Grid Trading Strategy: ระบบเทรดแบบตารางสำหรับนักลงทุน Forex
ในวงการลงทุน Forex นั้น มีกลยุทธ์การเทรดหลากหลายรูปแบบ ซึ่งหนึ่งในกลยุทธ์ที่เป็นที่นิยมอย่างมากคือ Grid Trading Strategy หรือระบบเทรดแบบตาราง ด้วยแนวคิดที่ว่า “ไม่ว่าตลาดจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด ก็มีโอกาสที่จะได้กำไร” นั่นเอง

Grid Trading Strategy คืออะไร?
Grid Trading Strategy คือกลยุทธ์การเทรด Forex ที่ใช้การจัดวางออร์เดอร์ในรูปแบบของตารางเพื่อสร้างกำไรจากความผันผวนของราคาในตลาด โดยจะมีการวางออร์เดอร์ซื้อและขายในราคาที่ห่างกันเป็นระยะ (Grid) เพื่อให้ครอบคลุมทั้งทิศทางขึ้นและทิศทางลงของราคา
ด้วยการวางออร์เดอร์แบบนี้ จะช่วยให้นักลงทุนสามารถสร้างกำไรได้ไม่ว่าราคาจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด เนื่องจากมีออร์เดอร์ที่อยู่ในทั้งสองทิศทางของตลาด
องค์ประกอบสำคัญของ Grid Trading Strategy
เพื่อให้การใช้งาน Grid Trading Strategy มีประสิทธิภาพสูงสุด มีองค์ประกอบสำคัญที่ควรคำนึงถึง ดังนี้:
- ระยะห่างของออร์เดอร์ (Grid Spacing) – การกำหนดระยะห่างของออร์เดอร์ที่เหมาะสม โดยพิจารณาจากความผันผวนของคู่สกุลเงินที่เทรด
- จำนวนออร์เดอร์ (Grid Levels) – การกำหนดจำนวนออร์เดอร์ที่เหมาะสม เพื่อให้ครอบคลุมช่วงราคาที่คาดการณ์ไว้
- ขนาดของออร์เดอร์แต่ละชั้น (Order Size) – การกำหนดขนาดของออร์เดอร์ในแต่ละชั้นให้เหมาะสม เพื่อควบคุมความเสี่ยงในการเทรด
- ระดับการตัดขาดทุน (Stop Loss) – การกำหนดระดับการตัดขาดทุนที่เหมาะสม เพื่อควบคุมความเสี่ยงในการเทรด
ตัวอย่างการใช้ Grid Trading Strategy
ให้ assume ว่ากำลังเทรดคู่สกุลเงิน EUR/USD โดยมีข้อมูลดังนี้:
- ราคาปัจจุบัน (Current Price): 1.2000
- ระยะห่างของออร์เดอร์ (Grid Spacing): 0.0100
- จำนวนออร์เดอร์ (Grid Levels): 5 ออร์เดอร์
- ขนาดของออร์เดอร์แต่ละชั้น (Order Size): 0.10 lot
- ระดับการตัดขาดทุน (Stop Loss): 0.0200
ในกรณีนี้ จะมีการวางออร์เดอร์ดังนี้:
- Buy 0.10 lot ที่ราคา 1.1900
- Buy 0.10 lot ที่ราคา 1.1800
- Sell 0.10 lot ที่ราคา 1.2100
- Sell 0.10 lot ที่ราคา 1.2200
- Sell 0.10 lot ที่ราคา 1.2300
หากตลาดเคลื่อนไหวขึ้นไปถึงระดับ 1.2100 ก็จะมีออร์เดอร์ขายที่ราคานี้ถูกทำกำไรออกไป และหากตลาดเคลื่อนไหวลงไปถึงระดับ 1.1800 ก็จะมีออร์เดอร์ซื้อที่ราคานี้ถูกทำกำไรออกไป ซึ่งจะเห็นได้ว่า ไม่ว่าราคาจะเคลื่อนไหวไปทางใด ก็จะสามารถสร้างกำไรได้
ข้อดีของ Grid Trading Strategy
Grid Trading Strategy มีข้อดีหลายประการ เช่น:
- สามารถสร้างกำไรได้ในทั้งสองทิศทางของตลาด ไม่ว่าราคาจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางใด
- ช่วยลดความเสี่ยงจากการเทรดแบบแนวโน้ม เนื่องจากมีออร์เดอร์ครอบคลุมทั้งสองทิศทาง
- สามารถใช้งานได้ทั้งในตลาดที่มีความผันผวนสูงหรือตลาดที่เคลื่อนไหวแบบ range-bound
- สามารถกำหนดระดับความเสี่ยงได้ด้วยการควบคุมขนาดของออร์เดอร์แต่ละชั้น
ข้อควรระวังในการใช้ Grid Trading Strategy
แม้ว่า Grid Trading Strategy จะเป็นกลยุทธ์ที่มีข้อดีมากมาย แต่ก็ยังมีข้อควรระวังบางประการ เช่น:
- การกำหนดระยะห่างของออร์เดอร์ที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ออร์เดอร์ถูกทำกำไรออกไปเร็วเกินไปหรือช้าเกินไป
- การกำหนดจำนวนออร์เดอร์ที่มากเกินไป อาจทำให้มีเงินทุนที่ติดอยู่ในตลาดมากเกินไป
- การกำหนดขนาดของออร์เดอร์แต่ละชั้นที่ไม่เหมาะสม อาจทำให้ความเสี่ยงเกินกว่าที่ควบคุมได้
- การไม่มีการตั้งระดับการตัดขาดทุนที่เหมาะสม อาจทำให้เกิดความเสียหายที่ไม่สามารถควบคุมได้
FAQ
1. Grid Trading Strategy เหมาะกับนักลงทุนประเภทใด?
Grid Trading Strategy เหมาะสำหรับนักลงทุนที่มีความเข้าใจในตลาด Forex เป็นอย่างดี และต้องการสร้างกำไรจากความผันผวนของราคา โดยมีการบริหารความเสี่ยงที่ดี
2. จำนวนออร์เดอร์ที่เหมาะสมควรเป็นเท่าใด?
จำนวนออร์เดอร์ที่เหมาะสมจะขึ้นอยู่กับความผันผวนของคู่สกุลเงินที่เทรด โดยทั่วไปแนะนำให้ใช้ 5-10 ออร์เดอร์ เพื่อให้ครอบคลุมช่วงราคาที่คาดการณ์ไว้
3. ควรเริ่มต้นเทรดด้วยเงินทุนเท่าใด?
ในการเริ่มต้นใช้ Grid Trading Strategy ควรมีเงินทุนเริ่มต้นที่เหมาะสม โดยทั่วไปแนะนำให้ใช้เงินทุนอย่างน้อย 1,000 – 2,000 USD เพื่อให้สามารถวางออร์เดอร์ได้ครอบคลุมและควบคุมความเสี่ยงได้อย่างเหมาะสม
เปิดบัญชีกับเรา
