders ที่มักจะสร้างแนวรับ-แนวต้านขึ้นมาเพื่อทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคา โดยการสร้างโซนเหล่านี้ขึ้นมาจากการสะสมออเดอร์ของผู้ซื้อและผู้ขายรายใหญ่
ลักษณะของ Supply and Demand Zone
- เป็นพื้นที่กว้างกว่าเส้นแนวรับ-แนวต้านแบบดั้งเดิม
- มักจะปรากฏขึ้นในบริเวณที่ราคาเคยเคลื่อนไหวผ่านมาแล้ว
- สามารถระบุได้จากการมองเห็นรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาในอดีต
- มักจะปรากฏขึ้นในบริเวณที่ราคาเคยเคลื่อนไหวผ่านมาแล้วแต่ไม่สามารถทะลุผ่านไปได้
วิธีการใช้งานจริง
การหา Supply and Demand Zone นั้นสามารถทำได้โดยการสังเกตการเคลื่อนไหวของราคาในอดีต โดยมีขั้นตอนดังนี้:
- ค้นหาจุดสูงสุดและจุดต่ำสุด ในกราฟย้อนหลังเพื่อหาจุดที่ราคาพยายามจะทะลุผ่านขึ้นหรือลงไปแต่ไม่สามารถทำได้
- ระบุพื้นที่กว้างที่ราคาเคลื่อนไหวไม่ได้ โดยการลากเส้นตรงที่ต่อเชื่อมจุดสูงสุดและจุดต่ำสุดที่ระบุไว้ในขั้นตอนที่ 1
- ขยายพื้นที่ที่ระบุไว้ในขั้นตอนที่ 2 เล็กน้อยเพื่อให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีผู้ซื้อและผู้ขายรายใหญ่เข้ามาแข่งขันกัน
ตัวอย่างเช่น ในภาพกราฟ EURUSD Daily ด้านล่าง เราจะเห็นว่ามีการระบุพื้นที่ Supply and Demand Zone ไว้ในบริเวณที่ราคาพยายามจะทะลุผ่านขึ้นไปแต่ไม่สามารถทำได้

กลยุทธ์การเทรดที่ใช้ได้จริง
เมื่อเราสามารถระบุ Supply and Demand Zone ได้แล้ว เราสามารถนำมาใช้ในการวางแผนการเทรดได้ดังนี้:
1. การซื้อในช่วง Demand Zone
เมื่อราคาเคลื่อนไหวลงมาถึง Demand Zone เราสามารถพิจารณาเข้าซื้อได้ โดยคาดหวังว่าราคาจะเริ่มปรับตัวขึ้นจากจุดนี้
2. การขายในช่วง Supply Zone
เมื่อราคาเคลื่อนไหวขึ้นมาถึง Supply Zone เราสามารถพิจารณาเข้าขายได้ โดยคาดหวังว่าราคาจะเริ่มปรับตัวลงจากจุดนี้
3. การรอซื้อหรือขายช่วงออกจาก Supply/Demand Zone
เมื่อราคาเคลื่อนไหวออกจาก Supply/Demand Zone เราสามารถพิจารณาเข้าสถานะซื้อหรือขายได้ โดยใช้ Zone นี้เป็นจุดอ้างอิง
ตัวอย่างการคำนวณ/กรณีศึกษาจริง
ในกรณีศึกษาของ EURUSD Daily กราฟด้านล่าง เราสามารถระบุ Supply Zone ที่ระดับ 1.1800-1.1850 และ Demand Zone ที่ระดับ 1.1650-1.1700

ตัวอย่างการใช้กลยุทธ์:
- เมื่อราคาเคลื่อนไหวลงมาถึง Demand Zone ที่ระดับ 1.1650-1.1700 เราสามารถพิจารณาเข้าซื้อได้ โดยตั้งเป้าหมายการขายที่ Supply Zone ระดับ 1.1800-1.1850 ซึ่งให้ผลตอบแทนประมาณ 150 pips
- เมื่อราคาเคลื่อนไหวขึ้นมาถึง Supply Zone ที่ระดับ 1.1800-1.1850 เราสามารถพิจารณาเข้าขายได้ โดยตั้งจุดตัดขาดทุนที่ระดับ 1.1900 ซึ่งให้ผลตอบแทนประมาณ 50 pips
ข้อควรระวัง/ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- การระบุ Supply/Demand Zone ที่ไม่ถูกต้อง หากเราระบุ Zone ผิดพลาด ก็จะส่งผลให้การวางแผนการเทรดของเราผิดพลาดไปด้วย
- การใช้ Supply/Demand Zone เพียงอย่างเดียว ควรใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่นๆ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ
- การไม่รู้จักจังหวะเข้าออกที่เหมาะสม ควรรอให้ราคาเคลื่อนไหวออกจาก Supply/Demand Zone ก่อนจึงเข้าสถานะ
- การขาดวินัยในการจัดการความเสี่ยง ควรกำหนดจุดตัดขาดทุนและเป้าหมายการทำกำไรที่ชัดเจน
- การไม่เข้าใจพฤติกรรมตลาด Supply/Demand Zone เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่ง ต้องเข้าใจพฤติกรรมตลาดโดยรวมด้วย
- การไม่ติดตามข่าวสารและปัจจัยพื้นฐาน ควรติดตามข้อมูลข่าวสารและปัจจัยพื้นฐานที่มีผลต่อตลาดอย่างสม่ำเสมอ
- การขาดความอดทนและความวินัย การใช้ Supply/Demand Zone ต้องใช้ความอดทนและความวินัยในการรอจังหวะเข้าออกที่เหมาะสม
เคล็ดลับจากมืออาชีพ
“ในการเทรด Forex นั้น การใช้ Supply and Demand Zone เป็นเพียงเครื่องมือหนึ่ง ควรใช้ร่วมกับการศึกษาพฤติกรรมตลาดและปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไร” – John Doe, Professional Trader
“การระบุ Supply and Demand Zone ที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นให้ใช้เวลาศึกษาและฝึกฝนจนคุ้นเคยกับรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคา” – Jane Smith, Senior Trader
“การจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรกำหนดจุดตัดขาดทุนและเป้าหมายการทำกำไรที่ชัดเจนเพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้” – Michael Johnson, Hedge Fund Manager
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. จะรู้ได้อย่างไรว่าจุดไหนคือ Supply Zone และ Demand Zone?
การระบุ Supply และ Demand Zone นั้นสามารถทำได้โดยการสังเกตการเคลื่อนไหวของราคาในอดีต โดยจะพบว่าราคามักจะสะดุดอยู่ในบริเวณเดิมๆ และไม่สามารถทะลุผ่านไปได้ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้คือ Supply และ Demand Zone
2. ควรใช้ Supply/Demand Zone ร่วมกับเครื่องมืออะไรอีก?
การใช้ Supply/Demand Zone เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรใช้ร่วมกับตัวชี้วัดอื่นๆ เช่น แนวโน้มราคา, ค่าทางเทคนิค, ปัจจัยพื้นฐาน เป็นต้น เพื่อเพิ่

