
หลายคนถามผมว่า “อ.บอม Spread คืออะไร วิธีเลือกโบรกเกอร์ที่มี Spread ต่ำ มันยากไหม?” วันนี้ผมจะเล่าให้ฟังจากประสบการณ์ 28 ปี ในวงการ Forex อันทรงคุณค่านี้
📑 สารบัญ
Spread คือความแตกต่างระหว่างราคาซื้อ (Bid) และราคาขาย (Ask) ของคู่สกุลเงินในตลาด Forex ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่กำหนดค่าใช้จ่ายในการเทรด โดยทั่วไป ผู้เทรด Forex จะต้องจ่าย Spread ให้กับโบรกเกอร์ทุกครั้งที่เปิดสถานะซื้อหรือขาย ดังนั้น การเลือกใช้บริการของโบรกเกอร์ที่มี Spread ต่ำจึงเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้เทรดควรให้ความสนใจ เพื่อลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสในการทำกำไร
หลักการพื้นฐาน
Spread คือช่องว่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายของคู่สกุลเงินในตลาด Forex ซึ่งจะมีความแตกต่างกันไปตามสภาพคล่องของคู่สกุลเงิน โดยคู่สกุลเงินหลักที่มีสภาพคล่องสูง เช่น EUR/USD, GBP/USD จะมี Spread ต่ำ ในขณะที่คู่สกุลเงินรองที่มีสภาพคล่องต่ำ เช่น USD/TRY, USD/ZAR จะมี Spread สูงกว่า นอกจากนี้ Spread ยังขึ้นอยู่กับขนาดของคำสั่งซื้อขาย หากสั่งซื้อขายในปริมาณมาก Spread จะต่ำกว่าการสั่งซื้อขายปริมาณน้อย
วิธีใช้งานจริง (step-by-step)
ในการเลือกใช้บริการโบรกเกอร์ที่มี Spread ต่ำ มีขั้นตอนดังนี้:
- ศึกษาข้อมูลของโบรกเกอร์ ตรวจสอบนโยบายและอัตรา Spread ของแต่ละโบรกเกอร์ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร สังเกตุว่ามี Spread แบบคงที่หรือแบบลอยตัว และดูว่ามีโปรโมชันหรือโบนัสพิเศษเกี่ยวกับ Spread หรือไม่
- เปรียบเทียบ Spread ของโบรกเกอร์ ในคู่สกุลเงินที่คุณสนใจ เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY เพื่อเลือกใช้บริการของโบรกเกอร์ที่มี Spread ต่ำที่สุด
- เปิดบัญชีทดลอง เพื่อทดสอบและศึกษาการเคลื่อนไหวของ Spread ในช่วงเวลาต่างๆ ก่อนตัดสินใจเปิดบัญชีจริง
- ติดตามการเปลี่ยนแปลงของ Spread อย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก Spread มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ตามสภาพตลาด โดยอาจเพิ่มขึ้นในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน
- พิจารณาปัจจัยอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เช่น ความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ ค่าคอมมิชชั่น การให้บริการลูกค้า เป็นต้น เพื่อให้ได้โบรกเกอร์ที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณ
ตัวอย่างการเทรด
ลองพิจารณาตัวอย่างการเทรดคู่สกุลเงิน EUR/USD โดยมีโบรกเกอร์ที่มี Spread คงที่อยู่ที่ 1 pips และโบรกเกอร์ที่มี Spread ลอยตัวเฉลี่ยอยู่ที่ 1.2 pips หากคุณสั่งซื้อ 1 lot (100,000 หน่วย) ของคู่สกุลเงินนี้ จะมีผลต่างค่าใช้จ่ายคือ:
- โบรกเกอร์ Spread คงที่ 1 pips = 1 x 100,000 x 0.0001 = $10
- โบรกเกอร์ Spread ลอยตัว 1.2 pips = 1.2 x 100,000 x 0.0001 = $12
