บทนำ: Pin Bar สัญญาณกลับตัวที่นักเทรดต้องรู้
สวัสดีครับเพื่อนๆ นักเทรดทุกคน! ผม อ.บอม จาก icafeforex.com วันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่อง “Pin Bar” หนึ่งในรูปแบบแท่งเทียน (Candlestick Pattern) ที่ทรงพลังที่สุดในการเทรด Forex และ Gold เลยก็ว่าได้ครับ ใครที่อยากจะอ่านกราฟให้ขาด เทรดแบบแม่นยำมากขึ้น ห้ามพลาดบทความนี้เด็ดขาด!
- บทนำ: Pin Bar สัญญาณกลับตัวที่นักเทรดต้องรู้
- พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับ Pin Bar
- วิธีใช้งาน Pin Bar ในการเทรดจริง
- เทคนิคขั้นสูงในการเทรด Pin Bar
- เปรียบเทียบ Pin Bar กับแท่งเทียนกลับตัวอื่นๆ
- ข้อควรระวังในการเทรด Pin Bar
- ตัวอย่างจากประสบการณ์จริง
- เครื่องมือแนะนำเพื่อการเทรด Pin Bar อย่างมีประสิทธิภาพ
- Case Study จากประสบการณ์จริงของ อ.บอม
- FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Pin Bar
- สรุป: Pin Bar แท่งเทียนกลับตัวที่ทรงพลัง
- Tips จากประสบการณ์ 20 ปี
- FAQ
ทำไมผมถึงกล้าพูดว่า Pin Bar สำคัญ? ลองคิดดูนะครับ ตลาด Forex เนี่ย มันคือสงครามระหว่าง “กระทิง” (Bulls) กับ “หมี” (Bears) ใครแข็งแกร่งกว่าก็ดันราคาไปในทิศทางของตัวเอง แต่บ่อยครั้งที่ฝ่ายหนึ่งพยายามจะดันราคา แต่สุดท้ายก็ “หมดแรง” ถูกอีกฝ่ายตบกลับมาอย่างแรง Pin Bar นี่แหละ คือภาพสะท้อนของเหตุการณ์นั้น!
ผมเคยเจอเคสที่นักเรียนผมคนหนึ่ง เทรด XAUUSD (ทองคำ) แล้วขาดทุนยับ เพราะไม่รู้จัก Pin Bar ครับ ตอนนั้นกราฟกำลังเป็นขาขึ้นสวยๆ เขาเลยเข้า Buy เต็มที่ ปรากฏว่าเจอปินบาร์แท่งใหญ่ตบลงมา ติดดอยเลยครับ! ขาดทุนไปเกือบ $500 เพราะความไม่รู้… ผมไม่อยากให้เพื่อนๆ ต้องเจอแบบนั้นนะครับ
Pin Bar ไม่ใช่แค่แท่งเทียนสวยๆ แต่มันคือ “สัญญาณ” ที่บอกเราว่าแรงซื้อหรือแรงขายกำลังอ่อนแรง และมีโอกาสที่ราคาจะกลับตัวสูงมาก! ลองนึกภาพตามนะ สมมติเราเห็น Pin Bar ขาลง (Bearish Pin Bar) นั่นหมายความว่า ราคามันเคยพุ่งขึ้นไปสูงมาก แต่สุดท้ายก็ถูกแรงขายกดลงมาปิดเกือบจะเท่าราคาเปิด แสดงว่าแรงซื้อที่พยายามดันราคาขึ้นไป “ไม่สำเร็จ” และแรงขายเริ่มเข้ามามีบทบาทแล้ว โอกาสที่ราคาจะลงต่อก็มีสูง
สถิติจาก Backtesting (การทดสอบย้อนหลัง) ที่ผมทำเอง พบว่า Pin Bar ที่เกิดขึ้นในบริเวณแนวรับแนวต้านสำคัญ มีความแม่นยำสูงถึง 70-80% เลยทีเดียว! นั่นหมายความว่า ถ้าเราเทรดตาม Pin Bar เหล่านี้อย่างมีวินัย เรามีโอกาสทำกำไรได้สูงมากครับ
ตัวอย่างการเทรดจริง: สมมติเราเห็น Bearish Pin Bar เกิดขึ้นที่แนวต้านสำคัญของคู่เงิน EURUSD ที่ราคา 1.1000 เราอาจจะเข้า Sell ที่ราคา 1.0995 (ต่ำกว่าราคาปิดของ Pin Bar เล็กน้อย) ตั้ง Stop Loss (SL) ไว้ที่ 1.1010 (เหนือ High ของ Pin Bar) และตั้ง Take Profit (TP) ไว้ที่ 1.0950 (อัตราส่วน Risk/Reward ที่ 1:3) ถ้า SL โดน เราจะเสียแค่ 15 จุด แต่ถ้า TP โดน เราจะได้ถึง 45 จุด! คุ้มค่าที่จะเสี่ยงใช่ไหมล่ะ?
ในบทความนี้ ผมจะสอนตั้งแต่พื้นฐานว่า Pin Bar คืออะไร? มีองค์ประกอบอะไรบ้าง? ไปจนถึงเทคนิคการใช้งาน Pin Bar ในการเทรดจริง ทั้งการหาจุดเข้าที่แม่นยำ การตั้ง Stop Loss และ Take Profit ที่เหมาะสม รวมถึงข้อควรระวังต่างๆ ที่นักเทรดมือใหม่มักจะพลาดกัน! เตรียมตัวให้พร้อม แล้วไปเรียนรู้ Pin Bar ให้ทะลุปรุโปร่งกันเลยครับ!
พื้นฐานความรู้เกี่ยวกับ Pin Bar
Pin Bar คืออะไร? องค์ประกอบสำคัญที่ต้องรู้
Pin Bar หรือ Pinocchio Bar เป็นรูปแบบแท่งเทียนเดี่ยว (Single Candlestick Pattern) ที่บ่งบอกถึงการปฏิเสธราคา (Price Rejection) และมีโอกาสสูงที่จะเกิดการกลับตัวของราคา (Reversal) ชื่อ Pinocchio มาจากนิทานเรื่องพิน็อกคิโอที่จมูกจะยาวขึ้นเมื่อโกหก ในที่นี้ “หาง” (Tail หรือ Wick) ของ Pin Bar ก็เหมือนจมูกที่ยาวขึ้นมาเพื่อ “หลอก” ว่าราคาจะไปทางนั้น แต่สุดท้ายก็โดนตบกลับมา!
องค์ประกอบสำคัญของ Pin Bar ที่เราต้องพิจารณา มีอยู่ 3 ส่วนหลักๆ ครับ:
- Body (ลำตัว): ลำตัวของ Pin Bar จะมีขนาดเล็ก และมักจะอยู่บริเวณปลายด้านหนึ่งของแท่งเทียน
- Tail (หาง หรือ Wick): หางของ Pin Bar จะยาวมาก และยื่นออกไปในทิศทางตรงกันข้ามกับทิศทางที่คาดว่าจะเกิดการกลับตัว นี่คือส่วนที่สำคัญที่สุดของ Pin Bar เลยครับ!
- Nose (จมูก หรือ Head): จมูกของ Pin Bar จะสั้นมาก หรือแทบจะไม่มีเลย
ถ้าเป็น Bearish Pin Bar (Pin Bar ขาลง) ลำตัวจะอยู่ด้านล่าง หางจะชี้ขึ้นด้านบน และจมูกจะสั้นมาก Bearish Pin Bar บ่งบอกว่า ราคาเคยพุ่งขึ้นไปสูง แต่ถูกแรงขายกดลงมาปิดในราคาที่ต่ำกว่าราคาเปิด แสดงว่าแรงขายเริ่มแข็งแกร่งกว่าแรงซื้อแล้ว ในทางกลับกัน ถ้าเป็น Bullish Pin Bar (Pin Bar ขาขึ้น) ลำตัวจะอยู่ด้านบน หางจะชี้ลงด้านล่าง และจมูกจะสั้นมาก Bullish Pin Bar บ่งบอกว่า ราคาเคยร่วงลงไปต่ำ แต่ถูกแรงซื้อดันขึ้นมาปิดในราคาสูงกว่าราคาเปิด แสดงว่าแรงซื้อเริ่มแข็งแกร่งกว่าแรงขายแล้ว
ตรงนี้สำคัญมากนะ! ขนาดของหาง (Tail) มีผลต่อความแข็งแกร่งของสัญญาณ Pin Bar ยิ่งหางยาวเท่าไหร่ แสดงว่าการปฏิเสธราคานั้นแข็งแกร่งมากเท่านั้น โอกาสที่ราคาจะกลับตัวก็ยิ่งสูงขึ้นไปด้วย! แต่ก็ไม่ใช่ว่าหางยาวอย่างเดียวจะดีเสมอไป เราต้องพิจารณาบริบทโดยรวมของกราฟด้วย เช่น Pin Bar เกิดขึ้นที่แนวรับแนวต้านสำคัญหรือไม่? มี Volatility (ความผันผวน) มากน้อยแค่ไหน? มีข่าวหรือปัจจัยพื้นฐานอะไรที่ส่งผลกระทบต่อราคาหรือไม่?
ผมเคยเจอตอนปี 2015 ตอนนั้นค่าเงิน CHF (ฟรังก์สวิส) ผันผวนหนักมาก หลังจากที่ธนาคารกลางสวิส (SNB) ประกาศยกเลิกเพดานอัตราแลกเปลี่ยน ทำให้เกิด Pin Bar ขนาดใหญ่บนกราฟหลายคู่เงินเลยครับ! ใครที่เทรดตาม Pin Bar เหล่านั้นอย่างระมัดระวัง ก็สามารถทำกำไรได้มหาศาล แต่ใครที่ประมาท ก็อาจจะขาดทุนหนักได้เช่นกัน!
Bullish Pin Bar vs. Bearish Pin Bar: ความแตกต่างและวิธีสังเกต
เมื่อเราเข้าใจองค์ประกอบของ Pin Bar แล้ว สิ่งต่อไปที่เราต้องทำคือการแยกแยะให้ออกว่า Pin Bar ที่เราเห็นนั้นเป็น Bullish Pin Bar หรือ Bearish Pin Bar เพราะทั้งสองแบบให้สัญญาณที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง!
