เวลาตลาด Forex คืออะไร — คำอธิบายฉบับสมบูรณ์
เอาล่ะครับวันนี้เราจะมาเจาะลึกเรื่อง “เวลาตลาด Forex” แบบฉบับสมบูรณ์กันเลยนะหลายคนอาจจะเคยได้ยินคำนี้แต่ยังไม่เข้าใจความหมายจริงๆว่ามันคืออะไรทำไมมันถึงสำคัญกับการเทรดของเราขนาดนั้นพูดง่ายๆเลยนะครับเวลาตลาด Forex หมายถึงช่วงเวลาที่ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Forex Market) เปิดทำการให้เราเข้าไปซื้อขายกันได้ทั่วโลกตลาด Forex ไม่ได้มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ไหนที่หนึ่งเหมือนตลาดหุ้นแต่เป็นการเชื่อมต่อกันของสถาบันการเงินธนาคารและโบรกเกอร์ทั่วโลกทำให้มันเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงต่อวัน 5 วันต่อสัปดาห์ (จันทร์-ศุกร์) ครับ
- เวลาตลาด Forex คืออะไร — คำอธิบายฉบับสมบูรณ์
- ทำไมเวลาตลาด Forex ถึงสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ไทย
- วิธีใช้เวลาตลาด forex ในการเทรด Forex แบบ Step-by-Step
- กลยุทธ์ขั้นสูงเวลาตลาด Forex สำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพ
- เปรียบเทียบเวลาตลาด Forex กับเครื่องมือ/ทางเลือกอื่น
- ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับเวลาตลาด forex และวิธีหลีกเลี่ยง
- Case Study — ตัวอย่างเทรดจริงด้วยเวลาตลาด forex
- เครื่องมือและแพลตฟอร์มแนะนำสำหรับเวลาตลาด forex
- FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเวลาตลาด Forex
- สรุปเวลาตลาด Forex — สิ่งที่ต้องจำ
- เคล็ดลับจากเทรดเดอร์มืออาชีพ 10 ข้อ
- สถิติและข้อมูลตลาดล่าสุดเกี่ยวกับเวลาตลาด Forex (ตัวเลข %, มูลค่า, แนวโน้ม)
- คำแนะนำสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มศึกษาเวลาตลาด forex
- วิเคราะห์แนวโน้มเวลาตลาด forex ในปี 2026-2026
- FAQ เพิ่มเติม 5 ข้อเกี่ยวกับเวลาตลาด Forex
- 📚 บทความที่เกี่ยวข้อง
- เวลาเทรด Forex ที่ดีที่สุดสำหรับคนไทย
🎬 วิดีโอที่เกี่ยวข้อง — ดูเพิ่มเติมที่ YouTube @icafefx
ที่มาของตลาด Forex นั้นยาวนานย้อนกลับไปได้ถึงยุคที่ประเทศต่างๆเริ่มมีการแลกเปลี่ยนเงินตราเพื่อการค้าระหว่างประเทศแต่จุดเริ่มต้นของตลาด Forex ที่เรารู้จักกันในปัจจุบันเกิดขึ้นหลังสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อระบบ Bretton Woods ที่กำหนดอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ระหว่างสกุลเงินต่างๆล่มสลายลงทำให้ประเทศต่างๆเริ่มใช้อัตราแลกเปลี่ยนแบบลอยตัว (Floating Exchange Rate) ซึ่งหมายความว่าค่าของเงินจะถูกกำหนดโดยกลไกตลาด (Demand & Supply) นั่นเองการเปลี่ยนแปลงนี้เองที่เป็นตัวกระตุ้นให้เกิดตลาด Forex ที่มีการซื้อขายกันอย่างเสรีทั่วโลก
ความสำคัญของเวลาตลาด Forex นั้นมหาศาลเลยครับลองคิดดูว่าถ้าตลาด Forex เปิดแค่ไม่กี่ชั่วโมงต่อวันโอกาสในการทำกำไรของเราก็จะลดลงอย่างมากแถมยังอาจจะพลาดโอกาสสำคัญๆไปด้วยเพราะข่าวสารหรือเหตุการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินนั้นเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาดังนั้นการที่ตลาดเปิด 24 ชั่วโมงทำให้เราสามารถตอบสนองต่อข่าวสารและสถานการณ์ต่างๆได้อย่างรวดเร็วและสามารถปรับกลยุทธ์การเทรดของเราให้เหมาะสมกับสภาวะตลาดได้ตลอดเวลานอกจากนี้การที่ตลาดเปิดตลอดเวลายังช่วยให้เราสามารถเข้าถึงตลาดได้จากทุกที่ทั่วโลกไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเทรดได้เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ตเท่านั้นเอง
ตลาด Forex เป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูลปี 2022) ซึ่งมากกว่าตลาดหุ้นทุกแห่งรวมกันเสียอีก! ปริมาณการซื้อขาย (Volume) ที่มหาศาลนี้เองที่ทำให้ตลาด Forex มีสภาพคล่องสูง (High Liquidity) หมายความว่าเราสามารถซื้อขายได้อย่างรวดเร็วในราคาที่เราต้องการโดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนซื้อหรือขายให้เราหรือไม่นอกจากนี้ตลาด Forex ยังมีผู้ใช้งานจำนวนมากทั้งนักลงทุนรายย่อย (Retail Traders) สถาบันการเงินธนาคารกลางและบริษัทข้ามชาติทำให้ตลาดมีความหลากหลายและมีโอกาสในการทำกำไรมากมาย
ช่วงเวลาทำการของตลาด Forex
อย่างที่บอกไปแล้วว่าตลาด Forex เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงแต่ไม่ได้หมายความว่าทุกช่วงเวลาจะมีสภาพคล่องและความผันผวนเท่ากันช่วงเวลาทำการของตลาด Forex จะแบ่งออกเป็น 4 ช่วงหลักๆตามเมืองสำคัญที่เป็นศูนย์กลางการซื้อขายได้แก่ตลาดซิดนีย์ (Sydney), ตลาดโตเกียว (Tokyo), ตลาดลอนดอน (London) และตลาดนิวยอร์ก (New York) แต่ละตลาดจะมีช่วงเวลาทำการที่แตกต่างกันและจะมีช่วงเวลาที่ตลาดสองแห่งเปิดทำการพร้อมกันซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องและความผันผวนสูงที่สุด
ช่วงเวลาตลาดซิดนีย์ (Sydney Session): เป็นตลาดแรกที่เปิดทำการในแต่ละวัน (ตามเวลา GMT) โดยปกติจะเปิดทำการตั้งแต่เวลา 22:00 GMT ถึง 07:00 GMT ช่วงเวลานี้มักจะมีความผันผวนต่ำเนื่องจากเป็นช่วงเริ่มต้นวันทำการและมีปริมาณการซื้อขายไม่มากนักสกุลเงินที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลานี้คือ AUD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย) และ NZD (ดอลลาร์นิวซีแลนด์) นักเทรดส่วนใหญ่มักจะรอให้ตลาดโตเกียวเปิดก่อนแล้วค่อยเริ่มทำการซื้อขายอย่างจริงจัง
ช่วงเวลาตลาดโตเกียว (Tokyo Session): เปิดทำการตั้งแต่เวลา 00:00 GMT ถึง 09:00 GMT ช่วงเวลานี้มีความผันผวนปานกลางสกุลเงินที่ได้รับความนิยมคือ JPY (เยนญี่ปุ่น) และสกุลเงินในแถบเอเชียอื่นๆเช่น AUD, NZD และ CNY (หยวนจีน) ช่วงเวลานี้เหมาะสำหรับนักเทรดที่ชอบเทรดคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับ JPY หรือสกุลเงินเอเชียอื่นๆ
ช่วงเวลาตลาดลอนดอน (London Session): เปิดทำการตั้งแต่เวลา 08:00 GMT ถึง 17:00 GMT ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องและความผันผวนสูงที่สุดเนื่องจากเป็นช่วงที่ตลาดลอนดอนซึ่งเป็นศูนย์กลางการเงินที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกเปิดทำการสกุลเงินที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลานี้คือ EUR (ยูโร), GBP (ปอนด์สเตอร์ลิง) และ USD (ดอลลาร์สหรัฐ) ช่วงเวลานี้เหมาะสำหรับนักเทรดที่ชอบเทรดในช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูงและต้องการทำกำไรอย่างรวดเร็ว
