News Trading: วิธีเทรดตาม NFP และ FOMC อย่างมืออาชีพ
ในการเทรด Forex นั้น การติดตามข่าวสารและรายงานทางเศรษฐกิจถือเป็นเรื่องสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสองรายงานสำคัญที่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อค่าเงินในตลาด คือ Non-Farm Payrolls (NFP) และการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ในบทความนี้ เราจะมาทำความรู้จักกับเทคนิคการเทรดตามข่าว NFP และ FOMC อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งข้อควรระวังและเคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณเป็นนักเทรดมืออาชีพ

1. เข้าใจความสำคัญของ NFP และ FOMC
Non-Farm Payrolls (NFP) เป็นรายงานทางเศรษฐกิจที่สะท้อนถึงการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐอเมริกา ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดสำคัญของสภาพเศรษฐกิจ เนื่องจากจำนวนการจ้างงานมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการบริโภค การลงทุน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของ NFP จึงส่งผลกระทบอย่างมากต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ
การประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) เป็นการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เพื่อกำหนดนโยบายการเงิน โดยการตัดสินใจเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย การขยายหรือลดการให้สินเชื่อ ซึ่งล้วนส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพและการเติบโตทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินของเฟดจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักเทรด Forex ต้องให้ความสนใจ
2. เตรียมพร้อมก่อนวันประกาศ NFP และ FOMC
การเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนวันประกาศ NFP และ FOMC เป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจเข้าสถานะการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้:
- ศึกษาแนวโน้มและความคาดหวังของตลาด โดยการติดตามข่าวสารและการคาดการณ์จากนักวิเคราะห์ทั้งก่อนและหลังวันประกาศ เพื่อประเมินปฏิกิริยาของตลาดที่มีต่อตัวเลขที่จะออกมา
- กำหนดระดับสำคัญ (key levels) ของคู่สกุลเงินที่คุณกำลังเทรด โดยดูจากแนวรับ-แนวต้าน, ระดับ Fibonacci, และ pivot points เพื่อใช้เป็นจุดอ้างอิงในการตัดสินใจเข้าออกสถานะ
- วางแผนการจัดการความเสี่ยง เช่น กำหนดจุดตัดขาดทุน (stop loss) และจุดทำกำไร (take profit) ที่ชัดเจน รวมถึงขนาดของสถานะที่เหมาะสม เพื่อควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
3. เทคนิคการเทรดตามข่าว NFP
เมื่อถึงวันประกาศ NFP คุณควรติดตามข่าวสารและข้อมูลต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การเทรดให้เหมาะสม โดยมีเทคนิคที่น่าสนใจ ดังนี้:
3.1 การเทรด “ข่าวลือ” (Rumor Trading)
ก่อนวันประกาศ NFP มักมีการคาดการณ์และข่าวลือหลุดออกมาเกี่ยวกับตัวเลขที่จะประกาศ ซึ่งนักเทรดสามารถใช้โอกาสนี้เข้าสถานะล่วงหน้าก่อนการประกาศจริง โดยคาดว่าตลาดจะมีปฏิกิริยาตามข่าวลือดังกล่าว แม้ว่าผลการประกาศจริงอาจจะแตกต่างไปก็ตาม
3.2 การเทรดตามทิศทางหลังการประกาศ (Trend Following)
เมื่อผลการประกาศ NFP ออกมา นักเทรดสามารถเข้าสถานะตามทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาในช่วงแรก โดยคาดว่าตลาดจะมีแนวโน้มไปในทิศทางนั้นต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ควรติดตามสัญญาณการเปลี่ยนแนวโน้มอย่างใกล้ชิด เพื่อปรับกลยุทธ์การเทรดให้ทันต่อสถานการณ์
3.3 การเทรดแบบ Fade (Fade Trading)
นักเทรดบางส่วนเลือกที่จะเข้าสถานะในทิศทางตรงกันข้ามกับการเคลื่อนไหวในช่วงแรกหลังการประกาศ NFP โดยคาดว่าตลาดจะมีปฏิกิริยารุนแรงเกินไปและจะกลับมาสู่ระดับราคาที่สมเหตุสมผลในเวลาต่อมา แต่เทคนิคนี้มีความเสี่ยงสูง จึงควรใช้ด้วยความระมัดระวัง
4. เทคนิคการเทรดตามข่าว FOMC
การเทรดตามการประกาศของ FOMC มีลักษณะคล้ายกับการเทรดตาม NFP แต่มีบางจุดที่แตกต่างกัน ดังนี้:
4.1 การเทรดในช่วงก่อนการประกาศ
ก่อนการประชุม FOMC มักจะมีการคาดการณ์และการรั่วไหลของข้อมูลออกมาเกี่ยวกับแนวโน้มของนโยบายการเงิน ซึ่งส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนสูง นักเทรดจึงควรระมัดระวังในการเข้าสถานะในช่วงนี้ และรอดูความชัดเจนของข้อมูลที่จะประกาศออกมาจริง
4.2 การเทรดในช่วงหลังการประกาศ
เมื่อข้อมูลจากการประชุม FOMC ออกมาแล้ว นักเทรดสามารถใช้เทคนิคการเทรดแบบ Trend Following หรือ Fade Trading เช่นเดียวกับการเทรด NFP โดยติดตามปฏิกิริยาของตลาดในช่วงแรกและปรับกลยุทธ์ให้ทันต่อสถานการณ์
4.3 การเทรดในช่วงแถลงข่าวของประธานเฟด
หลังจากการประกาศนโยบายการเงินแล้ว ประธานเฟดมักจะมีการแถลงข่าวเพื่อตอบคำถามและให้ความเห็นเพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลให้ตลาดมีความผันผวนสูงอีกครั้ง นักเทรดจึงควรติดตามอย่างใกล้ชิดและพร้อมปรับกลยุทธ์ทันที
5. ตัวอย่างการคำนวณและกรณีศึกษา
เพื่อให้เห็นภาพการนำเทคนิคการเทรดข่าว NFP และ FOMC มาใช้จริง มาดูตัวอย่างกรณีศึกษากันเลย:
5.1 กรณีศึกษาการเทรดตาม NFP
วันที่ 6 พ.ค. 2022 การประกาศ NFP ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด โดยมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 428,000 ตำแหน่ง ซึ่งสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 391,000 ตำแหน่ง ส่งผลให้ดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นทันที โดยคู่เงิน EUR/USD ร่วงลงจาก 1.0550 เป็น 1.0500 ภายในเวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง
ในกรณีนี้ นักเทรดที่เข้าสถานะ Short EUR/USD ก่อนการประกาศและสามารถออกจากสถานะได้ทันที จะสามารถทำกำไรได้ประมาณ 50 pips ในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งถือเป็นผลตอบแทนที่น่าพอใจ หากเทียบกับระยะเวลาในการถือสถานะ
5.2 กรณีศึกษาการเทรด FOMC
เมื่อวันที่ 4 พ.ค. 2022 คณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายร้อยละ 0.50 จากเดิมร้อยละ 0.25-0.50 เป็นร้อยละ 0.75-1.00 ซึ่งเป็นการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอัตราที่เร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2000
ก่อนการประกาศ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเนื่องจากมีข่าวรั่วไหลว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.25% เท่านั้น อย่างไรก็ตาม เมื่อผลการประชุมออกมาว่ามีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึง 0.50% ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจึงแข็งค่าขึ้นอย่างมาก โดยคู่เงิน EUR/USD ร่วงลงจาก
เปิดบัญชีกับเรา
