ทำไมการมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนถึงสำคัญมากสำหรับการเทรด Forex?
การเทรด Forex โดยไม่มีกลยุทธ์ที่ชัดเจนเหมือนกับการเดินทางโดยไม่มีแผนที่หรือ GPS คุณอาจโชคดีไปถึงจุดหมายได้ แต่โอกาสหลงทางและเสียเวลามีสูงมาก สถิติแสดงให้เห็นว่าเทรดเดอร์กว่า 90% ที่ล้มเหลวในตลาด Forex ส่วนใหญ่เป็นเพราะการเทรดแบบสุ่ม ไม่มีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน
- ทำไมการมีกลยุทธ์ที่ชัดเจนถึงสำคัญมากสำหรับการเทรด Forex?
- กลยุทธ์ที่ 1: Trend Following – เทรดตามแนวโน้ม
- กลยุทธ์ที่ 2: Support & Resistance Trading
- กลยุทธ์ที่ 3: Breakout Trading – เทรดเมื่อทะลุแนวรับแนวต้าน
- กลยุทธ์ที่ 4: Swing Trading – จับ Swing ระยะกลาง
- กลยุทธ์ที่ 5: Scalping – เทรดสั้นทำกำไรเล็กๆ หลายครั้ง
- กลยุทธ์ที่ 6: News Trading – เทรดตามข่าว
- กลยุทธ์ที่ 7: Price Action Trading – อ่านพฤติกรรมราคา
- สรุป: เลือกกลยุทธ์ที่เหมาะกับตัวคุณ
กลยุทธ์ที่ดีจะช่วยให้คุณมีกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนในการตัดสินใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่เมื่อไหร่ควรเข้าเทรด เมื่อไหร่ควรออกจากเทรด ควรวาง Stop Loss และ Take Profit ที่ใด และควรใช้ Position Size เท่าไหร่ ที่สำคัญคือกลยุทธ์ช่วยขจัดอารมณ์ออกจากการตัดสินใจ
กลยุทธ์ที่ 1: Trend Following – เทรดตามแนวโน้ม
หลักการ
“The trend is your friend” เป็นคำกล่าวที่จริงที่สุดในตลาด Forex การเทรดตามทิศทางของ Trend หลักมีโอกาสสำเร็จสูงกว่าการเทรดสวน Trend มาก เพราะคุณกำลังเทรดไปในทิศทางเดียวกับ Money Flow ของตลาด
วิธีระบุ Trend
Moving Averages: ใช้ EMA 50 และ EMA 200 เมื่อ EMA 50 อยู่เหนือ EMA 200 = Uptrend (Golden Cross) เมื่อ EMA 50 อยู่ใต้ EMA 200 = Downtrend (Death Cross)
Higher Highs/Lower Lows: ในขาขึ้น ราคาทำ Higher High และ Higher Low ในขาลง ราคาทำ Lower High และ Lower Low
วิธีเข้าเทรด
ในช่วง Uptrend รอราคา Pullback มาที่ EMA 20 หรือ EMA 50 หา Bullish Candlestick Pattern เช่น Hammer, Bullish Engulfing หรือ Morning Star แล้วเข้า Buy วาง Stop Loss ใต้ Swing Low ล่าสุด
กลยุทธ์ที่ 2: Support & Resistance Trading
หลักการ
ราคามักจะหยุดหรือกลับตัวที่ระดับ Support และ Resistance ที่สำคัญ เนื่องจากมีคำสั่งซื้อขายจำนวนมากรออยู่ที่ระดับเหล่านี้ การเข้าใจ S/R จะช่วยให้คุณหาจุดเข้าและออกที่มีความได้เปรียบ
วิธีหา Key Level
ใช้ Daily Chart หรือ Weekly Chart มองหาระดับที่ราคาเคย React หลายครั้ง ยิ่งระดับนั้นถูกทดสอบบ่อย ยิ่งมีความสำคัญ Round Numbers เช่น 1.1000, 1.0500 มักเป็น S/R ที่สำคัญ
วิธีเข้าเทรด
รอราคาเข้าใกล้ระดับ S/R รอสัญญาณ Price Action Rejection เช่น Pin Bar, Engulfing เข้าเทรดในทิศทางตรงข้ามกับการเคลื่อนที่เดิม วาง Stop Loss อีกฝั่งของ S/R