ช่วงเวลาตลาดนิวยอร์ก (New York Session): เปิดทำการตั้งแต่เวลา 13:00 GMT ถึง 22:00 GMT ช่วงเวลานี้มีความผันผวนสูงโดยเฉพาะในช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทำการพร้อมกันสกุลเงินที่ได้รับความนิยมในช่วงเวลานี้คือ USD (ดอลลาร์สหรัฐ), CAD (ดอลลาร์แคนาดา) และสกุลเงินจากละตินอเมริกาช่วงเวลานี้เหมาะสำหรับนักเทรดที่ชอบเทรดคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับ USD และต้องการทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาที่รวดเร็ว
ความสำคัญของช่วงเวลา Overlap
ช่วงเวลาที่ตลาดสองแห่งเปิดทำการพร้อมกันหรือที่เรียกว่า “Overlap” เป็นช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องและความผันผวนสูงที่สุดในตลาด Forex เนื่องจากมีผู้ซื้อขายจำนวนมากเข้ามาในตลาดพร้อมๆกันทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของราคาที่รวดเร็วและคาดเดาได้ยากช่วงเวลา Overlap ที่สำคัญมี 2 ช่วงได้แก่ช่วงเวลาที่ตลาดลอนดอนและโตเกียวเปิดทำการพร้อมกัน (08:00 GMT – 09:00 GMT) และช่วงเวลาที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทำการพร้อมกัน (13:00 GMT – 17:00 GMT)
ช่วงเวลา London-Tokyo Overlap (08:00 GMT – 09:00 GMT) แม้จะไม่ผันผวนเท่า London-New York แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจสำหรับเทรดเดอร์ที่เน้นคู่เงินเอเชียเพราะจะมี Volume ที่สูงขึ้นกว่าช่วงเวลาอื่นทำให้มีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้นโดยเฉพาะคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับ JPY
ช่วงเวลา London-New York Overlap (13:00 GMT – 17:00 GMT) ถือเป็น “Prime Time” ของตลาด Forex เลยก็ว่าได้ครับช่วงเวลานี้มีสภาพคล่องสูงที่สุดมีข่าวสารและข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญถูกประกาศออกมามากมายทำให้ราคาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและรุนแรงนักเทรดส่วนใหญ่มักจะให้ความสนใจกับช่วงเวลานี้เป็นพิเศษและใช้กลยุทธ์ที่เน้นการจับจังหวะการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น (Scalping หรือ Day Trading) เพื่อทำกำไร
การทำความเข้าใจช่วงเวลา Overlap เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับนักเทรด Forex เพราะจะช่วยให้เราสามารถเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับการเทรดของเราได้หากเราเป็นนักเทรดที่ชอบความผันผวนสูงเราก็ควรจะเทรดในช่วงเวลา Overlap แต่ถ้าเราเป็นนักเทรดที่ชอบความผันผวนต่ำเราก็ควรจะหลีกเลี่ยงช่วงเวลา Overlap และเลือกเทรดในช่วงเวลาที่ตลาดใดตลาดหนึ่งเปิดทำการเพียงอย่างเดียว
“เวลาคือเงินทอง” เป็นคำกล่าวที่ใช้ได้ดีกับตลาด Forex การรู้จักช่วงเวลาที่ตลาดมีความเคลื่อนไหวมากที่สุดจะช่วยให้คุณวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสในการทำกำไร” – John R. Taylor, ผู้เขียนหนังสือ “The FX Game”
ทำไมเวลาตลาด Forex ถึงสำคัญสำหรับเทรดเดอร์ไทย
ผลต่อกำไร/ขาดทุน
เวลาทำการของตลาด Forex มีผลกระทบโดยตรงต่อโอกาสในการทำกำไรและโอกาสที่จะขาดทุนของเทรดเดอร์ชาวไทยอย่างมากเลยครับเพราะแต่ละช่วงเวลาตลาด (Session) จะมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไปทั้งในด้านของปริมาณการซื้อขาย (Volume), ความผันผวน (Volatility) และทิศทางของราคา (Trend) การเข้าใจถึงลักษณะเหล่านี้จะช่วยให้เราเลือกคู่เงิน (Currency Pair) และช่วงเวลาในการเทรดที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของเราได้ดีขึ้น
ยกตัวอย่างเช่นถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์ที่ชอบความผันผวนสูง (High Volatility) เพื่อที่จะทำกำไรจากความเคลื่อนไหวของราคาในช่วงสั้นๆ (Scalping) ช่วงเวลาที่ตลาดลอนดอนและตลาดนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน (London/New York Overlap) อาจจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับคุณเพราะช่วงเวลานี้มักจะมี Volume สูงและราคาเคลื่อนไหวรวดเร็วทำให้มีโอกาสในการทำกำไรมากขึ้นแต่ในทางกลับกันถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์ที่ไม่ชอบความเสี่ยงสูงและต้องการเทรดในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนต่ำ (Low Volatility) ช่วงเวลาที่ตลาดเอเชียเปิด (Asian Session) อาจจะเหมาะสมกว่าเพราะช่วงเวลานี้มักจะมี Volume น้อยและราคาเคลื่อนไหวช้ากว่า
จากประสบการณ์ 28 ปีของผมในการเทรด Forex ผมพบว่าเทรดเดอร์หลายคนมักจะมองข้ามความสำคัญของเวลาทำการของตลาดไปโดยเทรดในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของตัวเองทำให้พลาดโอกาสในการทำกำไรหรือแม้กระทั่งขาดทุนอย่างหนักผมเคยมีลูกศิษย์คนหนึ่งที่เทรด EURUSD ในช่วงตลาดเอเชียเปิดซึ่งปกติแล้ว EURUSD จะไม่ค่อยเคลื่อนไหวในช่วงเวลานี้แต่เขาดันไปใส่ Lot ใหญ่เกินไป (Over Leverage) พอราคาแกว่งตัวนิดหน่อยก็โดน Stop Loss ไปหลายร้อย Pips เลยทีเดียวดังนั้นการเข้าใจและเลือกช่วงเวลาในการเทรดให้เหมาะสมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรและลดความเสี่ยงในการขาดทุน
การบริหารความเสี่ยง
การบริหารความเสี่ยงเป็นหัวใจสำคัญของการเทรด Forex ให้ประสบความสำเร็จและเวลาทำการของตลาดก็มีบทบาทสำคัญในการบริหารความเสี่ยงด้วยเช่นกันครับเพราะความผันผวนของราคาที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาตลาดจะส่งผลต่อขนาดของ Stop Loss และ Take Profit ที่เราควรตั้ง
ในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูงเราอาจจะต้องตั้ง Stop Loss ให้กว้างขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ราคาแกว่งตัวมาโดน Stop Loss ก่อนที่จะวิ่งไปในทิศทางที่เราต้องการในทางกลับกันในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนต่ำเราอาจจะตั้ง Stop Loss ให้แคบลงเพื่อเพิ่ม Reward to Risk Ratio (อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี่ยง) ให้สูงขึ้น
นอกจากนี้การเข้าใจถึงเวลาทำการของตลาดยังช่วยให้เราหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ตลาดมีความเสี่ยงสูงได้อีกด้วยเช่นช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญประกาศออกมาซึ่งมักจะทำให้ราคาผันผวนอย่างรุนแรงหรือช่วงที่ตลาดปิดทำการในช่วงสุดสัปดาห์ซึ่งอาจจะทำให้เกิด Gap (ช่องว่างของราคา) ในวันจันทร์ได้การหลีกเลี่ยงช่วงเวลาเหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการเทรดของเราได้
ผมแนะนำเสมอว่าเทรดเดอร์ควรจะมีแผนการเทรดที่ชัดเจนและปฏิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัดโดยในแผนการเทรดนั้นควรจะระบุช่วงเวลาในการเทรดที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของตัวเองและขนาดของ Stop Loss และ Take Profit ที่เหมาะสมกับความผันผวนของตลาดในช่วงเวลานั้นๆด้วยนะครับ Risk Management สำคัญสุดๆอย่ามองข้าม!
