Grid Trading Strategy: ระบบเทรดแบบตารางที่สร้างผลตอบแทนอย่างสม่ำเสมอ
ในวงการ การเทรด Forex กลยุทธ์การซื้อขายแบบ Grid Trading Strategy เป็นกลยุทธ์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นวิธีการเทรดที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่สม่ำเสมอได้ในระยะยาว แม้ว่าตลาดจะมีความผันผวนก็ตาม ในบทความนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับ Grid Trading Strategy อย่างละเอียด พร้อมทั้งเทคนิคการนำไปประยุกต์ใช้งาน รวมถึงข้อควรระวังต่างๆ ที่คุณควรทราบ เพื่อให้สามารถนำกลยุทธ์นี้ไปใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความเป็นมาและหลักการของ Grid Trading Strategy
Grid Trading Strategy เป็นกลยุทธ์การเทรดที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากระบบตารางหรือเส้นตารางกริด โดยพื้นฐานแล้ว กลยุทธ์นี้จะทำการซื้อขายในช่วงราคาที่อยู่ระหว่างระดับสูงสุดและต่ำสุด ด้วยการวางออเดอร์ซื้อขายในระดับราคาต่างๆ อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะช่วยให้นักเทรดสามารถรับผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง แม้ในสภาวะตลาดที่ผันผวน
หลักการสำคัญของ Grid Trading Strategy คือ การวางออเดอร์ซื้อขายในระดับราคาที่ห่างกันเท่าๆ กัน โดยนักเทรดจะวางออเดอร์ซื้อ (Buy) และขาย (Sell) ในระดับราคาต่างๆ ที่อยู่ในช่วงราคาที่กำหนด เมื่อราคาเคลื่อนไหวขึ้นหรือลง ออเดอร์เหล่านี้จะถูกกระตุ้นให้ทำการซื้อขาย และส่งผลให้นักเทรดได้รับกำไรอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าตลาดจะเคลื่อนไหวในทิศทางใด
ขั้นตอนการสร้างระบบ Grid Trading Strategy
การสร้างระบบ Grid Trading Strategy ที่มีประสิทธิภาพนั้น ประกอบด้วยขั้นตอนหลักๆ ดังนี้:
1. กำหนดช่วงราคา (Price Range)
ขั้นแรกคือการกำหนดช่วงราคาที่ต้องการเทรด โดยพิจารณาจากระดับความผันผวนของคู่สกุลเงินที่เลือก และกำหนดระดับราคาสูงสุดและต่ำสุดที่จะวางออเดอร์ซื้อขาย ซึ่งช่วงราคานี้จะเป็นตัวกำหนดขนาดของตาราง Grid ที่จะใช้ในการเทรด
2. กำหนดระยะห่างระหว่างออเดอร์ (Grid Interval)
ระยะห่างระหว่างออเดอร์ในแต่ละระดับราคา หรือที่เรียกว่า Grid Interval นั้น จะเป็นตัวกำหนดจำนวนของออเดอร์ที่จะวางในช่วงราคาที่กำหนด โดยทั่วไปจะใช้ระยะห่างที่เท่าๆ กัน เช่น 10 pips, 20 pips หรือ 50 pips ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
3. กำหนดขนาดของออเดอร์ (Order Size)
ขนาดของออเดอร์ที่จะวางในแต่ละระดับราคานั้น เป็นอีกปัจจัยสำคัญ โดยนักเทรดควรกำหนดขนาดของออเดอร์ที่เหมาะสมกับเงินลงทุนและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เพื่อให้สามารถรับมือกับการเคลื่อนไหวของราคาได้อย่างมั่นคง
4. จัดการและปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง
หลังจากสร้างระบบ Grid Trading Strategy เรียบร้อยแล้ว นักเทรดจำเป็นต้องติดตามและปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยอาจมีการปรับเปลี่ยนช่วงราคา ระยะห่างระหว่างออเดอร์ หรือขนาดของออเดอร์ ให้เหมาะสมกับสถานการณ์