Bullish Pin Bar (Pin Bar ขาขึ้น): อย่างที่บอกไปแล้วว่า Bullish Pin Bar จะมีลำตัวอยู่ด้านบน หางยาวชี้ลงด้านล่าง และจมูกสั้นๆ Bullish Pin Bar มักจะเกิดขึ้นในแนวโน้มขาลง (Downtrend) หรือบริเวณแนวรับ (Support Level) มันบ่งบอกว่า ราคาเคยพยายามที่จะลงไปต่ำกว่านี้ แต่สุดท้ายก็ถูกแรงซื้อดันกลับขึ้นมา ทำให้ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด นี่คือสัญญาณว่าแรงขายกำลังอ่อนแรง และแรงซื้อกำลังเข้ามาควบคุมตลาด โอกาสที่ราคาจะกลับตัวขึ้นไปมีสูงมาก!
ลองนึกภาพตามนะ สมมติเราเห็น Bullish Pin Bar เกิดขึ้นที่แนวรับสำคัญของคู่เงิน AUDUSD ที่ราคา 0.6500 นั่นหมายความว่า ราคาเคยลงไปทดสอบแนวรับนี้แล้ว แต่ไม่สามารถทะลุลงไปได้ และถูกแรงซื้อดันกลับขึ้นมาอย่างแข็งแกร่ง! นี่คือสัญญาณที่ดีที่เราอาจจะเข้า Buy ที่ราคา 0.6505 (สูงกว่าราคาปิดของ Pin Bar เล็กน้อย) ตั้ง Stop Loss ไว้ที่ 0.6490 (ต่ำกว่า Low ของ Pin Bar) และตั้ง Take Profit ไว้ที่ 0.6550 (อัตราส่วน Risk/Reward ที่ 1:3) โอกาสที่เราจะได้กำไรจาก Trade นี้มีสูงมาก!
Bearish Pin Bar (Pin Bar ขาลง): Bearish Pin Bar จะมีลำตัวอยู่ด้านล่าง หางยาวชี้ขึ้นด้านบน และจมูกสั้นๆ Bearish Pin Bar มักจะเกิดขึ้นในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) หรือบริเวณแนวต้าน (Resistance Level) มันบ่งบอกว่า ราคาเคยพยายามที่จะขึ้นไปสูงกว่านี้ แต่สุดท้ายก็ถูกแรงขายกดกลับลงมา ทำให้ราคาปิดต่ำกว่าราคาเปิด นี่คือสัญญาณว่าแรงซื้อกำลังอ่อนแรง และแรงขายกำลังเข้ามาควบคุมตลาด โอกาสที่ราคาจะกลับตัวลงไปมีสูงมาก!
สมมติเราเห็น Bearish Pin Bar เกิดขึ้นที่แนวต้านสำคัญของคู่เงิน GBPJPY ที่ราคา 185.00 นั่นหมายความว่า ราคาเคยขึ้นไปทดสอบแนวต้านนี้แล้ว แต่ไม่สามารถทะลุขึ้นไปได้ และถูกแรงขายกดกลับลงมาอย่างแข็งแกร่ง! นี่คือสัญญาณที่ดีที่เราอาจจะเข้า Sell ที่ราคา 184.95 (ต่ำกว่าราคาปิดของ Pin Bar เล็กน้อย) ตั้ง Stop Loss ไว้ที่ 185.10 (สูงกว่า High ของ Pin Bar) และตั้ง Take Profit ไว้ที่ 184.50 (อัตราส่วน Risk/Reward ที่ 1:3) โอกาสที่เราจะได้กำไรจาก Trade นี้ก็มีสูงเช่นกัน!
จำไว้ว่า การสังเกต Bullish Pin Bar และ Bearish Pin Bar ให้แม่นยำ เป็นทักษะที่สำคัญมากในการเทรด Price Action! ฝึกฝนการสังเกตกราฟบ่อยๆ แล้วเราจะสามารถแยกแยะ Pin Bar ทั้งสองแบบได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำครับ!
ความสำคัญของบริบท: แนวรับแนวต้าน, Trend, และปัจจัยอื่นๆ
Pin Bar ไม่ได้ทำงานด้วยตัวมันเอง! เราต้องพิจารณา “บริบท” โดยรวมของกราฟด้วย เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจเทรด บริบทในที่นี้ หมายถึง สถานการณ์แวดล้อมที่ Pin Bar เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็น แนวรับแนวต้าน, Trend (แนวโน้ม), หรือปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคา
แนวรับแนวต้าน (Support and Resistance Levels): Pin Bar ที่เกิดขึ้นบริเวณแนวรับแนวต้านสำคัญ จะมีความน่าเชื่อถือสูงมาก! เพราะแนวรับแนวต้านคือบริเวณที่ราคาเคยมีการกลับตัวมาก่อน แสดงว่าบริเวณนั้นมีแรงซื้อหรือแรงขายที่แข็งแกร่งรออยู่ เมื่อ Pin Bar เกิดขึ้นบริเวณเหล่านี้ มันเป็นการยืนยันว่าแรงซื้อหรือแรงขายนั้นยังคงแข็งแกร่ง และมีโอกาสสูงที่ราคาจะกลับตัวในทิศทางเดิม
Trend (แนวโน้ม): การเทรดตาม Trend เป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญมากในการเทรด Forex การใช้ Pin Bar ร่วมกับ Trend จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้มากยิ่งขึ้น! เช่น ถ้าเราอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) เราจะมองหาเฉพาะ Bullish Pin Bar ที่เกิดขึ้นบริเวณแนวรับ เพื่อเข้า Buy ตาม Trend แต่ถ้าเราอยู่ในแนวโน้มขาลง (Downtrend) เราจะมองหาเฉพาะ Bearish Pin Bar ที่เกิดขึ้นบริเวณแนวต้าน เพื่อเข้า Sell ตาม Trend
ปัจจัยอื่นๆ: นอกจากแนวรับแนวต้านและ Trend แล้ว เรายังต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อราคาด้วย เช่น ข่าวเศรษฐกิจ, เหตุการณ์ทางการเมือง, หรือแม้แต่ Sentiment (ความรู้สึก) ของตลาด! ข่าวเศรษฐกิจที่สำคัญ เช่น ตัวเลขการจ้างงาน, อัตราดอกเบี้ย, หรือ GDP อาจทำให้ราคาผันผวนอย่างรุนแรง และส่งผลกระทบต่อความแม่นยำของ Pin Bar ได้ ดังนั้น เราควรหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่มีข่าวสำคัญ หรือถ้าจำเป็นต้องเทรด ก็ควรลดขนาด Lot ลงเพื่อลดความเสี่ยง
สมัยก่อนผมก็เคยพลาด เพราะไม่สนใจบริบทโดยรวมของกราฟครับ! ตอนนั้นผมเห็น Bearish Pin Bar สวยๆ เกิดขึ้นบนกราฟ GBPUSD ผมก็เข้า Sell ทันที โดยไม่ได้ดูเลยว่ากำลังมีข่าวสำคัญเกี่ยวกับ Brexit (การออกจากสหภาพยุโรปของสหราชอาณาจักร) ปรากฏว่าข่าวออกมาในทิศทางบวก ทำให้ราคา GBPUSD พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง และ SL ของผมก็โดนไปอย่างง่ายดาย! บทเรียนราคาแพงครั้งนั้น สอนให้ผมรู้ว่า การเทรด Forex ไม่ใช่แค่การดู Pattern แต่เป็นการวิเคราะห์บริบทโดยรวมของตลาดด้วย!