ข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์
การเข้าใจเวลาทำการของตลาด Forex ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการบริหารความเสี่ยงเท่านั้นแต่ยังเป็นเรื่องของการสร้างข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ในการเทรดอีกด้วยครับเพราะแต่ละช่วงเวลาตลาดจะมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันออกไปซึ่งเราสามารถนำมาปรับใช้ในการพัฒนากลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสมได้
ยกตัวอย่างเช่นกลยุทธ์การเทรด Breakout (การเทรดเมื่อราคาทะลุแนวรับแนวต้าน) มักจะได้ผลดีในช่วงตลาดลอนดอนเปิดเพราะช่วงเวลานี้มักจะมี Volume สูงและราคามีแนวโน้มที่จะวิ่งไปในทิศทางเดียวอย่างชัดเจนในทางกลับกันกลยุทธ์การเทรด Range Trading (การเทรดในกรอบราคา) อาจจะได้ผลดีในช่วงตลาดเอเชียเปิดเพราะช่วงเวลานี้มักจะมี Volume น้อยและราคาเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบแคบๆ
นอกจากนี้การเข้าใจถึงความสัมพันธ์ระหว่างช่วงเวลาตลาดต่างๆยังช่วยให้เราคาดการณ์ทิศทางของราคาได้แม่นยำยิ่งขึ้นอีกด้วยเช่นถ้าเราสังเกตเห็นว่า EURUSD มีแนวโน้มที่จะแข็งค่าขึ้นในช่วงตลาดเอเชียเปิดเราอาจจะคาดการณ์ได้ว่า EURUSD จะยังคงแข็งค่าขึ้นต่อไปในช่วงตลาดลอนดอนเปิดเพราะตลาดลอนดอนมักจะ Follow Trend ที่เกิดขึ้นในช่วงตลาดเอเชีย
ผมเคยพัฒนากลยุทธ์การเทรดที่เรียกว่า “Asian Session Breakout” โดยจะรอให้ราคาสร้างกรอบราคาในช่วงตลาดเอเชียเปิดจากนั้นจะเข้าเทรดเมื่อราคาทะลุกรอบราคานั้นในช่วงตลาดลอนดอนเปิดกลยุทธ์นี้ให้ผลตอบแทนที่ดีมากเพราะอาศัยความเข้าใจในลักษณะเฉพาะตัวของแต่ละช่วงเวลาตลาด
ผลกระทบระยะยาว
การให้ความสำคัญกับเวลาทำการของตลาด Forex ไม่ได้ส่งผลดีแค่ในระยะสั้นเท่านั้นแต่ยังมีผลกระทบในระยะยาวต่อความสำเร็จในการเทรดของเราอีกด้วยครับเพราะการเทรดอย่างมีวินัยและมีการวางแผนที่ดีจะช่วยสร้างนิสัยการเทรดที่ดีซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะทำให้เราสามารถเทรด Forex ได้อย่างยั่งยืน
การที่เราเข้าใจถึงลักษณะของแต่ละช่วงเวลาตลาดจะช่วยให้เราสามารถพัฒนากลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของเราได้อย่างต่อเนื่องและสามารถปรับปรุงกลยุทธ์ให้เข้ากับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปได้ตลอดเวลานอกจากนี้การที่เราสามารถบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยป้องกันไม่ให้เราขาดทุนอย่างหนักซึ่งอาจจะทำให้เราท้อแท้และเลิกเทรดไปในที่สุด
จากประสบการณ์ของผมผมพบว่าเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวมักจะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอพวกเขาจะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตลาด Forex อย่างละเอียดรวมถึงเวลาทำการของตลาดและนำความรู้ที่ได้มาปรับใช้ในการเทรดของตัวเองอย่างสม่ำเสมอพวกเขาจะไม่ย่อท้อต่อความล้มเหลวแต่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดและพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้นผมขอแนะนำให้เทรดเดอร์ชาวไทยทุกคนให้ความสำคัญกับเวลาทำการของตลาด Forex อย่างจริงจังและนำความรู้ที่ได้มาปรับใช้ในการเทรดของตัวเองอย่างสม่ำเสมอผมเชื่อว่าถ้าคุณทำได้คุณจะสามารถประสบความสำเร็จในการเทรด Forex ได้อย่างแน่นอนครับ
| ใช้เวลาตลาด Forex | ไม่ใช้เวลาตลาด Forex | |
|---|---|---|
| โอกาสทำกำไร | สูงขึ้นเพราะเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมกับกลยุทธ์ | ต่ำลงเพราะเทรดในช่วงเวลาที่ไม่เหมาะสม |
| การบริหารความเสี่ยง | ดีขึ้นเพราะปรับ Stop Loss/Take Profit ตามความผันผวน | แย่ลงเพราะตั้ง Stop Loss/Take Profit แบบไม่เหมาะสม |
| ข้อได้เปรียบเชิงกลยุทธ์ | มีเพราะพัฒนากลยุทธ์ที่เหมาะกับแต่ละช่วงเวลา | ไม่มีเพราะใช้กลยุทธ์เดิมๆไม่ปรับตามสภาวะตลาด |
| ผลกระทบระยะยาว | ดีเพราะสร้างวินัยและพัฒนากลยุทธ์ต่อเนื่อง | แย่เพราะขาดทุนหนักและอาจเลิกเทรด |
🎬 วิดีโอที่เกี่ยวข้อง — ดูเพิ่มเติมที่ YouTube @icafefx
วิธีใช้เวลาตลาด forex ในการเทรด Forex แบบ Step-by-Step
ขั้นตอนที่ 1: ทำความเข้าใจช่วงเวลาตลาด Forex หลัก
ก่อนจะเริ่มใช้เวลาตลาด Forex ในการเทรดเราต้องเข้าใจก่อนว่าช่วงเวลาทำการของตลาดหลักๆนั้นมีอะไรบ้างและแต่ละช่วงเวลามีลักษณะเฉพาะอย่างไรโดยทั่วไปแล้วเราจะแบ่งตลาด Forex ออกเป็น 4 ช่วงเวลาหลักๆคือตลาดซิดนีย์, ตลาดโตเกียว, ตลาดลอนดอนและตลาดนิวยอร์กแต่ละตลาดจะมีเวลาเปิด-ปิดที่แตกต่างกันและปริมาณการซื้อขาย (Volume) ก็จะไม่เท่ากันด้วย
ยกตัวอย่างเช่นตลาดลอนดอนมักจะเป็นช่วงที่มี Volume สูงที่สุดเนื่องจากเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของโลกและมักจะมีข่าวเศรษฐกิจที่ส่งผลกระทบต่อค่าเงินออกมาในช่วงนี้ส่วนตลาดโตเกียวมักจะมีการเคลื่อนไหวที่น้อยกว่าและคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับเงินเยน (JPY) จะมีการเคลื่อนไหวที่สูงกว่าคู่เงินอื่นๆการทำความเข้าใจลักษณะเหล่านี้จะช่วยให้เราวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ
ขั้นตอนที่ 2: ระบุคู่เงิน (Currency Pair) ที่ต้องการเทรด
หลังจากที่เราเข้าใจช่วงเวลาตลาดแล้วขั้นตอนต่อไปคือการเลือกคู่เงินที่เราต้องการเทรดซึ่งแต่ละคู่เงินก็จะมีการตอบสนองต่อช่วงเวลาตลาดที่แตกต่างกันออกไปยกตัวอย่างเช่นคู่เงิน EUR/USD มักจะมีการเคลื่อนไหวที่สูงในช่วงตลาดลอนดอนและตลาดนิวยอร์กเนื่องจากเป็นคู่เงินที่มี Volume สูงที่สุดและได้รับผลกระทบจากข่าวเศรษฐกิจของทั้งยุโรปและสหรัฐอเมริกา
ในขณะที่คู่เงิน AUD/JPY อาจจะมีการเคลื่อนไหวที่สูงในช่วงตลาดซิดนีย์และตลาดโตเกียวเนื่องจากเป็นคู่เงินที่ได้รับผลกระทบจากข่าวเศรษฐกิจของออสเตรเลียและญี่ปุ่นดังนั้นการเลือกคู่เงินที่เหมาะสมกับช่วงเวลาตลาดที่เราต้องการเทรดจะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้มากยิ่งขึ้นครับ
ขั้นตอนที่ 3: วางแผนกลยุทธ์การเทรด (Trading Strategy)
เมื่อเรารู้ช่วงเวลาตลาดและคู่เงินที่เหมาะสมแล้วขั้นตอนต่อไปคือการวางแผนกลยุทธ์การเทรดซึ่งกลยุทธ์ที่ดีควรจะมีการกำหนดจุดเข้า (Entry Point), จุดออก (Exit Point), และขนาด Lot Size ที่เหมาะสมยกตัวอย่างเช่นหากเราต้องการเทรด EUR/USD ในช่วงตลาดลอนดอนเราอาจจะใช้กลยุทธ์ Breakout โดยรอให้ราคาทะลุแนวต้าน (Resistance) แล้วเข้าซื้อ (Buy) หรือรอให้ราคาทะลุแนวรับ (Support) แล้วขาย (Sell)
สมมติว่าเราตัดสินใจเข้าซื้อ EUR/USD ที่ราคา 1.0850 โดยตั้ง Stop Loss (SL) ที่ 1.0830 (20 pips) และ Take Profit (TP) ที่ 1.0890 (40 pips) และใช้ Lot Size ที่ 0.01 Lot (ถ้าบัญชี Standard) ซึ่งหมายความว่าถ้าเราเสียเราจะเสียเงินประมาณ $2 (ถ้า 1 pip value = $0.1 ต่อ 0.01 Lot) และถ้าเราได้เราจะได้เงินประมาณ $4 (Risk:Reward = 1:2) การวางแผนแบบนี้จะช่วยให้เราควบคุมความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสในการทำกำไรได้ครับ
ขั้นตอนที่ 4: รอสัญญาณและเข้าเทรด