ตัวอย่างการคำนวณและกรณีศึกษา
เพื่อให้เข้าใจการนำ Grid Trading Strategy ไปใช้งานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น เราจะยกตัวอย่างการคำนวณและกรณีศึกษาดังนี้:
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติว่า นักเทรดต้องการวางระบบ Grid Trading Strategy สำหรับคู่สกุลเงิน EUR/USD โดยมีรายละเอียดดังนี้:
- ช่วงราคา (Price Range): 1.1700 – 1.1800
- ระยะห่างระหว่างออเดอร์ (Grid Interval): 10 pips
- ขนาดของออเดอร์ (Order Size): 0.1 lot
จากข้อมูลข้างต้น นักเทรดจะสามารถวางระบบ Grid Trading Strategy ได้ดังนี้:
| ระดับราคา | ราคาซื้อ (Long) | ราคาขาย (Short) |
|---|---|---|
| 1.1760 | 1.1760 | 1.1770 |
| 1.1750 | 1.1750 | 1.1760 |
| 1.1740 | 1.1740 | 1.1750 |
| 1.1730 | 1.1730 | 1.1740 |
| 1.1720 | 1.1720 | 1.1730 |
| 1.1710 | 1.1710 | 1.1720 |
| 1.1700 | 1.1700 | 1.1710 |
จากตารางข้างต้น เราจะเห็นว่านักเทรดได้วางออเดอร์ซื้อและขายในระดับราคาที่ห่างกันทุก 10 pips ภายในช่วงราคา 1.1700 – 1.1800 โดยใช้ขนาดของออเดอร์ที่ 0.1 lot ในทุกระดับราคา ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้นักเทรดสามารถรับผลกำไรได้อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าราคาจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด
กรณีศึกษา
ในกรณีที่ราคา EUR/USD เคลื่อนไหวจาก 1.1700 ขึ้นมาที่ 1.1760 นักเทรดจะได้รับกำไรจากการขายออเดอร์ที่ระดับราคา 1.1710 และ 1.1720 รวมเป็น 50 pips ในขณะเดียวกัน ก็จะมีออเดอร์ซื้อที่ระดับ 1.1730 และ 1.1740 ถูกกระตุ้นให้ทำการซื้อ โดยนักเทรดจะได้รับกำไรจากการซื้อเมื่อราคากลับมาอยู่ที่ระดับต่ำกว่า 1.1760
ตัวอย่างนี้แสดงให้เห็นว่าแม้ว่าราคาจะเคลื่อนไหวขึ้นลง นักเทรดก็จะสามารถรับผลกำไรได้อย่างต่อเนื่องจากการวางระบบ Grid Trading Strategy อย่างเหมาะสม
ข้อควรระวังและคำแนะนำ
แม้ว่า Grid Trading Strategy จะเป็นกลยุทธ์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างต่อเนื่อง แต่นักเทรดยังคงต้องใช้ความระมัดระวังและจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง เพื่อให้สามารถรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของราคาได้อย่างมั่นคง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. Grid Trading Strategy เหมาะกับใครบ้าง?
Grid Trading Strategy เหมาะสำหรับนักเทรดทุกระดับ ทั้งมือใหม่และมืออาชีพ เนื่องจากเป็นกลยุทธ์ที่ให้ผลตอบแทนที่สม่ำเสมอ และช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด อย่างไรก็ตาม นักเทรดควรศึกษาและเข้าใจกลยุทธ์นี้อย่างละเอียดก่อนนำไปใช้งานจริง
2. จะทราบได้อย่างไรว่าควรปรับปรุงระบบ Grid Trading Strategy?
นักเทรดควรติดตามผลการเทรดอย่างต่อเนื่อง และประเมินประสิทธิภาพของระบบเป็นระยะ หากพบว่าผลกำไรลดลงหรือระบบไม่สามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดได้ ก็ควรมีการปรับเปลี่ยนช่วงราคา ระยะห่างระหว่างออเดอร์ หรือขนาดของออเดอร์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน
เปิดบัญชีกับเรา