จากตัวอย่างจะเห็นว่า การเลือกใช้บริการของโบรกเกอร์ที่มี Spread ต่ำ สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการเทรดได้ถึง $2 ต่อการเทรด 1 lot ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลย หากคุณทำการเทรดบ่อยครั้ง ค่าใช้จ่ายที่ประหยัดได้นี้จะส่งผลต่อกำไรที่คุณได้รับอย่างมาก
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ไม่ศึกษาข้อมูลของโบรกเกอร์อย่างละเอียด และเลือกใช้บริการโดยพิจารณาเพียงอัตรา Spread ที่ต่ำที่สุดเท่านั้น
- ไม่ติดตามการเปลี่ยนแปลงของ Spread อย่างต่อเนื่อง ทำให้ตกเป็นเหยื่อของการปรับเพิ่มอัตรา Spreadในช่วงตลาดผันผวน
- เน้นการเทรดในคู่สกุลเงินที่มีสภาพคล่องต่ำ แต่มองข้ามการศึกษา Spread ของคู่สกุลเงินนั้น
- ไม่นำปัจจัยอื่นๆ เช่น ความน่าเชื่อถือของโบรกเกอร์ มาประกอบการพิจารณาเลือกใช้บริการ
- ไม่ใช้บัญชีทดลองเพื่อทดสอบการเปลี่ยนแปลงของ Spread ก่อนเปิดบัญชีจริง
เคล็ดลับจากมืออาชีพ
- เลือกคู่สกุลเงินที่มีสภาพคล่องสูงเป็นหลัก เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY เพราะจะมี Spread ต่ำกว่าคู่สกุลเงินรอง
- ควรกำหนดเงินลงทุนขั้นต่ำที่ยอมรับได้ เพราะโบรกเกอร์มักจะเสนอ Spread ที่ต่ำกว่าให้กับลูกค้าที่มีปริมาณการซื้อขายสูง
- ตรวจสอบข้อมูล Spread ย้อนหลังของแต่ละโบรกเกอร์ เพื่อประเมินความผันผวนและความเสถียรของ Spread
- เลือกโบรกเกอร์ที่มีระบบการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ และมีความน่าเชื่อถือในระดับสากล
- พิจารณาโบรกเกอร์ที่ให้สิทธิประโยชน์พิเศษเกี่ยวกับ Spread หรือค่าคอมมิชชั่น เป็นตัวเลือกเพิ่มเติม
FAQ
- อัตรา Spread ส่งผลต่อการเทรดอย่างไร?
Spread คือค่าใช้จ่ายหลักในการเทรด Forex ดังนั้น การเลือกใช้บริการของโบรกเกอร์ที่มี Spread ต่ำ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเทรดลง ส่งผลให้มีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้น - จะทราบได้อย่างไรว่าโบรกเกอร์มีอัตรา Spread ที่ต่ำ?
สามารถตรวจสอบข้อมูลด้านอัตรา Spread ของแต่ละโบรกเกอร์จากเว็บไซต์ของโบรกเกอร์ หรือสอบถามข้อมูลจากฝ่ายบริการลูกค้าโดยตรง นอกจากนี้ยังสามารถเปิดบัญชีทดลองเพื่อทดสอบการเคลื่อนไหวของ Spread ในแต่ละช่วงเวลาได้ - ควรจะเลือกโบรกเกอร์ที่มี Spread คงที่หรือลอยตัว?
การเลือกระหว่าง Spread คงที่หรือลอยตัว ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมและความต้องการของแต่ละบุคคล Spread คงที่มีความเสถียรและสามารถคาดการณ์ได้ง่าย แต่อาจมีอัตราที่สูงกว่า Spread ลอยตัว ในขณะที่ Spread ลอยตัวจะมีความผันผวนตามสภาพตลาด แต่อาจมีอัตราที่ต่ำกว่า Spread คงที่ในบางช่วงเวลา
สรุป
Spread คือ ช่องว่างระหว่างราคาซื้อและราคาขายของคู่สกุลเงินใน Forex ซึ่งถือเป็นค่าใช้จ่ายหลักของการเทรด การเลือกใช้บริการของโบรกเกอร์ที่มี Spread ต่ำจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายและเพิ่มโอกาสทำกำไร โดยควรศึกษาข้อมูลของโบรกเกอร์อย่างละเอียด เปรียบเทียบ Spread ในคู่สกุลเงินที่สนใจ ตลอดจนพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ได้โบรกเกอร์ที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณมากที่สุด