เมื่อเราวางแผนกลยุทธ์เรียบร้อยแล้วสิ่งที่เราต้องทำคือรอสัญญาณที่ตรงกับกลยุทธ์ที่เราวางไว้การรอสัญญาณเป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะการเข้าเทรดโดยไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนอาจจะทำให้เราเสียเงินโดยไม่จำเป็นได้ยกตัวอย่างเช่นหากเราใช้กลยุทธ์ Breakout เราต้องรอให้ราคาทะลุแนวต้านหรือแนวรับอย่างชัดเจนก่อนที่จะตัดสินใจเข้าเทรด
บางครั้งเราอาจจะต้องรอเป็นชั่วโมงหรืออาจจะรอข้ามวันเลยก็ได้กว่าจะมีสัญญาณที่ตรงกับกลยุทธ์ของเราแต่การรอคอยนั้นคุ้มค่าเพราะมันจะช่วยเพิ่มโอกาสในการเทรดที่ประสบความสำเร็จได้มากยิ่งขึ้นครับจำไว้เสมอว่า “อดเปรี้ยวไว้กินหวาน” ในการเทรด Forex ก็เช่นกัน
ขั้นตอนที่ 5: บริหารจัดการความเสี่ยง (Risk Management)
ขั้นตอนสุดท้ายและสำคัญที่สุดคือการบริหารจัดการความเสี่ยงซึ่งหมายถึงการควบคุมขนาด Lot Size, การตั้ง Stop Loss, และการกำหนด Risk:Reward Ratio ที่เหมาะสมโดยทั่วไปแล้วเราไม่ควรเสี่ยงเกิน 2% ของเงินทุนทั้งหมดต่อการเทรดหนึ่งครั้งยกตัวอย่างเช่นถ้าเรามีเงินทุน $10,000 เราไม่ควรเสี่ยงเกิน $200 ต่อการเทรดหนึ่งครั้ง
การตั้ง Stop Loss เป็นสิ่งที่สำคัญมากเพราะมันจะช่วยป้องกันไม่ให้เราเสียเงินมากเกินไปหากราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางตรงกันข้ามกับที่เราคาดการณ์ไว้นอกจากนี้การกำหนด Risk:Reward Ratio ที่เหมาะสม (เช่น 1:2 หรือ 1:3) จะช่วยให้เราทำกำไรได้ในระยะยาวแม้ว่าจะมีบางครั้งที่เราเสียเงินบ้างก็ตาม
| สถานการณ์ | คู่เงิน | เวลาตลาด | กลยุทธ์ | Entry Price | Stop Loss | Take Profit | Lot Size |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | EUR/USD | ลอนดอน | Breakout | 1.0850 | 1.0830 | 1.0890 | 0.01 |
| 2 | USD/JPY | โตเกียว | Reversal | 157.00 | 157.20 | 156.60 | 0.02 |
| 3 | AUD/USD | ซิดนีย์ | Trend Following | 0.6650 | 0.6630 | 0.6700 | 0.01 |
คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงโปรดศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุนและอย่าลงทุนด้วยเงินที่คุณไม่สามารถเสียได้การใช้ Leverage ที่สูงเกินไปอาจจะทำให้คุณเสียเงินทั้งหมดได้ในเวลาอันรวดเร็ว
🎬 วิดีโอแนะนำ
💡 บทความแนะนำจาก SiamCafe.net: Python Automation — เครือข่าย iCafe Since 1997
กลยุทธ์ขั้นสูงเวลาตลาด Forex สำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพ
มาถึงส่วนที่สำคัญที่สุดส่วนหนึ่งของการเทรด Forex เลยก็ว่าได้นั่นคือการประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องเวลาตลาดให้เข้ากับกลยุทธ์การเทรดของเราหลายคนอาจจะมองข้ามเรื่องนี้ไปแต่จริงๆแล้วมันมีผลต่อผลลัพธ์การเทรดอย่างมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์มืออาชีพที่ต้องการเค้นประสิทธิภาพสูงสุดจากตลาด Forex
ในส่วนนี้ผมจะมาเจาะลึกกลยุทธ์ขั้นสูงที่เกี่ยวข้องกับเวลาตลาด Forex โดยเน้นไปที่ 3 กลยุทธ์หลักๆคือ Day Trading, Swing Trading และ Position Trading แต่ละกลยุทธ์ก็มีช่วงเวลาที่เหมาะสมและเทคนิคการวิเคราะห์ที่แตกต่างกันออกไปซึ่งผมจะอธิบายให้ละเอียดพร้อมยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นรับรองว่าอ่านจบแล้วจะสามารถนำไปปรับใช้กับการเทรดของคุณได้อย่างแน่นอน
ก่อนอื่นต้องย้ำกันอีกครั้งว่า Forex มีความเสี่ยงสูงโปรดใช้ความระมัดระวังในการลงทุนและอย่าเทรดด้วยเงินที่คุณไม่สามารถเสียได้นะครับ
กลยุทธ์ Day Trading
Day Trading คือการเทรดที่เน้นการทำกำไรในวันเดียวโดยปกติแล้วจะเปิดและปิดสถานะทั้งหมดภายในวันทำให้ไม่ต้องถือข้ามคืนเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากข่าวหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นในช่วงตลาดปิดช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการ Day Trading คือช่วงตลาดลอนดอนและตลาดนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน (overlap) เนื่องจากเป็นช่วงที่มีปริมาณการซื้อขายสูงและความผันผวนมากซึ่งเป็นโอกาสในการทำกำไรแต่ก็ต้องระมัดระวังความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
สำหรับ Timeframe ที่นิยมใช้ในการ Day Trading คือ M15 (15 นาที) และ H1 (1 ชั่วโมง) โดย M15 จะใช้ในการหาจังหวะเข้าเทรดที่แม่นยำส่วน H1 จะใช้ในการดูภาพรวมของแนวโน้ม (Trend) เพื่อให้เทรดไปในทิศทางเดียวกับแนวโน้มหลักตัวอย่างเช่นหากคุณเห็นว่ากราฟ H1 เป็นขาขึ้นคุณก็ควรมองหาจังหวะ Buy ใน M15 เมื่อเกิดสัญญาณซื้อเช่นการเกิดแท่งเทียนกลืนกิน (Engulfing Pattern) หรือการ Breakout แนวต้านเล็กๆ
จากประสบการณ์ผมในการ Day Trading สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการมีวินัยในการเทรดต้องตั้ง Stop Loss (SL) และ Take Profit (TP) อย่างชัดเจนและปฏิบัติตามแผนที่วางไว้อย่าปล่อยให้ความกลัวหรือความโลภเข้ามาครอบงำเพราะอาจทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ Risk ที่เหมาะสมสำหรับการ Day Trading ไม่ควรเกิน 1-2% ต่อ trade และควรมี TP:SL อย่างน้อย 1:2 เพื่อให้คุ้มค่ากับความเสี่ยงที่รับได้
กลยุทธ์ Swing Trading
Swing Trading คือการเทรดที่เน้นการทำกำไรจาก “สวิง” หรือการแกว่งตัวของราคาโดยปกติแล้วจะถือสถานะข้ามคืนไปหลายวันหรืออาจจะถึงเป็นสัปดาห์ Swing Trader จะพยายามจับจังหวะการเริ่มต้นของแนวโน้มใหม่ๆและถือสถานะจนกว่าแนวโน้มนั้นจะสิ้นสุดลงกลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีเวลาเฝ้าหน้าจอมากนักแต่ก็ต้องมีความเข้าใจในเรื่องของแนวโน้มและแนวรับแนวต้านเป็นอย่างดี
Timeframe ที่นิยมใช้ในการ Swing Trading คือ H4 (4 ชั่วโมง) และ D1 (1 วัน) โดย H4 จะใช้ในการหาจังหวะเข้าเทรดส่วน D1 จะใช้ในการยืนยันแนวโน้มหลักตัวอย่างเช่นหากคุณเห็นว่ากราฟ D1 เป็นขาลงคุณก็ควรมองหาจังหวะ Sell ใน H4 เมื่อเกิดสัญญาณขายเช่นการเกิดแท่งเทียน Shooting Star หรือการ Rebound ที่แนวต้านสำคัญ
Swing Trading มีข้อดีคือสามารถทำกำไรได้มากกว่า Day Trading เนื่องจากถือสถานะได้นานกว่าแต่ก็มีความเสี่ยงที่สูงกว่าเช่นกันเพราะต้องถือสถานะข้ามคืนซึ่งอาจเจอกับข่าวหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันได้ดังนั้น Swing Trader จึงต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเป็นพิเศษควรตั้ง Stop Loss ให้กว้างกว่า Day Trading เล็กน้อยเพื่อเผื่อการแกว่งตัวของราคาแต่ก็ต้องไม่กว้างจนเกินไปจนทำให้ Risk สูงเกินไปโดยปกติแล้ว Risk ที่เหมาะสมสำหรับการ Swing Trading ไม่ควรเกิน 2-3% ต่อ trade และควรมี TP:SL อย่างน้อย 1:2 เช่นกัน
กลยุทธ์ Position Trading
Position Trading คือการเทรดที่เน้นการทำกำไรจากแนวโน้มระยะยาวโดยปกติแล้วจะถือสถานะเป็นเดือนหรืออาจจะถึงเป็นปี Position Trader จะพยายามจับจังหวะการเริ่มต้นของแนวโน้มใหญ่ๆและถือสถานะจนกว่าแนวโน้มนั้นจะเปลี่ยนไปกลยุทธ์นี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการลงทุนในระยะยาวและไม่ต้องการเฝ้าหน้าจอมากนักแต่ก็ต้องมีความเข้าใจในเรื่องของเศรษฐกิจมหภาคและปัจจัยพื้นฐานเป็นอย่างดี
Timeframe ที่นิยมใช้ในการ Position Trading คือ D1 (1 วัน) และ W1 (1 สัปดาห์) โดย D1 จะใช้ในการหาจังหวะเข้าเทรดส่วน W1 จะใช้ในการยืนยันแนวโน้มระยะยาวตัวอย่างเช่นหากคุณเห็นว่ากราฟ W1 เป็นขาขึ้นคุณก็ควรมองหาจังหวะ Buy ใน D1 เมื่อเกิดสัญญาณซื้อเช่นการ Breakout แนวต้านสำคัญหรือการ Rebound ที่แนวรับที่แข็งแกร่ง