วิธีใช้งาน Pin Bar ในการเทรดจริง
หลังจากที่เราเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับ Pin Bar กันแล้ว ตอนนี้เราจะมาดูวิธีการใช้งาน Pin Bar ในการเทรดจริงกันบ้างครับ! ผมจะสอนตั้งแต่การหาจุดเข้าที่แม่นยำ การตั้ง Stop Loss และ Take Profit ที่เหมาะสม รวมถึงข้อควรระวังต่างๆ ที่นักเทรดมือใหม่มักจะพลาดกัน
ตารางสรุป: การตั้งค่า Stop Loss (SL) และ Take Profit (TP)
การตั้ง Stop Loss (SL) และ Take Profit (TP) ที่เหมาะสม เป็นสิ่งสำคัญมากในการเทรด Pin Bar เพราะมันจะช่วยจำกัดความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรให้กับเรา ตารางด้านล่างนี้ จะสรุปวิธีการตั้ง SL และ TP สำหรับ Bullish Pin Bar และ Bearish Pin Bar:
| ประเภท Pin Bar | จุดเข้า (Entry Point) | Stop Loss (SL) | Take Profit (TP) | อัตราส่วน Risk/Reward (R:R) |
|---|---|---|---|---|
| Bullish Pin Bar | สูงกว่าราคาปิดของ Pin Bar เล็กน้อย | ต่ำกว่า Low ของ Pin Bar เล็กน้อย | พิจารณาจากแนวต้านถัดไป หรือตั้งตาม R:R ที่ต้องการ (1:2, 1:3, etc.) | 1:2 ขึ้นไป |
| Bearish Pin Bar | ต่ำกว่าราคาปิดของ Pin Bar เล็กน้อย | สูงกว่า High ของ Pin Bar เล็กน้อย | พิจารณาจากแนวรับถัดไป หรือตั้งตาม R:R ที่ต้องการ (1:2, 1:3, etc.) | 1:2 ขึ้นไป |
คำแนะนำเพิ่มเติม:
- ควรตั้ง SL และ TP ให้สอดคล้องกับ Volatility (ความผันผวน) ของคู่เงินที่เราเทรด ถ้าคู่เงินมีความผันผวนสูง เราอาจจะต้องตั้ง SL ให้กว้างขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้ SL โดนง่ายเกินไป
- ควรพิจารณาแนวรับแนวต้านที่สำคัญในการตั้ง TP ถ้ามีแนวต้านแข็งแกร่งอยู่ใกล้ๆ เราอาจจะต้องลด TP ลง หรือถ้ามีแนวรับแข็งแกร่งอยู่ใกล้ๆ เราก็อาจจะต้องเพิ่ม TP ขึ้น
- ควรบริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management) อย่างเคร่งครัด โดยกำหนดความเสี่ยงต่อ Trade ไม่เกิน 1-2% ของเงินทุนทั้งหมด
ข้อควรระวัง: Pin Bar ที่ควรหลีกเลี่ยง
ไม่ใช่ว่า Pin Bar ทุกแท่งจะให้สัญญาณที่ถูกต้อง! มี Pin Bar บางประเภทที่เราควรหลีกเลี่ยง เพราะมีความน่าเชื่อถือน้อย และอาจทำให้เราขาดทุนได้
“Pin Bar ที่เกิดขึ้นใน Range (ช่วงราคาแคบๆ) หรือ Sideways Market (ตลาด Sideways) มักจะไม่น่าเชื่อถือ เพราะตลาดไม่มีทิศทางที่ชัดเจน และราคาอาจจะแกว่งตัวไปมาโดยไม่มีเหตุผล”
Pin Bar ที่มีลำตัวขนาดใหญ่เกินไป หรือมีหางสั้นเกินไป ก็ไม่ควรเทรด เพราะมันไม่ได้บ่งบอกถึงการปฏิเสธราคาที่แข็งแกร่ง Pin Bar ที่เกิดขึ้นในช่วงที่มีข่าวสำคัญ ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะข่าวอาจทำให้ราคาผันผวนอย่างรุนแรง และทำให้ Pin Bar กลายเป็นสัญญาณหลอก (False Signal)
นอกจากนี้ เราควรหลีกเลี่ยงการเทรด Pin Bar ที่ขัดแย้งกับ Trend หลักของตลาด! เช่น ถ้าตลาดเป็นขาขึ้น เราไม่ควรเทรด Bearish Pin Bar เพราะมันสวนทางกับ Trend หลัก และมีโอกาสสูงที่เราจะขาดทุน
สมัยก่อนผมเคยพลาด เพราะเทรด Pin Bar ที่เกิดขึ้นใน Sideways Market ครับ! ตอนนั้นผมเห็น Bearish Pin Bar สวยๆ เกิดขึ้นบนกราฟ EURUSD ผมก็เข้า Sell ทันที โดยไม่ได้ดูเลยว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วง Sideways ปรากฏว่าราคา EURUSD แกว่งตัวไปมาอยู่ใน Range แคบๆ และ SL ของผมก็โดนไปอย่างน่าเสียดาย! ตั้งแต่นั้นมา ผมก็ระมัดระวังมากขึ้นในการเทรด Pin Bar ใน Sideways Market
Case Study: ตัวอย่างการเทรด Pin Bar พร้อม Lot, SL, และ TP จริง
เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนยิ่งขึ้น เราจะมาดูตัวอย่างการเทรด Pin Bar พร้อม Lot, SL, และ TP จริงกันครับ!
ตัวอย่างที่ 1: เทรด Bullish Pin Bar บน XAUUSD (ทองคำ)
สมมติว่าเราเห็น Bullish Pin Bar เกิดขึ้นที่แนวรับสำคัญของ XAUUSD ที่ราคา 2300 ใน Timeframe H4 (4 ชั่วโมง) เราจะทำการวิเคราะห์ดังนี้:
- จุดเข้า (Entry Point): เราจะเข้า Buy ที่ราคา 2302 (สูงกว่าราคาปิดของ Pin Bar เล็กน้อย)
- Stop Loss (SL): เราจะตั้ง SL ไว้ที่ 2295 (ต่ำกว่า Low ของ Pin Bar เล็กน้อย)
- Take Profit (TP): เราจะพิจารณาแนวต้านถัดไปที่ราคา 2320 หรือตั้งตามอัตราส่วน Risk/Reward ที่ 1:2 (Risk 7 จุด, Reward 14 จุด)
- Lot Size: ถ้าเรามีเงินทุน $10,000 และต้องการเสี่ยงไม่เกิน 1% ต่อ Trade เราจะเสี่ยงได้ไม่เกิน $100 ดังนั้น Lot Size ที่เหมาะสมคือ 0.1 Lot (ถ้า SL โดน เราจะเสีย $70)
ตัวอย่างที่ 2: เทรด Bearish Pin Bar บน EURUSD
สมมติว่าเราเห็น Bearish Pin Bar เกิดขึ้นที่แนวต้านสำคัญของ EURUSD ที่ราคา 1.1000 ใน Timeframe H1 (1 ชั่วโมง) เราจะทำการวิเคราะห์ดังนี้:
- จุดเข้า (Entry Point): เราจะเข้า Sell ที่ราคา 1.0995 (ต่ำกว่าราคาปิดของ Pin Bar เล็กน้อย)
- Stop Loss (SL): เราจะตั้ง SL ไว้ที่ 1.1010 (สูงกว่า High ของ Pin Bar เล็กน้อย)
- Take Profit (TP): เราจะพิจารณาแนวรับถัดไปที่ราคา 1.0950 หรือตั้งตามอัตราส่วน Risk/Reward ที่ 1:3 (Risk 15 จุด, Reward 45 จุด)
- Lot Size: ถ้าเรามีเงินทุน $5,000 และต้องการเสี่ยงไม่เกิน 2% ต่อ Trade เราจะเสี่ยงได้ไม่เกิน $100 ดังนั้น Lot Size ที่เหมาะสมคือ 0.07 Lot (ถ้า SL โดน เราจะเสีย $105 ซึ่งใกล้เคียงกับ 2% ของเงินทุน)
จำไว้ว่า ตัวอย่างเหล่านี้เป็นเพียงแนวทาง! เราต้องปรับเปลี่ยนการตั้งค่า Lot, SL, และ TP ให้เหมาะสมกับสถานการณ์จริง และอย่าลืมบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด เพื่อปกป้องเงินทุนของเรา!
เทคนิคขั้นสูงในการเทรด Pin Bar
Pin Bar ร่วมกับ Fibonacci Retracement
การใช้ Pin Bar ร่วมกับ Fibonacci Retracement เป็นเทคนิคที่ผมใช้บ่อยมาก เพราะมันช่วยเพิ่มความแม่นยำในการหาจุดเข้าเทรดได้ดีสุดๆ ครับ ลองคิดดูนะ เรามี Pin Bar ที่บอกสัญญาณกลับตัวอยู่แล้ว ถ้ามันเกิดตรงระดับ Fibonacci ที่สำคัญ เช่น 38.2%, 50% หรือ 61.8% โอกาสที่ราคาจะเด้งกลับไปในทิศทางที่เราคาดการณ์ไว้ก็จะสูงขึ้นไปอีก
ยกตัวอย่างเช่น สมมติว่าเราเห็นกราฟ EURUSD กำลังเป็นขาขึ้น แล้วราคามีการย่อตัวลงมา จากนั้นเกิด Pin Bar ขาขึ้น (Bullish Pin Bar) บริเวณ Fibonacci Retracement 50% พอดี แบบนี้ถือว่าเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งมาก เราสามารถเข้า Buy ได้เลย โดยตั้ง Stop Loss ไว้ใต้หาง (Tail) ของ Pin Bar เล็กน้อย และตั้ง Take Profit ไว้ที่ระดับ Fibonacci Extension ที่สำคัญ หรืออาจจะพิจารณาจากแนวต้านก่อนหน้าก็ได้ครับ