กลยุทธ์ที่ 3: Breakout Trading – เทรดเมื่อทะลุแนวรับแนวต้าน
หลักการ
เมื่อราคาสะสมตัวในกรอบแคบๆ เป็นเวลานาน พลังงานจะสะสมและพร้อมระเบิดออกเมื่อทะลุแนว S/R การจับ Breakout ได้จะได้กำไรมหาศาล เพราะราคามักวิ่งแรงหลังทะลุ
วิธีเทรด Breakout ที่ถูกต้อง
รอแท่งเทียนปิดเหนือ Resistance หรือใต้ Support อย่างชัดเจน Volume ควรสูงกว่าปกติ (ถ้าดูได้) เข้าเทรดตามทิศทาง Breakout วาง Stop Loss ใต้/เหนือระดับที่ทะลุ ระวัง False Breakout โดยรอการ Retest
กลยุทธ์ที่ 4: Swing Trading – จับ Swing ระยะกลาง
หลักการ
Swing Trading คือการจับการแกว่งตัวของราคาในระยะ 2-10 วัน เหมาะกับคนที่มีงานประจำและไม่สามารถดูกราฟได้ตลอดเวลา ใช้ Timeframe ใหญ่กว่า (Daily, H4) ทำให้มีเวลาตัดสินใจมากขึ้น
วิธีเทรด
ดู Daily Chart หา Trend หลัก ใช้ H4 หาจุดเข้าเมื่อราคา Pullback เข้าหา EMA หรือ Fibonacci Level รอ Candlestick Pattern ยืนยัน เข้าเทรดและถือ Position 2-10 วัน
กลยุทธ์ที่ 5: Scalping – เทรดสั้นทำกำไรเล็กๆ หลายครั้ง
หลักการ
Scalping คือการเทรดระยะสั้นมาก ถือ Position ไม่กี่นาทีถึงไม่กี่ชั่วโมง เป้าหมายคือทำกำไรเล็กๆ 5-15 pips หลายครั้งต่อวัน เหมาะกับคนที่มีเวลาดูกราฟและชอบความตื่นเต้น
ข้อควรระวัง
ต้องมี Spread ต่ำ (เลือก Broker ที่ดี) ต้องมีการ Execute ที่เร็ว ความเครียดสูง ต้องมีวินัยสูงมาก ไม่เหมาะกับมือใหม่
กลยุทธ์ที่ 6: News Trading – เทรดตามข่าว
หลักการ
ข่าวเศรษฐกิจสำคัญ เช่น NFP, GDP, Interest Rate Decision สามารถทำให้ราคาเคลื่อนที่หลายสิบถึงหลายร้อย pips ในเวลาไม่กี่นาที การจับการเคลื่อนไหวนี้ได้จะทำกำไรได้มาก
วิธีเทรด
ติดตามปฏิทินเศรษฐกิจ (Forex Factory, Investing.com) รู้ Forecast และ Previous รอข่าวออกแล้ว React ตาม Momentum ระวัง Spread ที่กว้างมากช่วงข่าว
กลยุทธ์ที่ 7: Price Action Trading – อ่านพฤติกรรมราคา
หลักการ
Price Action Trading คือการวิเคราะห์พฤติกรรมของราคาจากแท่งเทียนและโครงสร้างตลาดโดยไม่พึ่ง Indicator ใดๆ เชื่อว่าราคาสะท้อนทุกอย่างที่ต้องรู้
รูปแบบแท่งเทียนสำคัญ
Pin Bar: แท่งที่มีหางยาว Body เล็ก แสดง Rejection
Engulfing: แท่งใหญ่กลืนแท่งก่อนหน้า แสดงการเปลี่ยนทิศทาง
Inside Bar: แท่งที่อยู่ในกรอบแท่งก่อนหน้า แสดงการสะสมตัว
สรุป: เลือกกลยุทธ์ที่เหมาะกับตัวคุณ
ไม่มีกลยุทธ์ใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน กลยุทธ์ที่ดีที่สุดคือกลยุทธ์ที่เหมาะกับบุคลิก ไลฟ์สไตล์ และเป้าหมายของคุณ คนที่มีเวลาน้อยอาจเหมาะกับ Swing Trading คนที่ชอบความตื่นเต้นอาจเหมาะกับ Scalping
ที่สำคัญที่สุดคือเลือกกลยุทธ์เดียวแล้วฝึกฝนจนชำนาญ อย่าเปลี่ยนกลยุทธ์บ่อย ทดสอบด้วย Demo Account อย่างน้อย 3 เดือนก่อนใช้เงินจริง ความสม่ำเสมอและวินัยคือกุญแจสู่ความสำเร็จในระยะยาว