Position Trading มีข้อดีคือสามารถทำกำไรได้มากที่สุดในบรรดากลยุทธ์ทั้งหมดเนื่องจากถือสถานะได้นานที่สุดแต่ก็มีความเสี่ยงที่สูงที่สุดเช่นกันเพราะต้องถือสถานะเป็นเวลานานซึ่งอาจเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ส่งผลกระทบต่อตลาดได้ดังนั้น Position Trader จึงต้องให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงเป็นพิเศษควรตั้ง Stop Loss ให้กว้างกว่า Swing Trading มากเพื่อเผื่อการแกว่งตัวของราคาในระยะยาวและควรติดตามข่าวสารและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิดเพื่อปรับกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป Risk ที่เหมาะสมสำหรับการ Position Trading ไม่ควรเกิน 1-2% ต่อ trade และอาจไม่มี TP ที่แน่นอนแต่จะใช้การ Trailing Stop เพื่อล็อคกำไรเมื่อราคาเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่ต้องการ
| กลยุทธ์ | ระยะเวลาถือสถานะ | Timeframe ที่ใช้ | ความเสี่ยง | ผลตอบแทน | เหมาะสำหรับ |
|---|---|---|---|---|---|
| Day Trading | 1 วัน | M15, H1 | ปานกลาง | ปานกลาง | คนที่ต้องการทำกำไรเร็วและมีเวลาเฝ้าหน้าจอ |
| Swing Trading | หลายวันถึงหลายสัปดาห์ | H4, D1 | สูง | สูง | คนที่ไม่มีเวลาเฝ้าหน้าจอมากนักแต่ต้องการทำกำไรมากกว่า Day Trading |
| Position Trading | หลายเดือนถึงหลายปี | D1, W1 | สูงมาก | สูงมาก | คนที่ต้องการลงทุนในระยะยาวและไม่ต้องการเฝ้าหน้าจอ |
หวังว่าตารางนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของกลยุทธ์ต่างๆได้ชัดเจนยิ่งขึ้นนะครับอย่างไรก็ตามการเลือกกลยุทธ์ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับสไตล์การเทรดความเสี่ยงที่รับได้และเวลาที่คุณมีดังนั้นควรศึกษาและทดลองใช้กลยุทธ์ต่างๆเพื่อค้นหากลยุทธ์ที่เหมาะกับตัวคุณมากที่สุด
เปรียบเทียบเวลาตลาด Forex กับเครื่องมือ/ทางเลือกอื่น
ในฐานะเทรดเดอร์ Forex ที่อยู่ในตลาดมาเกือบ 3 ทศวรรษผมบอกได้เลยว่าความเข้าใจเรื่องเวลาทำการของตลาด Forex มีความสำคัญอย่างยิ่งแต่ก่อนจะไปไกลกว่านั้นเรามาลองเปรียบเทียบตลาด Forex กับเครื่องมือทางการเงินอื่นๆเพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้นกันก่อนดีกว่าครับ
หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเราต้องมาเปรียบเทียบด้วย? คำตอบง่ายๆคือการเทรด Forex ไม่ใช่ตัวเลือกเดียวที่มีอยู่และแต่ละตลาดก็มีเอกลักษณ์ข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไปการเปรียบเทียบจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ว่าตลาดไหนเหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณมากที่สุด
ผมได้รวบรวมตารางเปรียบเทียบตลาด Forex กับตลาดหุ้นตลาด Cryptocurrency และตลาด Futures เพื่อให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนยิ่งขึ้นครับ
| เครื่องมือ/ทางเลือก | เวลาทำการ | ความผันผวน | สภาพคล่อง | ข้อดี | ข้อเสีย |
|---|---|---|---|---|---|
| Forex | 24 ชั่วโมง/5 วันทำการ | ปานกลาง – สูง | สูงมาก | เปิดทำการตลอดเวลา, ค่าธรรมเนียมต่ำ, โอกาสทำกำไรสูง | ความผันผวนสูง, ต้องใช้ Leverage, ความเสี่ยงสูง |
| ตลาดหุ้น | ตามเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ | ต่ำ – ปานกลาง | สูง | ลงทุนในบริษัท, มีปันผล, ความเสี่ยงต่ำกว่า Forex | เวลาทำการจำกัด, ค่าธรรมเนียมสูงกว่า, โอกาสทำกำไรน้อยกว่า |
| Cryptocurrency | 24 ชั่วโมง/7 วัน | สูงมาก | ปานกลาง | เปิดทำการตลอดเวลา, โอกาสทำกำไรสูงมาก, เทคโนโลยีใหม่ | ความผันผวนสูงมาก, ความเสี่ยงสูงมาก, ขาดกฎระเบียบ |
| Futures | เกือบ 24 ชั่วโมง (พักบางช่วง) | ปานกลาง – สูง | สูง | Leverage สูง, หลากหลายสินค้า, โอกาสทำกำไรสูง | ความผันผวนสูง, ต้องใช้ Leverage, ความเสี่ยงสูง |
ข้อดีของเวลาตลาด Forex
จากประสบการณ์ของผมข้อดีที่โดดเด่นที่สุดของเวลาทำการตลอด 24 ชั่วโมงของตลาด Forex คือ ความยืดหยุ่น ครับคุณสามารถเทรดได้ตามเวลาที่คุณสะดวกช่วงเช้าตรู่หลังเลิกงานหรือแม้แต่ช่วงกลางคืนทำให้ Forex เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่ทำงานประจำหรือมีภารกิจอื่นๆในช่วงเวลาปกติ
นอกจากนี้การที่ตลาด Forex เปิดทำการตลอดเวลาทำให้เกิดสภาพคล่องสูง ซึ่งหมายความว่าคุณสามารถซื้อขายได้ในราคาที่คุณต้องการโดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีคนซื้อหรือขายให้คุณหรือไม่สภาพคล่องที่สูงยังช่วยลด Slippage (การคลาดเคลื่อนของราคา) ซึ่งเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในตลาดที่มีสภาพคล่องต่ำ
อีกข้อดีที่สำคัญคือ โอกาสในการทำกำไรที่หลากหลาย ตลาด Forex มีคู่สกุลเงินให้เลือกเทรดมากมายแต่ละคู่ก็มีลักษณะการเคลื่อนที่และช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเทรดแตกต่างกันไปคุณสามารถเลือกคู่สกุลเงินที่เหมาะกับสไตล์การเทรดของคุณและใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูงเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไร
ที่สำคัญมากๆคือเรื่องของ การกระจายความเสี่ยงครับด้วยความที่ตลาด Forex เปิดทำการในหลาย Time Zone ทำให้คุณสามารถกระจายความเสี่ยงได้โดยการเทรดในช่วงเวลาที่แตกต่างกันหากมีข่าวร้ายเกิดขึ้นใน Time Zone หนึ่งคุณก็ยังมีโอกาสที่จะทำกำไรจาก Time Zone อื่นได้
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด การเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือที่ง่าย เนื่องจากตลาด Forex เป็นตลาดที่ใหญ่และมีการแข่งขันสูงทำให้มีโบรกเกอร์และเว็บไซต์มากมายที่ให้บริการข้อมูลและเครื่องมือวิเคราะห์ต่างๆฟรีหรือในราคาที่ไม่แพงคุณสามารถใช้ประโยชน์จากข้อมูลเหล่านี้เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะในการเทรดของคุณได้
ข้อเสียของเวลาตลาด Forex
ถึงแม้ว่าตลาด Forex จะมีข้อดีมากมายแต่ก็มีข้อเสียที่คุณต้องระวังเช่นกันข้อเสียที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ ความผันผวนสูง ตลาด Forex สามารถผันผวนอย่างรุนแรงได้ตลอดเวลาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีข่าวสำคัญหรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันความผันผวนที่สูงนี้อาจทำให้คุณทำกำไรได้อย่างรวดเร็วแต่ก็อาจทำให้คุณขาดทุนได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
อีกข้อเสียที่สำคัญคือ ต้องใช้ Leverage Leverage คือการใช้เงินทุนของโบรกเกอร์เพื่อเพิ่มขนาดของการซื้อขายของคุณ Leverage สามารถเพิ่มโอกาสในการทำกำไรของคุณได้อย่างมากแต่ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการขาดทุนของคุณได้อย่างมากเช่นกันหากคุณใช้ Leverage อย่างไม่ระมัดระวังคุณอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดของคุณได้
สุดท้ายคือ ความเสี่ยงสูง โดยรวมแล้ว Forex มีความเสี่ยงสูงกว่าการลงทุนในตลาดอื่นๆหากคุณไม่มีความรู้และทักษะที่เพียงพอคุณอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดของคุณได้ผมขอย้ำอีกครั้งว่า Forex ไม่เหมาะสำหรับทุกคนคุณควรศึกษาข้อมูลและฝึกฝนทักษะให้ดีก่อนที่จะเริ่มเทรดด้วยเงินจริง
เหมาะกับใคร? ไม่เหมาะกับใคร?