ผมเคยเจอเคสแบบนี้ตอนเทรด AUDUSD เมื่อประมาณปี 2021 ครับ ราคาย่อลงมาที่ Fibonacci 61.8% แล้วเกิด Pin Bar ชัดเจน ผมเข้า Buy ไปที่ราคา 0.7550 ตั้ง Stop Loss ที่ 0.7530 (20 pips) และ Take Profit ที่ 0.7650 (100 pips) ปรากฏว่าราคาขึ้นไปถึง Take Profit อย่างรวดเร็ว ได้กำไรมาแบบสวยๆ เลยครับ
Pin Bar กับเส้นแนวรับแนวต้าน
เทคนิคนี้ก็คล้ายๆ กับ Fibonacci Retracement ครับ แต่เราจะใช้เส้นแนวรับแนวต้าน (Support and Resistance) แทน ลองนึกภาพตามนะครับ ถ้าเราเจอ Pin Bar ที่เกิดตรงบริเวณแนวรับที่แข็งแกร่ง โอกาสที่ราคาจะเด้งขึ้นก็มีสูงมาก หรือถ้าเจอ Pin Bar ที่เกิดตรงบริเวณแนวต้านที่แข็งแกร่ง โอกาสที่ราคาจะลงก็มีสูงมากเช่นกัน ที่สำคัญคือต้องดูว่าแนวรับแนวต้านนั้น “แข็งแกร่ง” จริงๆ นะครับ ไม่ใช่แนวที่ราคาทะลุไปมาง่ายๆ
วิธีการเทรดก็ง่ายๆ ครับ ถ้าเจอ Bullish Pin Bar ตรงแนวรับ ก็ให้เข้า Buy ตั้ง Stop Loss ใต้หาง Pin Bar และตั้ง Take Profit ที่แนวต้านถัดไป หรือถ้าเจอ Bearish Pin Bar ตรงแนวต้าน ก็ให้เข้า Sell ตั้ง Stop Loss เหนือหาง Pin Bar และตั้ง Take Profit ที่แนวรับถัดไป อย่าลืมบริหารความเสี่ยงให้ดีด้วยนะครับ
ผมมีประสบการณ์ตรงเลยครับ ตอนเทรดทองคำ (XAUUSD) เมื่อเดือนก่อน ผมเห็นราคาขึ้นไปชนแนวต้านที่ 2050 แล้วเกิด Bearish Pin Bar ผมตัดสินใจ Sell ที่ 2048 ตั้ง Stop Loss ที่ 2053 (50 จุด = $50 ถ้าเทรด 0.1 lot) และ Take Profit ที่ 2038 (100 จุด = $100 ถ้าเทรด 0.1 lot) สุดท้ายราคาก็ลงมาถึง Take Profit ได้กำไรไปสบายๆ ครับ
Pin Bar ร่วมกับ Indicator อื่นๆ
Pin Bar เป็น Price Action ที่ดี แต่การใช้ Indicator อื่นๆ มาช่วยยืนยันสัญญาณก็จะยิ่งทำให้เรามั่นใจมากขึ้นครับ Indicator ที่ผมแนะนำก็มีหลายตัว เช่น Moving Average, RSI, MACD หรือ Stochastic Oscillator แต่ละตัวก็มีข้อดีข้อเสียต่างกันไป ลองเลือกใช้ตัวที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของตัวเองดูนะครับ
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราใช้ Moving Average 200 วัน เป็นตัวกรองเทรนด์ ถ้ากราฟอยู่เหนือเส้น MA200 แสดงว่าเป็นขาขึ้น ถ้ากราฟอยู่ใต้เส้น MA200 แสดงว่าเป็นขาลง ถ้าเราเจอ Pin Bar ที่สอดคล้องกับเทรนด์ (เช่น Bullish Pin Bar ในขาขึ้น) โอกาสที่จะสำเร็จก็จะสูงขึ้นมากครับ หรือถ้าใช้ RSI ช่วยดู Overbought/Oversold ก็จะช่วยให้เราหลีกเลี่ยงการเทรดสวนเทรนด์ได้ดีขึ้น
ผมเคยใช้ Pin Bar ร่วมกับ MACD ตอนเทรด GBPJPY ครับ ผมเห็นราคาขึ้นไปทำ Higher High แต่ MACD กลับทำ Lower High (Divergence) แล้วเกิด Bearish Pin Bar ตรงแนวต้าน ผมตีความว่านี่เป็นสัญญาณกลับตัวที่แข็งแกร่งมาก เลยตัดสินใจ Sell ไป ปรากฏว่าราคาลงมาแรงมาก ทำกำไรได้เยอะเลยครับ เคสนี้สอนให้รู้ว่าการใช้ Indicator มาช่วยยืนยันสัญญาณ Pin Bar มันช่วยเพิ่มความมั่นใจในการเทรดได้จริงๆ ครับ
เปรียบเทียบ Pin Bar กับแท่งเทียนกลับตัวอื่นๆ
ตารางเปรียบเทียบ Pin Bar กับ Hammer/Hanging Man
| คุณสมบัติ | Pin Bar | Hammer/Hanging Man |
|---|---|---|
| รูปร่าง | ลำตัวเล็ก หางยาว (อย่างน้อย 2 เท่าของลำตัว) | ลำตัวเล็ก หางยาว (อย่างน้อย 2 เท่าของลำตัว) |
| ตำแหน่ง | เกิดขึ้นได้ทั้งขาขึ้นและขาลง | Hammer: ขาลง, Hanging Man: ขาขึ้น |
| ความหมาย | ปฏิเสธราคา ณ บริเวณนั้น | Hammer: แรงซื้อกลับเข้ามา, Hanging Man: แรงขายกลับเข้ามา |
| ความสำคัญของหาง | ยิ่งยาว ยิ่งสำคัญ | ยิ่งยาว ยิ่งสำคัญ |
| ตัวอย่างการเทรด | Bullish Pin Bar: Buy, Bearish Pin Bar: Sell | Hammer: Buy, Hanging Man: Sell |
จากตารางจะเห็นว่า Pin Bar กับ Hammer/Hanging Man มีความคล้ายคลึงกันมากในเรื่องของรูปร่าง แต่สิ่งที่แตกต่างกันคือ Pin Bar สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งในขาขึ้นและขาลง ในขณะที่ Hammer จะเกิดในขาลง และ Hanging Man จะเกิดในขาขึ้น นอกจากนี้ Pin Bar ยังเน้นที่การ “ปฏิเสธราคา” ในบริเวณนั้นๆ มากกว่าที่จะเน้นเรื่องแรงซื้อหรือแรงขาย
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเห็น Hammer เกิดขึ้นหลังจากราคาลงมาอย่างต่อเนื่อง เราจะตีความว่ามีแรงซื้อกลับเข้ามา ทำให้ราคาอาจจะกลับตัวขึ้น แต่ถ้าเราเห็น Pin Bar ขาขึ้นเกิดขึ้นหลังจากราคาลงมาอย่างต่อเนื่อง เราจะตีความว่าราคาได้ “ปฏิเสธ” การลงต่อ และมีโอกาสที่จะกลับตัวขึ้นได้เช่นกัน
ผมเคยเจอเคสที่ทำให้สับสนเหมือนกันครับ ตอนที่ผมเห็น Hanging Man เกิดขึ้นในขาขึ้น แต่หลังจากนั้นราคากลับขึ้นไปต่อ ทำให้ผมขาดทุนไปพอสมควร หลังจากนั้นผมก็เลยให้ความสำคัญกับบริบทโดยรวมของตลาดมากขึ้น และใช้ Indicator อื่นๆ มาช่วยยืนยันสัญญาณก่อนที่จะตัดสินใจเทรด
ตารางเปรียบเทียบ Pin Bar กับ Engulfing Pattern
| คุณสมบัติ | Pin Bar | Engulfing Pattern |
|---|---|---|
| จำนวนแท่งเทียน | 1 แท่ง | 2 แท่ง |
| รูปร่าง | ลำตัวเล็ก หางยาว | แท่งเทียนแท่งที่สองกลืนกินแท่งเทียนแท่งแรก |
| ความหมาย | ปฏิเสธราคา | แรงซื้อ/ขายเข้ามาอย่างรุนแรง |
| ความเร็วในการเกิด | เร็วกว่า | ช้ากว่า |
| ตัวอย่างการเทรด | Bullish Pin Bar: Buy, Bearish Pin Bar: Sell | Bullish Engulfing: Buy, Bearish Engulfing: Sell |
Engulfing Pattern เป็นแท่งเทียนกลับตัวที่ประกอบด้วยแท่งเทียน 2 แท่ง โดยแท่งเทียนแท่งที่สองจะ “กลืนกิน” แท่งเทียนแท่งแรกอย่างสมบูรณ์ ซึ่งแสดงถึงแรงซื้อหรือแรงขายที่เข้ามาอย่างรุนแรง ในขณะที่ Pin Bar เป็นแท่งเทียนเดี่ยวที่แสดงถึงการปฏิเสธราคา ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ Engulfing Pattern ใช้เวลาในการเกิดนานกว่า และต้องการการยืนยันจากแท่งเทียนแท่งที่สอง ในขณะที่ Pin Bar สามารถให้สัญญาณได้เร็วกว่า
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเห็น Bullish Engulfing Pattern เกิดขึ้นหลังจากราคาลงมาอย่างต่อเนื่อง เราจะตีความว่ามีแรงซื้อเข้ามาอย่างรุนแรง ทำให้ราคาอาจจะกลับตัวขึ้น แต่ถ้าเราเห็น Pin Bar ขาขึ้นเกิดขึ้นหลังจากราคาลงมาอย่างต่อเนื่อง เราจะตีความว่าราคาได้ “ปฏิเสธ” การลงต่อ และมีโอกาสที่จะกลับตัวขึ้นได้เช่นกัน
ผมเคยพลาดเพราะรีบเข้าเทรด Engulfing Pattern มากเกินไปครับ ตอนที่ผมเห็น Bullish Engulfing Pattern เกิดขึ้น แต่แท่งเทียนถัดไปกลับไม่ขึ้นตาม ทำให้ผมขาดทุนไป หลังจากนั้นผมก็เลยรอการยืนยันจากแท่งเทียนถัดไปก่อนเสมอ ก่อนที่จะตัดสินใจเข้าเทรด Engulfing Pattern
ข้อควรระวังในการเทรด Pin Bar
คำเตือน: Pin Bar เป็นเพียงสัญญาณหนึ่งเท่านั้น ไม่ใช่ไม้กายสิทธิ์ที่จะทำให้คุณรวยได้เสมอไป อย่าเทรดด้วยความประมาท และอย่าลืมบริหารความเสี่ยงทุกครั้ง!
