ECN (Electronic Communication Network) คือโมเดลโบรกเกอร์ที่ส่งคำสั่งของลูกค้าเข้าเครือข่ายสภาพคล่องของธนาคารและสถาบันการเงินหลายแห่ง จับคู่อัตโนมัติตามราคาดีที่สุด คิดค่าคอมมิชชันต่อไม้แทนการเติมสเปรด เหมาะกับนักเทรดต้นทุนต่ำปริมาณสูง เช่น IC Markets และ Pepperstone สาย Razor
ECN ต่างจาก market maker ตรงไหน
โบรก ECN ไม่ได้กำหนดราคาเอง แต่รวบรวมราคา bid/ask จากผู้ให้บริการสภาพคล่องหลายรายแล้วแสดงชุดที่ดีที่สุดให้ลูกค้า สเปรดจึงแคบมากในตลาดปกติ บางครั้งเห็น 0.0 แต่แลกมาด้วยค่าคอมมิชชันคงที่ต่อ lot ต่อรอบ ข้อดีคือความโปร่งใสของราคาและความขัดแย้งทางผลประโยชน์น้อยกว่า เพราะโบรกไม่ได้เป็นคู่สัญญาของคุณเอง ข้อเสียคือช่วงข่าวแรงสเปรดยังขยายได้ตามตลาดจริง และค่าคอมมิชชันทำให้ไม้เล็กมาก ๆ ไม่คุ้ม นักเทรดที่เปิด 0.01 lot สองสามไม้ต่อสัปดาห์อาจจ่ายต้นทุนรวมสูงกว่าบัญชีสเปรดรวมแบบ market maker เสียอีก
โมเดลผสมที่เรียก STP (straight-through processing) ส่งคำสั่งต่อไปยังผู้ให้บริการรายเดียว และ hybrid บางรายผสมทั้งสอง สิ่งที่ต้องดูจริงไม่ใช่ป้ายชื่อโมเดล แต่คือต้นทุนรวมต่อรอบ (สเปรด + คอมมิชชัน + สลิปเพจเฉลี่ย) วัดจากบัญชีจริงของตัวเอง ดูตัวเลขเทียบได้ที่ตารางเปรียบเทียบโบรกเกอร์
ตัวอย่างคำนวณเป็นเงินบาท
บัญชี ECN ทอง 0.5 lot (50 ออนซ์) สเปรดเฉลี่ย 0.12 ดอลลาร์ คอมมิชชัน 7 ดอลลาร์ต่อ lot ต่อรอบ ต้นทุนต่อไม้ = 0.12 × 50 + 7 × 0.5 = 6 + 3.5 = 9.5 ดอลลาร์ ≈ 312 บาท เทียบบัญชีสเปรดรวมสเปรด 0.182 ต้นทุน = 0.182 × 50 = 9.1 ดอลลาร์ ≈ 299 บาท ที่ขนาดนี้ใกล้เคียงกัน แต่ที่ขนาด 2.0 lot (200 ออนซ์) ECN = 0.12 × 200 + 7 × 2 = 38 ดอลลาร์ เทียบกับสเปรดรวม 0.182 × 200 = 36.4 ดอลลาร์ ยังใกล้เคียงกัน ข้อได้เปรียบจริงของ ECN เกิดเมื่อสเปรดดิบแคบกว่านี้ (สมมติ 0.08 ดอลลาร์ ต้นทุนรวมจะเหลือ 0.08 × 200 + 14 = 30 ดอลลาร์) แต่ช่วงข่าวแรงสเปรดดิบขยายกว้างกว่าบัญชีสเปรดรวม สรุปคือเลือกโมเดลจากต้นทุนรวมที่วัดได้จากบัญชีจริงของคุณ ไม่ใช่จากป้ายชื่อ
คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง: Market Maker · Broker · Spread · Slippage