จากประสบการณ์ของผมตลาด Forex เหมาะสำหรับคนที่ มีเวลาศึกษาหาความรู้ และ พร้อมที่จะรับความเสี่ยงได้ หากคุณเป็นคนที่ชอบความท้าทายชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆและมีวินัยในการเทรด Forex อาจเป็นตลาดที่เหมาะกับคุณ
แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ ไม่ชอบความเสี่ยง หรือ ไม่มีเวลาศึกษาหาความรู้ Forex อาจไม่ใช่ตลาดที่เหมาะกับคุณคุณอาจจะพิจารณาลงทุนในตลาดอื่นๆที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าเช่นตลาดหุ้นหรือกองทุนรวม
สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจตัวเองและประเมินความเสี่ยงที่คุณรับได้ก่อนที่จะเริ่มเทรด Forex อย่าเทรดด้วยเงินที่คุณไม่สามารถเสียได้และอย่าลืมที่จะบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเหมาะสมนะครับ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับเวลาตลาด forex และวิธีหลีกเลี่ยง
ในโลกของการเทรด Forex ที่ผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาการเข้าใจเรื่องเวลาตลาดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งแต่ก็เป็นเรื่องที่เทรดเดอร์หลายคนมักมองข้ามหรือเข้าใจผิดอยู่บ่อยๆซึ่งความผิดพลาดเหล่านี้อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดและส่งผลเสียต่อผลกำไรได้เลยครับจากประสบการณ์ผม 28 ปีในตลาด Forex ผมได้รวบรวมข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับเวลาตลาด Forex และวิธีหลีกเลี่ยงเพื่อให้คุณสามารถนำไปปรับใช้และพัฒนาการเทรดของคุณให้ดียิ่งขึ้นไปอีก
1. ไม่สนใจช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องต่ำ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือการไม่สนใจช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องต่ำเช่นช่วงเช้าตรู่ของวันจันทร์หรือช่วงปลายวันศุกร์ก่อนตลาดปิดในช่วงเวลาเหล่านี้ปริมาณการซื้อขายจะเบาบางทำให้ Spread (ส่วนต่างราคาซื้อขาย) กว้างขึ้นและราคาอาจเคลื่อนไหวผิดปกติได้ง่ายหากคุณเทรดในช่วงเวลาเหล่านี้อาจทำให้คุณเสียเปรียบและโดน Stop Loss ได้ง่ายๆเลยครับ
วิธีหลีกเลี่ยงคือพยายามหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงเวลาที่มีสภาพคล่องต่ำหรือหากจำเป็นต้องเทรดจริงๆให้ลดขนาด Position Size ลงและตั้ง Stop Loss ให้กว้างขึ้นเพื่อป้องกันความผันผวนที่ไม่คาดฝันนอกจากนี้การติดตามข่าวสารและปฏิทินเศรษฐกิจอยู่เสมอจะช่วยให้คุณทราบถึงช่วงเวลาที่อาจมีข่าวสำคัญประกาศซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของตลาดได้
2. เทรดทุกคู่เงินในช่วงเวลาเดียวกัน
หลายคนอาจคิดว่าเมื่อตลาดเปิดทำการก็สามารถเทรดคู่เงินใดก็ได้ในช่วงเวลานั้นแต่ในความเป็นจริงแล้วแต่ละคู่เงินจะมีความเคลื่อนไหวที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับช่วงเวลาตัวอย่างเช่นคู่เงินที่มี USD เป็นส่วนประกอบมักจะมีความเคลื่อนไหวมากในช่วงตลาดอเมริกาเปิดทำการในขณะที่คู่เงินที่มี JPY เป็นส่วนประกอบมักจะมีความเคลื่อนไหวมากในช่วงตลาดเอเชียเปิดทำการการเทรดทุกคู่เงินในช่วงเวลาเดียวกันอาจทำให้คุณพลาดโอกาสในการทำกำไรจากคู่เงินที่คุณถนัดหรืออาจทำให้คุณเข้าไปเทรดในคู่เงินที่มีความผันผวนสูงเกินไปได้
วิธีแก้ไขคือศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะการเคลื่อนไหวของแต่ละคู่เงินในช่วงเวลาต่างๆจากนั้นเลือกเทรดเฉพาะคู่เงินที่คุณถนัดและมีความเคลื่อนไหวสอดคล้องกับกลยุทธ์ของคุณในช่วงเวลานั้นๆการใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคเช่น Volume Profile หรือ Session Breakout ก็สามารถช่วยให้คุณระบุช่วงเวลาที่มีโอกาสในการทำกำไรได้ง่ายขึ้น
3. ไม่ปรับกลยุทธ์ตามช่วงเวลา
กลยุทธ์การเทรดที่ใช้ได้ผลดีในช่วงเวลาหนึ่งอาจใช้ไม่ได้ผลในช่วงเวลาอื่นเนื่องจากสภาพตลาดและความผันผวนเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาการยึดติดกับกลยุทธ์เดิมๆโดยไม่ปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลาอาจทำให้คุณพลาดโอกาสในการทำกำไรหรืออาจทำให้คุณขาดทุนได้เลยครับยกตัวอย่างเช่นกลยุทธ์ Breakout อาจใช้ได้ผลดีในช่วงตลาดลอนดอนเปิดทำการซึ่งมักจะมีความผันผวนสูงแต่กลยุทธ์ Range Trading อาจเหมาะกว่าในช่วงตลาดเอเชียซึ่งมักจะมีความผันผวนต่ำกว่า
วิธีแก้ไขคือปรับกลยุทธ์การเทรดของคุณให้สอดคล้องกับสภาพตลาดและความผันผวนในช่วงเวลาต่างๆทดลองใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลาและบันทึกผลลัพธ์เพื่อวิเคราะห์ว่ากลยุทธ์ใดใช้ได้ผลดีที่สุดนอกจากนี้การติดตามข่าวสารและปฏิทินเศรษฐกิจอยู่เสมอจะช่วยให้คุณทราบถึงช่วงเวลาที่อาจมีข่าวสำคัญประกาศซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสภาพตลาดและความผันผวนได้
4. ละเลยผลกระทบของวันหยุด
วันหยุดต่างๆวันหยุดประจำชาติหรือวันหยุดทางศาสนาอาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องและความผันผวนของตลาด Forex ได้เนื่องจากธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆอาจปิดทำการหรือลดปริมาณการซื้อขายลงทำให้ Spread กว้างขึ้นและราคาอาจเคลื่อนไหวผิดปกติได้หากคุณไม่ระมัดระวังอาจทำให้คุณเสียเปรียบและโดน Stop Loss ได้ง่ายๆเลยครับ
วิธีหลีกเลี่ยงคือตรวจสอบปฏิทินวันหยุดล่วงหน้าและหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงวันหยุดหรือหากจำเป็นต้องเทรดจริงๆให้ลดขนาด Position Size ลงและตั้ง Stop Loss ให้กว้างขึ้นเพื่อป้องกันความผันผวนที่ไม่คาดฝันนอกจากนี้การติดตามข่าวสารและบทวิเคราะห์จากผู้เชี่ยวชาญก็สามารถช่วยให้คุณทราบถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากวันหยุดต่างๆได้
5. เทรดมากเกินไป (Overtrading) ในช่วงเวลาที่ชอบ
บางครั้งเราอาจมีความรู้สึกว่าช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่งเป็นช่วงเวลาที่เราถนัดและทำกำไรได้ดีทำให้เราเทรดมากเกินไป (Overtrading) ในช่วงเวลานั้นซึ่งอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดและทำให้เสียเงินได้ในที่สุดการ Overtrading มักเกิดจากความรู้สึกอยากเอาชนะตลาดหรือความกลัวที่จะพลาดโอกาสในการทำกำไร