- อย่าเทรด Pin Bar ที่ไม่ชัดเจน: บางครั้งเราอาจจะเจอ Pin Bar ที่มีรูปร่างไม่สมบูรณ์ เช่น หางสั้นเกินไป หรือลำตัวใหญ่เกินไป Pin Bar เหล่านี้อาจจะไม่ใช่สัญญาณที่น่าเชื่อถือ ควรหลีกเลี่ยงการเทรด Pin Bar เหล่านี้
- อย่าเทรดสวนเทรนด์หลัก: การเทรดสวนเทรนด์หลักมีความเสี่ยงสูง แม้ว่าจะมี Pin Bar เกิดขึ้นก็ตาม ควรเทรด Pin Bar ที่สอดคล้องกับเทรนด์หลักจะดีกว่า
- อย่าลืม Stop Loss: การตั้ง Stop Loss เป็นสิ่งสำคัญมากในการเทรด Forex เพราะมันช่วยจำกัดความเสี่ยงของเราได้ ถ้าเราไม่ตั้ง Stop Loss อาจจะโดนลากไปจนพอร์ตแตกได้
- อย่า Overtrade: การ Overtrade คือการเทรดมากเกินไป ซึ่งอาจจะเกิดจากความโลภ หรือความต้องการที่จะเอาคืนหลังจากขาดทุน การ Overtrade จะทำให้เราตัดสินใจผิดพลาด และเพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุน
- อย่าเชื่อมั่นใน Pin Bar มากเกินไป: Pin Bar เป็นแค่สัญญาณหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้แม่นยำ 100% ควรใช้ Indicator อื่นๆ มาช่วยยืนยันสัญญาณด้วยเสมอ
ข้อควรระวังเหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเน้นย้ำเป็นพิเศษ เพราะผมเคยเจอมากับตัวเองแล้วครับ สมัยก่อนผมก็เคยพลาดเพราะความประมาท และความเชื่อมั่นในตัวเองมากเกินไป ทำให้ขาดทุนไปเยอะมาก บทเรียนเหล่านี้ทำให้ผมตระหนักว่าการเทรด Forex ต้องมีสติ และต้องบริหารความเสี่ยงให้ดีเสมอ
อีกอย่างที่สำคัญคือ อย่ามองข้ามบริบทของตลาดโดยรวมนะครับ บางครั้ง Pin Bar อาจจะเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น มีข่าวสำคัญกำลังจะประกาศ หรือตลาดกำลังอยู่ในช่วง Sideways Pin Bar เหล่านี้อาจจะไม่น่าเชื่อถือเท่าที่ควร
สุดท้ายนี้ อยากให้ทุกคนจำไว้ว่าการเทรด Forex เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ควรศึกษาข้อมูลให้ดี และฝึกฝนทักษะให้ชำนาญ ก่อนที่จะลงสนามจริงครับ
ตัวอย่างจากประสบการณ์จริง
ผมจะเล่าประสบการณ์เทรด Pin Bar จริงๆ ที่ผมเคยเจอมาให้ฟังนะครับ จะได้เห็นภาพกันชัดๆ ว่าสถานการณ์จริงมันเป็นยังไง และเราควรจะรับมือกับมันยังไง
ตัวอย่างที่ 1: เทรด EURUSD ขาขึ้น
เมื่อประมาณ 6 เดือนที่แล้ว ผมกำลังเทรด EURUSD อยู่ กราฟเป็นขาขึ้นชัดเจน ผมรอจังหวะย่อตัวเพื่อเข้า Buy วันหนึ่งผมเห็นราคาลงมาย่อตัวที่ Fibonacci Retracement 38.2% แล้วเกิด Bullish Pin Bar ที่ชัดเจนมาก ผมตัดสินใจเข้า Buy ที่ราคา 1.0850 ตั้ง Stop Loss ที่ 1.0830 (20 pips) และ Take Profit ที่ 1.0900 (50 pips) ปรากฏว่าราคาขึ้นไปถึง Take Profit อย่างรวดเร็ว ได้กำไรมา 50 pips สบายๆ ครับ เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการเทรด Pin Bar ที่สอดคล้องกับเทรนด์หลัก และใช้ Fibonacci Retracement มาช่วยยืนยันสัญญาณ
ตัวอย่างที่ 2: เทรด GBPJPY ขาลง
เมื่อประมาณ 3 เดือนที่แล้ว ผมกำลังเทรด GBPJPY อยู่ กราฟเป็นขาลงชัดเจน ผมรอจังหวะเด้งขึ้นเพื่อเข้า Sell วันหนึ่งผมเห็นราคาเด้งขึ้นไปชนแนวต้าน แล้วเกิด Bearish Pin Bar ที่ชัดเจนมาก ผมตัดสินใจเข้า Sell ที่ราคา 185.00 ตั้ง Stop Loss ที่ 185.30 (30 pips) และ Take Profit ที่ 184.00 (100 pips) ปรากฏว่าราคาร่วงลงมาอย่างรุนแรง ถึง Take Profit ภายในวันเดียว ได้กำไรมา 100 pips แบบเต็มๆ ครับ เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการเทรด Pin Bar ที่สอดคล้องกับเทรนด์หลัก และใช้แนวรับแนวต้านมาช่วยยืนยันสัญญาณ
ตัวอย่างที่ 3: เทรด XAUUSD ผิดพลาด
อันนี้เป็นตัวอย่างที่ผมพลาดนะครับ เมื่อประมาณ 1 เดือนที่แล้ว ผมกำลังเทรดทองคำ (XAUUSD) อยู่ ผมเห็นราคาทะลุแนวต้านขึ้นไป แล้วเกิด Bullish Pin Bar ผมคิดว่าราคาน่าจะขึ้นต่อ เลยตัดสินใจเข้า Buy ที่ราคา 2000 ตั้ง Stop Loss ที่ 1995 (50 จุด = $50 ถ้าเทรด 0.1 lot) ปรากฏว่าหลังจากนั้นราคากลับลงมาชน Stop Loss ขาดทุนไป 50 จุด เคสนี้สอนให้รู้ว่าไม่ใช่ทุก Pin Bar จะแม่นยำ และเราต้องพร้อมที่จะรับมือกับความผิดพลาดเสมอ
จากประสบการณ์ของผม การเทรด Pin Bar ให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความอดทน การสังเกต และการบริหารความเสี่ยงที่ดี อย่าใจร้อน อย่าโลภ และอย่าประมาท ถ้าทำได้แบบนี้ ผมเชื่อว่าทุกคนก็สามารถทำกำไรจากการเทรด Pin Bar ได้แน่นอนครับ
เครื่องมือแนะนำเพื่อการเทรด Pin Bar อย่างมีประสิทธิภาพ
การเทรด Pin Bar ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่ได้อาศัยแค่การมองเห็นรูปแบบแท่งเทียนเพียงอย่างเดียวครับ แต่ยังต้องอาศัยเครื่องมือต่างๆ มาช่วยในการวิเคราะห์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ และลดความเสี่ยงในการเทรดลงได้อีกด้วย ซึ่งผมเองก็มีเครื่องมือที่ใช้เป็นประจำ และอยากจะแนะนำให้เพื่อนๆ ลองนำไปปรับใช้กันดูนะครับ
Fibonacci Retracement
Fibonacci Retracement เป็นเครื่องมือที่ผมใช้บ่อยมากๆ ในการเทรด Pin Bar ครับ เพราะมันช่วยให้เราหาแนวรับแนวต้านที่สำคัญได้ ซึ่งแนวเหล่านี้ มักจะเป็นจุดที่ Pin Bar เกิดขึ้นบ่อยๆ ลองคิดดูนะ ถ้า Pin Bar เกิดขึ้นที่ระดับ Fibonacci 61.8% พอดี มันก็ยิ่งเป็นการยืนยันว่าแนวรับแนวต้านนั้นแข็งแกร่ง และมีโอกาสที่ราคาจะกลับตัวสูงมากครับ
สมมติว่าเราเห็นราคา XAUUSD วิ่งขึ้นไป แล้วเริ่มย่อตัวลงมา หากเราใช้ Fibonacci Retracement วัดจากจุดต่ำสุดไปยังจุดสูงสุด เราอาจจะเห็นว่าราคาเริ่มสร้าง Pin Bar บริเวณ Fibonacci 50% หรือ 61.8% ซึ่งเป็นสัญญาณว่าราคามีโอกาสที่จะกลับตัวขึ้นไปต่อได้ เราก็อาจจะเข้า Buy ที่บริเวณนั้น โดยตั้ง Stop Loss ไว้ใต้หาง (Tail) ของ Pin Bar เล็กน้อย เพื่อจำกัดความเสี่ยงครับ
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Averages)
เส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ หรือ Moving Averages (MA) เป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่ช่วยให้เรามองเห็นแนวโน้มของราคาได้ง่ายขึ้นครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง MA 200 วัน ซึ่งถือเป็นเส้นแนวโน้มระยะยาวที่สำคัญ ถ้าเราเห็นราคาอยู่เหนือ MA 200 วัน ก็แสดงว่าแนวโน้มโดยรวมเป็นขาขึ้น และถ้าเราเห็น Pin Bar เกิดขึ้นเหนือ MA 200 วัน ก็ยิ่งเป็นการยืนยันว่าราคามีโอกาสที่จะขึ้นไปต่อได้สูงครับ
แต่ MA ไม่ได้มีแค่ 200 วันนะครับ เราสามารถใช้ MA ระยะสั้น เช่น MA 20 หรือ MA 50 เพื่อดูแนวโน้มระยะสั้นได้ด้วย ลองสังเกตดูนะครับ ถ้า Pin Bar เกิดขึ้นใกล้ๆ กับ MA ระยะสั้น แล้ว MA ระยะสั้นตัดกับ MA ระยะยาวขึ้นไป (Golden Cross) ก็เป็นสัญญาณ Buy ที่แข็งแกร่งมากๆ ครับ
RSI (Relative Strength Index)
RSI เป็นเครื่องมือที่ช่วยวัดความแข็งแกร่งของราคาครับ โดยจะแสดงค่าออกมาเป็นตัวเลขตั้งแต่ 0 ถึง 100 ถ้า RSI มีค่าสูงกว่า 70 แสดงว่าราคาอยู่ในภาวะ Overbought (ซื้อมากเกินไป) และมีโอกาสที่จะปรับตัวลง ถ้า RSI มีค่าต่ำกว่า 30 แสดงว่าราคาอยู่ในภาวะ Oversold (ขายมากเกินไป) และมีโอกาสที่จะปรับตัวขึ้น
การใช้ RSI ร่วมกับ Pin Bar ก็คือ ถ้าเราเห็น Pin Bar เกิดขึ้นในขณะที่ RSI อยู่ในภาวะ Overbought หรือ Oversold ก็ยิ่งเป็นการยืนยันว่าราคามีโอกาสที่จะกลับตัวสูงครับ สมมติว่าเราเห็นราคา GBPUSD วิ่งลงมาอย่างต่อเนื่อง จน RSI ต่ำกว่า 30 แล้วเราก็เห็น Pin Bar เกิดขึ้น ก็อาจจะเป็นจังหวะที่ดีในการเข้า Buy โดยตั้ง Stop Loss ไว้ใต้หางของ Pin Bar ครับ
Case Study จากประสบการณ์จริงของ อ.บอม
ผมเคยเจอเคสที่น่าสนใจมากๆ เกี่ยวกับการเทรด Pin Bar ในช่วงต้นปี 2020 ครับ ตอนนั้นผมกำลังเทรดคู่เงิน AUDUSD อยู่ และผมสังเกตเห็นว่าราคามีการปรับตัวลงมาอย่างต่อเนื่อง จนมาถึงแนวรับที่ผมเคยใช้ Fibonacci Retracement วัดไว้ก่อนหน้านี้ บริเวณระดับ 0.6700 พอดี
สิ่งที่ทำให้ผมสนใจก็คือ บริเวณแนวรับ 0.6700 นั้น เกิด Pin Bar ที่มีหางยาวมากๆ แถมยังเกิดในขณะที่ RSI ก็อยู่ในภาวะ Oversold อีกด้วย ซึ่งเป็นสัญญาณที่แข็งแกร่งมากๆ ว่าราคา AUDUSD มีโอกาสที่จะกลับตัวขึ้นไป ผมจึงตัดสินใจเข้า Buy ทันทีที่ราคา Breakout เหนือ High ของ Pin Bar เล็กน้อย โดยตั้ง Stop Loss ไว้ใต้หางของ Pin Bar ประมาณ 20 จุด
หลังจากที่ผมเข้า Buy ไปแล้ว ราคาก็เริ่มปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และภายในเวลาไม่กี่วัน ราคาก็วิ่งขึ้นไปถึงเป้าหมาย Take Profit ที่ผมตั้งไว้ บริเวณแนวต้านก่อนหน้าที่ระดับ 0.7000 ซึ่งทำให้ผมได้กำไรจากการเทรดครั้งนี้ไปถึง 300 จุด คิดเป็นเงินประมาณ $300 ต่อ Lot ที่ผมเทรดครับ (ถ้าเทรด 0.1 lot ก็ $30)
จาก Case Study นี้ ผมอยากจะเน้นย้ำว่า การเทรด Pin Bar ให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี ไม่ได้อาศัยแค่การมองเห็นรูปแบบแท่งเทียนเพียงอย่างเดียว แต่เราต้องรู้จักใช้เครื่องมือต่างๆ มาช่วยในการวิเคราะห์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ และที่สำคัญที่สุดคือ การบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดยการตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เราขาดทุนมากเกินไปครับ
FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ Pin Bar
Pin Bar ที่มีหาง (Tail) สั้น มีความน่าเชื่อถือน้อยกว่า Pin Bar ที่มีหางยาว จริงหรือไม่?
ใช่ครับ โดยทั่วไปแล้ว Pin Bar ที่มีหางยาว จะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า Pin Bar ที่มีหางสั้น เพราะหางที่ยาวแสดงให้เห็นว่า มีแรงซื้อ (หรือแรงขาย) ปฏิเสธราคานั้นๆ อย่างแข็งแกร่ง ทำให้ราคามีโอกาสที่จะกลับตัวสูงกว่า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า Pin Bar ที่มีหางสั้นจะใช้ไม่ได้เลยนะครับ เรายังสามารถใช้ Pin Bar ที่มีหางสั้นในการเทรดได้ แต่เราอาจจะต้องรอสัญญาณยืนยันอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การ Breakout เหนือ High (หรือต่ำกว่า Low) ของ Pin Bar ก่อนถึงจะเข้าเทรดครับ
ควรเทรด Pin Bar ใน Timeframe ไหน ถึงจะดีที่สุด?
Timeframe ที่เหมาะสมสำหรับการเทรด Pin Bar ขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของแต่ละคนครับ ถ้าคุณเป็น Day Trader ที่ชอบเทรดระยะสั้น Timeframe H1 หรือ H4 อาจจะเหมาะสมกว่า แต่ถ้าคุณเป็น Swing Trader ที่ชอบถือออเดอร์นานๆ Timeframe Daily หรือ Weekly อาจจะเหมาะสมกว่าครับ ส่วนตัวผมแล้ว ผมชอบใช้ Timeframe H4 และ Daily ในการเทรด Pin Bar เพราะมันให้สัญญาณที่ค่อนข้างแม่นยำ และมีโอกาสในการทำกำไรที่สูงครับ
Pin Bar ที่เกิดในแนวโน้ม Sideways (ไม่มีทิศทาง) ควรเทรดหรือไม่?
โดยทั่วไปแล้ว ผมจะไม่แนะนำให้เทรด Pin Bar ที่เกิดในแนวโน้ม Sideways ครับ เพราะในสภาวะที่ราคาไม่มีทิศทางที่ชัดเจน โอกาสที่ Pin Bar จะให้สัญญาณที่ผิดพลาดก็มีสูงมาก แต่ถ้าคุณมีความชำนาญในการวิเคราะห์กราฟ และสามารถระบุแนวรับแนวต้านที่แข็งแกร่งในกรอบ Sideways ได้ คุณก็อาจจะลองเทรด Pin Bar ในสภาวะนี้ได้ แต่ต้องบริหารความเสี่ยงให้ดีนะครับ เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะโดน Stop Hunt ครับ
ต้องรอให้แท่งเทียน Pin Bar ปิดก่อน ถึงจะเข้าเทรดได้ ใช่หรือไม่?
ถูกต้องครับ สิ่งที่สำคัญมากๆ คือ เราควรรอให้แท่งเทียน Pin Bar ปิดก่อน ถึงจะตัดสินใจเข้าเทรด ไม่ควรรีบร้อนเข้าเทรดในขณะที่แท่งเทียนยังไม่ปิด เพราะราคาอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา และอาจจะทำให้ Pin Bar ที่เราเห็นตอนแรก กลายเป็นแท่งเทียนรูปแบบอื่นไปได้ การรอให้แท่งเทียนปิด จะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่า Pin Bar นั้นสมบูรณ์ และมีโอกาสที่จะให้สัญญาณที่ถูกต้องมากขึ้นครับ
ควรตั้ง Stop Loss ไว้ที่ตำแหน่งใด เมื่อเทรด Pin Bar?
ตำแหน่งที่เหมาะสมในการตั้ง Stop Loss เมื่อเทรด Pin Bar คือ บริเวณใต้หาง (Tail) ของ Pin Bar สำหรับการเข้า Buy และเหนือหาง (Tail) ของ Pin Bar สำหรับการเข้า Sell ครับ โดยเราควรเผื่อระยะห่างจากหางของ Pin Bar เล็กน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้โดน Stop Hunt จากการสวิงของราคาครับ ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเทรด XAUUSD lot 0.1 ที่ 2850 แล้วตั้ง SL 20 จุด ก็เท่ากับว่าเรายอมรับความเสี่ยง $20 ถ้ากราฟวิ่งผิดทาง
หากราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หลังจากเกิด Pin Bar ควรทำอย่างไร?
หากราคาไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์หลังจากเกิด Pin Bar นั่นหมายความว่าการวิเคราะห์ของเราอาจจะผิดพลาด หรือมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อราคา เราควรรีบตัดขาดทุน (Cut Loss) โดยเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้ขาดทุนมากเกินไป การ Cut Loss ไม่ใช่เรื่องน่าอายครับ มันเป็นส่วนหนึ่งของการเทรด และเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องเจอ สิ่งที่สำคัญคือ เราต้องเรียนรู้จากความผิดพลาด และนำไปปรับปรุงกลยุทธ์การเทรดของเราให้ดีขึ้นในอนาคตครับ
สรุป: Pin Bar แท่งเทียนกลับตัวที่ทรงพลัง
Pin Bar เป็นรูปแบบแท่งเทียนที่ทรงพลัง ที่สามารถบอกสัญญาณการกลับตัวของราคาได้อย่างแม่นยำ แต่การเทรด Pin Bar ให้ประสบความสำเร็จ ไม่ได้อาศัยแค่การมองเห็นรูปแบบแท่งเทียนเพียงอย่างเดียว เราต้องรู้จักใช้เครื่องมือต่างๆ มาช่วยในการวิเคราะห์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการตัดสินใจ และที่สำคัญที่สุดคือ การบริหารความเสี่ยงอย่างเหมาะสม โดยการตั้ง Stop Loss ทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เราขาดทุนมากเกินไป
สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือ การเทรด Pin Bar ไม่ใช่สูตรสำเร็จที่จะทำให้คุณรวยได้ในชั่วข้ามคืน มันต้องอาศัยการฝึกฝน การเรียนรู้ และประสบการณ์ กว่าที่คุณจะสามารถเทรด Pin Bar ได้อย่างชำนาญ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การมีวินัยในการเทรด ทำตามแผนที่วางไว้ และไม่โลภมากจนเกินไป
สำหรับเพื่อนๆ ที่สนใจเรียนรู้เรื่อง Pin Bar และ Price Action อย่างละเอียด ผมขอแนะนำให้ศึกษาจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ฝึกฝนการวิเคราะห์กราฟอย่างสม่ำเสมอ และลองนำความรู้ที่ได้ไปทดลองเทรดในบัญชี Demo ก่อน เพื่อสร้างความมั่นใจ และพัฒนาทักษะการเทรดของตัวเองให้ดียิ่งขึ้น
สุดท้ายนี้ ผมขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคนที่กำลังเริ่มต้นเส้นทางการเป็นเทรดเดอร์ ขอให้ประสบความสำเร็จ และสร้างผลกำไรได้อย่างยั่งยืนนะครับ ถ้ามีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถสอบถามผมได้เสมอ ผมยินดีให้คำแนะนำและช่วยเหลืออย่างเต็มที่ครับ
ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเทรด Forex/Gold นะครับ!