วิธีแก้ไขคือกำหนดเป้าหมายการเทรดที่ชัดเจนและยึดมั่นในแผนการเทรดของคุณไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรหากคุณทำกำไรได้ตามเป้าหมายแล้วควรหยุดพักและกลับมาเทรดใหม่ในวันถัดไปนอกจากนี้การฝึกสติและควบคุมอารมณ์ก็เป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันการ Overtrading
คำเตือนความเสี่ยง: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงโปรดศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนและอย่าลงทุนในสิ่งที่คุณไม่เข้าใจ
คำเตือนความเสี่ยง: ผลการดำเนินงานในอดีตไม่ได้รับประกันผลการดำเนินงานในอนาคต
ประสบการณ์จริงจากอ.บอม 28 ปี
ผมขอยกตัวอย่างประสบการณ์จริงของผมเองตอนช่วง COVID ปี 2020 ที่ผ่านมาตลาดทองคำ (XAUUSD) ผันผวนมากๆจำได้เลยว่าวันหนึ่งราคาเหวี่ยงขึ้นลงเป็นร้อยๆจุดผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่เข้าไปเทรดในช่วงนั้นด้วยความมั่นใจในประสบการณ์และความรู้ที่สั่งสมมาผมก็เริ่มเปิด Position Size ใหญ่กว่าปกติเล็กน้อยเพราะคิดว่า “เอาอยู่” แต่สุดท้ายก็โดนตลาดเล่นงานจนต้องยอมแพ้ Cut Loss ไปหลายครั้งเลยครับ
บทเรียนที่ได้จากเหตุการณ์นั้นคือไม่ว่าเราจะเก่งกาจแค่ไหนหรือมีประสบการณ์มากเพียงใดตลาดก็สามารถพลิกผันได้เสมอและเราไม่ควรประมาทเด็ดขาดหลังจากนั้นผมก็ปรับกลยุทธ์ใหม่โดยลดขนาด Position Size ลงและให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงมากขึ้นนอกจากนี้ผมยังเพิ่มความระมัดระวังในการเทรดในช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูงและพยายามหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่มีข่าวสำคัญประกาศหลังจากปรับปรุงวิธีการเทรดผมก็เริ่มกลับมาทำกำไรได้อีกครั้งและสามารถรักษากำไรได้อย่างสม่ำเสมอมากขึ้น
อีกเคสหนึ่งเป็นลูกศิษย์ผมคนหนึ่งครับเขาเป็นคนที่ขยันและตั้งใจเรียนรู้มากแต่มีปัญหาเรื่องการควบคุมอารมณ์เวลาที่เขาเทรดเสียเขาจะพยายามแก้แค้นตลาดโดยการเพิ่มขนาด Position Size และเทรดถี่ขึ้นสุดท้ายก็ยิ่งเสียเงินมากขึ้นไปอีกผมได้แนะนำให้เขาฝึกสติและควบคุมอารมณ์โดยการทำสมาธิและจดบันทึกการเทรดอย่างละเอียดเพื่อวิเคราะห์ข้อผิดพลาดและปรับปรุงการเทรดของเขาหลังจากนั้นเขาก็เริ่มควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ้นและสามารถเทรดได้อย่างมีวินัยมากขึ้น
สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้คือการเทรด Forex ไม่ใช่เรื่องง่ายต้องใช้เวลาและความพยายามในการเรียนรู้และฝึกฝนอย่าท้อแท้หากคุณยังไม่ประสบความสำเร็จในทันทีจงเรียนรู้จากความผิดพลาดและพัฒนาตัวเองอยู่เสมอที่สำคัญที่สุดคือการบริหารความเสี่ยงและควบคุมอารมณ์เพราะสิ่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญของการเทรด Forex ให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนครับ
Case Study — ตัวอย่างเทรดจริงด้วยเวลาตลาด forex
จากประสบการณ์ 28 ปีของผมในตลาด Forex นะครับการเข้าใจเรื่องเวลาตลาดนี่สำคัญมากจริงๆเพราะมันส่งผลต่อสภาพคล่องความผันผวนและโอกาสในการทำกำไรอย่างชัดเจนผมจะยกตัวอย่างเคสจริงที่ผมเคยเจอมาให้ฟังกันเพื่อให้เห็นภาพว่าการใช้ประโยชน์จากเวลาตลาด Forex อย่างถูกต้องมันเป็นยังไงและถ้าพลาดไปจะเป็นยังไง
เคสที่ 1: กำไรจากการเข้าเทรดช่วง London Open
ช่วงต้นปี 2023 ผมเห็นโอกาสในคู่เงิน GBP/USD ช่วง London Open คือตอนนั้นข่าวเศรษฐกิจจาก UK ค่อนข้างดีและผมวิเคราะห์ว่าค่าเงินปอนด์น่าจะแข็งค่าขึ้นผมตัดสินใจเข้าเทรด Buy (Long) ที่ราคา 1.2050 ตั้ง Stop Loss (SL) ที่ 1.2000 (Risk 50 pips) และตั้ง Take Profit (TP) ที่ 1.2150 (Reward 100 pips) Risk Reward Ratio อยู่ที่ 1:2 ผมใช้ Risk Management โดยกำหนดความเสี่ยงไว้ที่ไม่เกิน 2% ของพอร์ต
ปรากฏว่าหลังจากเปิดตลาดลอนดอนไม่นานราคา GBP/USD ก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วตามที่คาดการณ์ไว้แรงซื้อเข้ามาเยอะมากและราคาไปถึง TP ที่ 1.2150 ภายในเวลาประมาณ 3 ชั่วโมงสรุปคือผมทำกำไรได้ 100 pips คิดเป็นประมาณ 4% ของพอร์ต (คำนวณจาก Lot Size ที่ใช้)
บทเรียนจากเคสนี้คือการเข้าเทรดในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูงอย่าง London Open สามารถสร้างโอกาสในการทำกำไรได้อย่างรวดเร็วแต่ก็ต้องมีการวางแผน Risk Management ที่ดีด้วยนะครับเพราะความผันผวนสูงก็หมายถึงความเสี่ยงที่สูงขึ้นเช่นกันการตั้ง SL ที่เหมาะสมจึงสำคัญมากๆ
เคสที่ 2: ขาดทุนจากการถือ Order ข้ามช่วงตลาด
ย้อนกลับไปช่วง COVID ระบาดหนักๆตอนปี 2020 ตอนนั้นผมเทรดทองคำ (XAUUSD) ค่อนข้างบ่อยมีอยู่ครั้งหนึ่งผมเปิด Order Sell (Short) ทองคำไว้ในช่วงตลาด New York ใกล้ปิดที่ราคา 1950 USD โดยมองว่าราคาทองคำน่าจะปรับตัวลงแต่ผมดันลืมปิด Order ก่อนตลาดปิดเพราะคิดว่าเดี๋ยวค่อยมาดูใหม่
พอเปิดตลาดเอเชียเช้าวันต่อมาปรากฏว่าราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงจากข่าวที่ไม่คาดฝันทำให้ Order ของผมติดลบไปเยอะมากผมตั้ง SL ไว้ที่ 1960 USD แต่ด้วยความผันผวนที่สูงมากราคา Gap ขึ้นไปชน SL อย่างรวดเร็วทำให้ผมขาดทุนไป 100 pips คิดเป็นประมาณ 3% ของพอร์ต
บทเรียนจากเคสนี้คือการถือ Order ข้ามช่วงตลาดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงถือเป็นความเสี่ยงที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะเราไม่สามารถคาดการณ์ข่าวหรือปัจจัยที่จะเกิดขึ้นในช่วงตลาดที่เราไม่ได้เฝ้าได้เลยทางที่ดีคือควรปิด Order ก่อนตลาดปิดหรืออย่างน้อยก็ควรปรับ SL ให้เหมาะสมเพื่อป้องกันความเสี่ยง
สิ่งที่อยากจะเน้นย้ำก็คือ Forex มีความเสี่ยงสูงนะครับทุกการลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนและอย่าลงทุนด้วยเงินที่ท่านไม่สามารถเสียได้ที่สำคัญห้ามกู้เงินมาเทรด Forex เด็ดขาด!