Tips จากประสบการณ์ 20 ปี
1. อย่ามองข้ามบริบทของตลาด
Pin Bar ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะใช้ได้ผลเสมอไปครับ! สมัยก่อนผมก็เคยพลาด เพราะเห็นแค่ Pin Bar สวยๆ ก็เข้าออเดอร์เลย ปรากฏว่าราคาไม่ไปไหน แถมยังโดน Stop Loss อีกต่างหาก (เจ็บใจสุดๆ) สิ่งที่ผมเรียนรู้คือ ต้องดูบริบทของตลาดด้วยครับ ว่าตอนนี้เป็นเทรนด์อะไร หรืออยู่ในช่วง Sideway ตลาดกำลังจะประกาศข่าวสำคัญไหม หรือมีแนวรับแนวต้านสำคัญอยู่ใกล้ๆ หรือเปล่า ถ้า Pin Bar เกิดขึ้นในตำแหน่งที่ไม่สมเหตุสมผล เช่น กลางเทรนด์ขาลง หรือไม่มี Volume สนับสนุน โอกาสที่จะ Fail ก็มีสูงมาก
ยกตัวอย่าง สมมติว่าคุณเห็น Pin Bar ขาขึ้น (Bullish Pin Bar) เกิดขึ้นในเทรนด์ขาลงที่แข็งแกร่ง อย่าเพิ่งรีบร้อนเข้า Buy ครับ! เพราะแรงขายอาจจะยังเยอะอยู่ และ Pin Bar นั้นอาจจะเป็นแค่การพักตัวชั่วคราว ก่อนที่ราคาจะลงต่อ ให้รอสัญญาณยืนยันเพิ่มเติม เช่น การ Break แนวต้าน หรือการเกิดแท่งเทียนกลับตัวอื่นๆ ที่สอดคล้องกัน หรือถ้าจะให้ดี รอดูข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่จะมีผลต่อคู่นั้นๆ ก่อนก็ได้ครับ จะได้ไม่พลาดท่า
Case study: ผมเคยเจอตอนปี 2018 ตอนนั้นเทรด GBPUSD อยู่ เห็น Pin Bar ขาขึ้นเกิดขึ้นใกล้แนวรับสำคัญ แต่ผมไม่ได้ดูบริบทของตลาดเลยว่า Brexit กำลังเข้มข้นมาก ทำให้ค่าเงินปอนด์ผันผวนสุดๆ สุดท้ายราคาก็ทะลุแนวรับลงไป ทำให้ผมโดน Stop Loss ไปเต็มๆ ตั้งแต่นั้นมา ผมเลยให้ความสำคัญกับบริบทของตลาดมากๆ ครับ
2. ระวัง Pin Bar ปลอม
Pin Bar ปลอมเป็นสิ่งที่เทรดเดอร์หลายคนต้องเจอครับ มันคือ Pin Bar ที่ดูเหมือนจะใช่ แต่สุดท้ายราคากลับไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ สาเหตุที่เกิด Pin Bar ปลอมมีหลายอย่าง เช่น แรงซื้อหรือแรงขายที่เข้ามาในช่วงสั้นๆ แล้วก็หมดไป หรือเกิดจาก Manipulation ของเจ้ามือ (Market Maker) วิธีสังเกต Pin Bar ปลอมคือ ให้ดู Volume ประกอบครับ ถ้า Volume น้อยผิดปกติ หรือไม่มี Volume เลย โอกาสที่จะเป็น Pin Bar ปลอมก็มีสูงมาก
นอกจาก Volume แล้ว ให้ดูขนาดของ Body เทียนด้วยครับ ถ้า Body เทียนใหญ่เกินไป หรือไส้เทียน (Wick) สั้นเกินไป ก็อาจจะไม่ใช่ Pin Bar ที่ดีเท่าไหร่ Pin Bar ที่ดีควรจะมี Body เทียนเล็กๆ และมีไส้เทียนยาวๆ ที่แสดงถึงการปฏิเสธราคาอย่างชัดเจน ลองคิดดูนะ ถ้า Pin Bar ขาลง (Bearish Pin Bar) มี Body สีเขียวใหญ่ๆ มันก็ดูขัดๆ ใช่ไหมครับ?
อีกวิธีหนึ่งคือ รอการยืนยันจากแท่งเทียนถัดไปครับ ถ้าแท่งเทียนถัดไปเป็นไปในทิศทางเดียวกับ Pin Bar ก็ถือว่าเป็นการยืนยัน แต่ถ้าแท่งเทียนถัดไปสวนทางกับ Pin Bar ก็ให้ระวังไว้ครับ อาจจะเป็น Pin Bar ปลอมก็ได้
3. ตั้ง Stop Loss ให้เหมาะสม
การตั้ง Stop Loss เป็นเรื่องสำคัญมากๆ ครับในการเทรด Forex/Gold เพราะมันช่วยป้องกันไม่ให้เราขาดทุนมากเกินไป สำหรับ Pin Bar ผมแนะนำให้ตั้ง Stop Loss ไว้เหนือหรือใต้ไส้เทียน (Wick) ของ Pin Bar เล็กน้อยครับ ขึ้นอยู่กับว่าเป็น Pin Bar ขาขึ้นหรือขาลง ถ้าเป็น Pin Bar ขาขึ้น ให้ตั้ง Stop Loss ไว้ใต้ไส้เทียนเล็กน้อย เผื่อราคาแกว่งตัวลงมาชน Stop Loss ก่อนที่จะขึ้นไป แต่ถ้าเป็น Pin Bar ขาลง ให้ตั้ง Stop Loss ไว้เหนือไส้เทียนเล็กน้อย
อย่าตั้ง Stop Loss ชิดกับไส้เทียนมากเกินไปนะครับ เพราะราคาอาจจะแกว่งตัวมาชน Stop Loss ได้ง่ายๆ แต่ก็อย่าตั้ง Stop Loss ห่างเกินไปด้วย เพราะจะทำให้ Risk/Reward Ratio ไม่ดี ถ้า Risk มากกว่า Reward ก็ไม่คุ้มที่จะเทรดใช่ไหมครับ?
ยกตัวอย่าง สมมติว่าคุณเทรด XAUUSD lot 0.1 ที่ราคา 2350 แล้วเห็น Pin Bar ขาขึ้นเกิดขึ้น คุณอาจจะตั้ง Stop Loss ไว้ที่ 2348 (ต่ำกว่าไส้เทียน 2 จุด) นั่นหมายความว่า ถ้ากราฟลงมาชน Stop Loss คุณจะขาดทุน $20 ครับ แต่ถ้าคุณตั้ง Take Profit ไว้ที่ 2356 (ห่างจากราคาเข้า 6 จุด) คุณก็จะได้กำไร $60 ครับ
4. อย่าโลภมาก
ความโลภเป็นศัตรูตัวฉกาจของเทรดเดอร์ครับ! หลายครั้งที่เราเห็น Pin Bar สวยๆ แล้วคิดว่าราคามันจะต้องไปไกลแน่ๆ ก็เลยไม่ยอมตั้ง Take Profit หรือตั้ง Take Profit ไว้ไกลเกินไป สุดท้ายราคาก็ไม่ไปถึง Take Profit แถมยังย้อนกลับมาทำให้ขาดทุนอีกต่างหาก (เซ็งเลย) ผมแนะนำว่าให้ตั้ง Take Profit ในจุดที่สมเหตุสมผลครับ เช่น แนวต้านถัดไป หรือ Fibonacci Level สำคัญๆ
นอกจากนี้ อย่าพยายามเทรดด้วย Lot Size ที่ใหญ่เกินไปนะครับ เพราะมันจะทำให้คุณเครียดและกดดันตัวเองมากเกินไป เวลาที่ราคาแกว่งตัวแรงๆ คุณอาจจะทนไม่ไหวแล้ว Cut Loss ไปก่อน ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วราคามันอาจจะกลับไปในทิศทางที่คุณคาดการณ์ไว้ก็ได้
Case study: สมัยก่อนผมก็เคยพลาด เพราะความโลภนี่แหละครับ ตอนนั้นเทรด EURUSD อยู่ เห็น Pin Bar ขาขึ้นเกิดขึ้น ผมก็มั่นใจมากว่าราคามันจะต้องขึ้นไปทำ New High แน่ๆ ก็เลยไม่ยอมตั้ง Take Profit สุดท้ายราคาก็ขึ้นไปนิดเดียวแล้วก็ร่วงลงมา ทำให้ผมขาดทุนไปเยอะมาก ตั้งแต่นั้นมาผมเลยไม่กล้าโลภอีกเลยครับ
5. ฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอ
การเทรด Pin Bar ให้ได้ผลดี ต้องอาศัยการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอครับ! อย่าคิดว่าแค่ดูวิดีโอสอนเทรด หรืออ่านบทความเกี่ยวกับ Pin Bar แล้วจะเก่งเลย มันต้องลงมือทำจริง ลองผิดลองถูก แล้วค่อยๆ เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเอง
ผมแนะนำว่าให้เริ่มจากการเทรด Demo ก่อนครับ เทรดด้วยเงินปลอมไปก่อน จนกว่าคุณจะมั่นใจในกลยุทธ์ของตัวเองแล้ว ค่อยเริ่มเทรดด้วยเงินจริง แต่ก็อย่าเพิ่งรีบร้อนลงเงินเยอะๆ นะครับ ค่อยๆ เพิ่ม Lot Size ไปทีละนิดๆ เมื่อคุณเริ่มทำกำไรได้อย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ ให้จดบันทึกการเทรดทุกครั้งครับ ว่าคุณเข้าออเดอร์ที่ราคาเท่าไหร่ ตั้ง Stop Loss และ Take Profit ไว้ที่เท่าไหร่ แล้วผลลัพธ์เป็นยังไง ทำไมคุณถึงตัดสินใจเข้าออเดอร์นั้นๆ อะไรคือปัจจัยที่ทำให้คุณกำไรหรือขาดทุน การจดบันทึกจะช่วยให้คุณเห็นข้อผิดพลาดของตัวเอง และพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นได้
6. อย่าเทรดทุก Pin Bar ที่เจอ
ไม่ใช่ทุก Pin Bar จะใช้ได้ผลครับ! คุณต้องเลือก Pin Bar ที่มีคุณภาพจริงๆ เท่านั้นถึงจะเข้าออเดอร์ ผมแนะนำว่าให้เลือก Pin Bar ที่เกิดขึ้นในตำแหน่งที่สำคัญ เช่น ใกล้แนวรับแนวต้าน Fibonacci Level หรือ Trendline นอกจากนี้ ให้ดู Volume ประกอบด้วย ถ้า Volume สูง ก็แสดงว่ามีแรงซื้อหรือแรงขายเข้ามาเยอะ ซึ่งจะทำให้ Pin Bar มีความน่าเชื่อถือมากขึ้น
อย่าพยายามเทรดสวนเทรนด์นะครับ! ถ้าเทรนด์เป็นขาขึ้น ให้รอ Pin Bar ขาขึ้น (Bullish Pin Bar) แล้วค่อยเข้า Buy แต่ถ้าเทรนด์เป็นขาลง ให้รอ Pin Bar ขาลง (Bearish Pin Bar) แล้วค่อยเข้า Sell การเทรดตามเทรนด์จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรของคุณได้
ใครเคยเจอบ้าง? ที่เห็น Pin Bar สวยๆ แล้วรีบเข้าออเดอร์เลย โดยไม่ได้ดูอะไรอย่างอื่น ปรากฏว่าราคามันไม่ไปไหน แถมยัง Sideway อยู่ตั้งนาน ทำให้เสียเวลาและเสียโอกาสในการเทรดคู่อื่นๆ เพราะฉะนั้น อย่าใจร้อนนะครับ! ค่อยๆ วิเคราะห์ให้ดีก่อนตัดสินใจ
7. ปรับปรุงกลยุทธ์อยู่เสมอ
ตลาด Forex/Gold เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาครับ! กลยุทธ์ที่เคยใช้ได้ผลเมื่อวาน อาจจะใช้ไม่ได้ผลในวันนี้ก็ได้ เพราะฉะนั้น คุณต้องปรับปรุงกลยุทธ์ของตัวเองอยู่เสมอ เพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ของตลาด
ผมแนะนำว่าให้ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจอยู่เสมอครับ เพราะข่าวเศรษฐกิจมีผลกระทบต่อค่าเงินและราคาทองคำอย่างมาก เช่น ข่าวการประชุมของธนาคารกลาง (Federal Reserve, European Central Bank) ข่าวตัวเลขเศรษฐกิจ (GDP, Inflation, Unemployment Rate) หรือข่าวสถานการณ์ทางการเมือง (สงคราม, การเลือกตั้ง) ถ้าคุณรู้ว่าจะมีข่าวสำคัญอะไรประกาศ คุณก็สามารถเตรียมตัวรับมือได้ทัน
นอกจากนี้ ให้ลองใช้ Indicator อื่นๆ ประกอบกับการวิเคราะห์ Pin Bar ด้วยครับ เช่น Moving Average, MACD, RSI หรือ Fibonacci Indicator Indicator เหล่านี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจนขึ้น และตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น
8. ควบคุมอารมณ์ให้ดี
การควบคุมอารมณ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเทรด Forex/Gold ครับ! ไม่ว่าคุณจะกำไรหรือขาดทุน คุณต้องควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้ได้ อย่าปล่อยให้อารมณ์มามีผลต่อการตัดสินใจของคุณ
ถ้าคุณกำไร อย่าเหลิง! อย่าคิดว่าตัวเองเก่งแล้ว และเริ่มเทรดด้วย Lot Size ที่ใหญ่ขึ้น เพราะมันจะทำให้คุณประมาทและพลาดได้ง่ายๆ แต่ถ้าคุณขาดทุน อย่าท้อแท้! อย่าคิดว่าตัวเองไม่เหมาะกับการเทรด และเลิกไปเลย ให้มองว่ามันเป็นบทเรียน และพยายามเรียนรู้จากความผิดพลาดของตัวเอง
ผมแนะนำว่าให้พักผ่อนให้เพียงพอครับ! อย่าเทรดตอนที่เหนื่อย หรือเครียด เพราะมันจะทำให้คุณตัดสินใจผิดพลาดได้ง่ายๆ ออกไปเดินเล่น ออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมที่คุณชอบ เพื่อผ่อนคลายความเครียด แล้วค่อยกลับมาเทรดใหม่ด้วยสติที่สมบูรณ์
FAQ
Pin Bar เหมาะกับ Timeframe ไหนมากที่สุด?
Pin Bar สามารถใช้ได้กับทุก Timeframe ครับ! ตั้งแต่ M1 (1 นาที) ไปจนถึง Monthly (1 เดือน) แต่โดยทั่วไปแล้ว Pin Bar ที่เกิดขึ้นใน Timeframe ที่ใหญ่กว่า จะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า Pin Bar ที่เกิดขึ้นใน Timeframe ที่เล็กกว่า เช่น Pin Bar ที่เกิดขึ้นใน Daily Chart (กราฟรายวัน) จะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า Pin Bar ที่เกิดขึ้นใน M15 Chart (กราฟ 15 นาที) เพราะมันแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงของราคาในระยะยาวมากกว่า
อย่างไรก็ตาม การเลือก Timeframe ที่เหมาะสม ขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดของคุณด้วยครับ ถ้าคุณเป็น Scalper ที่ชอบเทรดสั้นๆ คุณอาจจะใช้ Pin Bar ใน Timeframe ที่เล็กกว่า เช่น M5 หรือ M15 แต่ถ้าคุณเป็น Swing Trader ที่ชอบถือออเดอร์นานๆ คุณอาจจะใช้ Pin Bar ใน Timeframe ที่ใหญ่กว่า เช่น H4 หรือ Daily
สิ่งสำคัญคือ ต้องเข้าใจลักษณะของแต่ละ Timeframe และเลือก Timeframe ที่คุณถนัดที่สุดครับ ลองทดลองเทรด Pin Bar ใน Timeframe ต่างๆ ดู แล้วดูว่า Timeframe ไหนให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับคุณ
ควรใช้ Indicator อะไรบ้างในการยืนยัน Pin Bar?
ไม่มี Indicator ตัวไหนที่สามารถยืนยัน Pin Bar ได้ 100% ครับ! แต่มี Indicator หลายตัวที่สามารถช่วยให้คุณวิเคราะห์ Pin Bar ได้แม่นยำขึ้น เช่น:
- Volume: ช่วยยืนยันว่ามีแรงซื้อหรือแรงขายเข้ามาจริงหรือไม่
- Moving Average: ช่วยบอกแนวโน้มของราคา และใช้เป็นแนวรับแนวต้านได้
- MACD: ช่วยบอก Momentum ของราคา และหา Divergence ได้
- RSI: ช่วยบอกว่าราคาอยู่ในภาวะ Overbought หรือ Oversold
- Fibonacci: ช่วยหาแนวรับแนวต้าน และจุดกลับตัวของราคา
ผมแนะนำว่าให้ลองใช้ Indicator หลายๆ ตัวประกอบกันครับ เพื่อให้เห็นภาพรวมของตลาดได้ชัดเจนขึ้น และตัดสินใจได้แม่นยำขึ้น แต่ก็อย่าใช้ Indicator มากเกินไปนะครับ เพราะมันจะทำให้คุณสับสนและตัดสินใจยากขึ้น เลือก Indicator ที่คุณเข้าใจและถนัดที่สุด แล้วใช้มันให้เป็นประโยชน์
Pin Bar กับ Hammer/Shooting Star ต่างกันอย่างไร?
Pin Bar, Hammer และ Shooting Star เป็นแท่งเทียนกลับตัวที่คล้ายกันครับ! แต่มีรายละเอียดที่แตกต่างกันเล็กน้อย:
- Pin Bar: มีไส้เทียนยาวๆ ที่แสดงถึงการปฏิเสธราคา และมี Body เทียนเล็กๆ
- Hammer: เป็น Pin Bar ขาขึ้นที่เกิดขึ้นในเทรนด์ขาลง
- Shooting Star: เป็น Pin Bar ขาลงที่เกิดขึ้นในเทรนด์ขาขึ้น
ความแตกต่างที่สำคัญคือ ตำแหน่งที่เกิดครับ Hammer จะต้องเกิดขึ้นในเทรนด์ขาลง ส่วน Shooting Star จะต้องเกิดขึ้นในเทรนด์ขาขึ้น แต่ Pin Bar สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสถานการณ์
นอกจากนี้ Hammer และ Shooting Star มักจะมี Body เทียนสีตรงข้ามกับเทรนด์ครับ เช่น Hammer จะมี Body สีเขียว (Bullish) ส่วน Shooting Star จะมี Body สีแดง (Bearish) แต่ Pin Bar สามารถมี Body สีอะไรก็ได้
ถ้าเจอ Pin Bar หลายแท่งติดกัน ควรทำอย่างไร?
ถ้าคุณเจอ Pin Bar หลายแท่งติดกัน แสดงว่าตลาดกำลังอยู่ในช่วงที่ไม่แน่นอนครับ! อาจจะกำลัง Sideway หรือกำลังรอข่าวสำคัญ การเจอ Pin Bar หลายแท่งติดกันไม่ได้หมายความว่าราคาจะต้องกลับตัวเสมอไป
ในกรณีนี้ ผมแนะนำว่าให้รอสัญญาณยืนยันเพิ่มเติมครับ เช่น การ Break แนวรับแนวต้าน หรือการเกิดแท่งเทียนกลับตัวอื่นๆ ที่สอดคล้องกัน หรือรอดูข่าวเศรษฐกิจสำคัญที่จะมีผลต่อคู่นั้นๆ ก่อนก็ได้ครับ อย่ารีบร้อนเข้าออเดอร์ เพราะอาจจะทำให้คุณติดดอยได้
อีกวิธีหนึ่งคือ ลด Lot Size ลงครับ เพื่อลดความเสี่ยงในการเทรด เพราะตลาดในช่วงที่ไม่แน่นอนมีความผันผวนสูง การลด Lot Size จะช่วยให้คุณไม่ขาดทุนมากเกินไป ถ้าตลาดเป็นไปในทิศทางที่คุณคาดการณ์ไว้ คุณก็ยังสามารถทำกำไรได้ แต่ถ้าตลาดไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ คุณก็จะขาดทุนน้อยลง
📖 บทความแนะนำจาก iCafeForex
- วิธีเทรด Bitcoin Crypto สำหรับมือใหม่ 2026 – ICafeFX สอนเทรดฟรี
- วิธีอ่านข่าว Forex Factory Economic Calendar – ICafeFX สอนเทรดฟรี
- วิธีอ่านกราฟ Forex สำหรับมือใหม่ เข้าใจง่าย – ICafeFX สอนเทรดฟรี





TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文