เครื่องมือและแพลตฟอร์มแนะนำสำหรับเวลาตลาด forex
ในการเทรด Forex ให้ประสบความสำเร็จการมีเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่ดีถือเป็นสิ่งสำคัญมากนะครับเพราะมันจะช่วยให้เราวิเคราะห์ตลาดวางแผนการเทรดและบริหารความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพผมจะแนะนำเครื่องมือและแพลตฟอร์มที่ผมใช้เป็นประจำและคิดว่ามีประโยชน์สำหรับเทรดเดอร์ทุกคนครับ
MT4/MT5 (MetaTrader 4/MetaTrader 5)
MetaTrader 4 (MT4) และ MetaTrader 5 (MT5) เป็นแพลตฟอร์มการซื้อขาย Forex ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลกครับด้วยอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายฟังก์ชันการทำงานที่ครบครันและ Community ขนาดใหญ่ทำให้ MT4/MT5 เป็นตัวเลือกแรกๆของเทรดเดอร์ทั้งมือใหม่และมืออาชีพ
MT4 เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่เน้นการเทรดแบบ Manual หรือใช้ Expert Advisors (EAs) ในการเทรดอัตโนมัติส่วน MT5 มีฟังก์ชันการทำงานที่หลากหลายกว่าเช่นมี Timeframe ให้เลือกมากกว่ามี Indicator และ Object ให้ใช้มากกว่าและรองรับการซื้อขายในตลาดอื่นๆนอกเหนือจาก Forex เช่นหุ้นและสินค้าโภคภัณฑ์
ข้อดีของ MT4/MT5 คือมี Broker จำนวนมากที่รองรับแพลตฟอร์มนี้ทำให้เราสามารถเลือก Broker ที่มีเงื่อนไขการซื้อขายที่ตรงกับความต้องการของเราได้นอกจากนี้ MT4/MT5 ยังมี Mobile App ที่ช่วยให้เราสามารถติดตามและบริหาร Order ได้จากทุกที่ทุกเวลา
TradingView
TradingView เป็นแพลตฟอร์ม Charting และ Social Networking สำหรับเทรดเดอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากครับจุดเด่นของ TradingView คือเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่หลากหลายกราฟที่สวยงามและ Community ที่แข็งแกร่ง
TradingView มี Indicator และ Drawing Tools ให้เลือกใช้มากมายทำให้เราสามารถวิเคราะห์กราฟได้อย่างละเอียดนอกจากนี้ TradingView ยังมีฟังก์ชัน Alert ที่ช่วยเตือนเมื่อราคาถึงระดับที่เรากำหนดไว้ทำให้เราไม่พลาดโอกาสในการเข้าเทรด
สิ่งที่ผมชอบมากเกี่ยวกับ TradingView คือ Community ของเขาครับเราสามารถติดตามเทรดเดอร์คนอื่นๆดูไอเดียการเทรดของพวกเขาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ทำให้เราได้เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
เครื่องมือเฉพาะทาง
นอกจาก MT4/MT5 และ TradingView แล้วยังมีเครื่องมือเฉพาะทางอื่นๆที่มีประโยชน์สำหรับการเทรด Forex ในช่วงเวลาต่างๆของตลาดตัวอย่างเช่น Forex Market Hours Indicator ที่จะช่วยแสดงเวลาเปิดปิดของตลาดต่างๆทั่วโลกบนกราฟ MT4/MT5 ทำให้เราสามารถวางแผนการเทรดได้อย่างแม่นยำ
นอกจากนี้ยังมี Volatility Calculator ที่จะช่วยคำนวณความผันผวนของคู่เงินต่างๆทำให้เราสามารถประเมินความเสี่ยงและปรับขนาด Lot Size ให้เหมาะสมหรือ News Calendar ที่จะช่วยติดตามข่าวเศรษฐกิจที่สำคัญซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาด Forex
การเลือกใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของเราจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเทรดและลดความเสี่ยงในการขาดทุนได้นะครับลองศึกษาและทดลองใช้เครื่องมือต่างๆดูแล้วเลือกเครื่องมือที่เหมาะกับคุณที่สุดครับ
- เรียนรู้เรื่อง Cloud Computing
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเวลาตลาด Forex
เวลาตลาด Forex คืออะไร?
เวลาตลาด Forex หมายถึงช่วงเวลาที่ตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเปิดทำการซึ่งไม่ใช่แค่เวลาใดเวลาหนึ่งตายตัวแต่เป็นช่วงเวลาต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ (จันทร์ถึงศุกร์) เพราะตลาด Forex เป็นตลาดโลกที่เชื่อมโยงกันเวลาทำการของแต่ละตลาดจะเหลื่อมกันทำให้มีสภาพคล่องและโอกาสในการเทรดตลอดเวลาถ้าให้พูดง่ายๆก็คือตลาด Forex มันไม่เคยหลับใหลเลยแหละครับ!
ลองนึกภาพตามนะครับตลาด Forex เริ่มต้นที่ตลาดซิดนีย์และโตเกียวในเอเชียจากนั้นก็จะส่งต่อให้ตลาดลอนดอนในยุโรปและปิดท้ายด้วยตลาดนิวยอร์กในอเมริกาพอตลาดนิวยอร์กใกล้ปิดตลาดซิดนีย์ก็เตรียมเปิดทำการอีกครั้งวนเวียนแบบนี้ไปเรื่อยๆทำให้เทรดเดอร์สามารถเทรดได้ตลอดเวลาที่ต้องการแต่ละช่วงเวลาตลาดก็จะมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปทั้งในด้านของปริมาณการซื้อขายความผันผวนและคู่เงินที่ได้รับความนิยมครับ
ที่สำคัญคือเวลาเปิด-ปิดที่ว่ามามันอิงตามเวลาท้องถิ่นของแต่ละประเทศนะครับดังนั้นเวลาที่แสดงในแพลตฟอร์ม MT4 หรือ MT5 ของเราก็อาจจะไม่ตรงกับเวลาบ้านเราเป๊ะๆเราต้องปรับเวลาให้ตรงกับ Broker ที่เราใช้ด้วยเพื่อให้การวิเคราะห์และวางแผนการเทรดแม่นยำที่สุดเพราะถ้าวางแผนผิดชีวิตเปลี่ยนได้เลยนะจะบอกให้!
เวลาตลาด Forex เหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่ไหม?
จริงๆแล้วเวลาตลาด Forex ไม่ได้จำกัดว่าเหมาะหรือไม่เหมาะกับเทรดเดอร์มือใหม่ครับแต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือความเข้าใจในลักษณะของแต่ละช่วงเวลาตลาดมากกว่าเพราะแต่ละช่วงก็มีความผันผวนและโอกาสที่แตกต่างกันไปเทรดเดอร์มือใหม่ควรเริ่มต้นจากการศึกษาและทำความเข้าใจลักษณะของแต่ละช่วงเวลาตลาดก่อนที่จะลงมือเทรดจริง
ยกตัวอย่างเช่นช่วงเวลาที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน (London-New York overlap) มักจะเป็นช่วงที่มีปริมาณการซื้อขายสูงและความผันผวนมากทำให้มีโอกาสในการทำกำไรได้มากแต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงสูงด้วยเช่นกันดังนั้นเทรดเดอร์มือใหม่ควรหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงเวลาที่มีความผันผวนสูงจนกว่าจะมีความเข้าใจและประสบการณ์ที่เพียงพอครับ
ผมแนะนำว่าให้เริ่มจากการเทรดในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนน้อยก่อนเช่นช่วงเวลาที่ตลาดเอเชียเปิดทำการหรือเลือกคู่เงินที่มีความผันผวนต่ำเช่น EUR/USD, GBP/USD และที่สำคัญคือการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด Risk ไม่เกิน 2% ต่อ trade นะครับจะได้ไม่เจ็บตัวเยอะ
วิธีใช้เวลาตลาด Forex ในการเทรด Forex ทำอย่างไร?
การใช้เวลาตลาด Forex ในการเทรด Forex มีหลายวิธีครับวิธีที่ง่ายที่สุดคือการเลือกเทรดในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูงเพราะช่วงนั้นจะมีโอกาสในการทำกำไรได้มากแต่ก็ต้องระวังความเสี่ยงที่สูงขึ้นด้วยเช่นกันอีกวิธีหนึ่งคือการเทรดตามแนวโน้มของตลาดในช่วงเวลาต่างๆเช่นถ้าตลาดเอเชียมีแนวโน้มเป็นขาขึ้นเราก็อาจจะรอซื้อในช่วงที่ตลาดยุโรปเปิดทำการ
อีกเทคนิคหนึ่งที่ผมใช้บ่อยๆคือการจับคู่ช่วงเวลาตลาดกับกลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสมยกตัวอย่างเช่นถ้าเราใช้กลยุทธ์ Scalping เราก็อาจจะเลือกเทรดในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูงเพื่อที่จะเก็บกำไรเล็กๆน้อยๆได้อย่างรวดเร็วแต่ถ้าเราใช้กลยุทธ์ Swing Trading เราก็อาจจะเลือกเทรดในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนน้อยเพื่อที่จะถือสถานะได้นานขึ้น
นอกจากนี้การติดตามข่าวสารและเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะข่าวเหล่านี้มักจะส่งผลกระทบต่อตลาดในช่วงเวลาต่างๆยกตัวอย่างเช่นถ้ามีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐฯตลาดนิวยอร์กก็จะมีความผันผวนสูงเป็นพิเศษเราก็อาจจะใช้ประโยชน์จากความผันผวนนี้ในการเทรดได้แต่ต้องระวังอย่าเทรดสวนเทรนด์นะครับเพราะมีโอกาสขาดทุนสูงมาก
เวลาตลาด Forex มีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง?
ข้อดีของเวลาตลาด Forex คือความยืดหยุ่นในการเทรดเนื่องจากตลาดเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงทำให้เทรดเดอร์สามารถเลือกเทรดในช่วงเวลาที่สะดวกได้ช่วงเช้าช่วงบ่ายหรือช่วงกลางคืนนอกจากนี้ตลาด Forex ยังมีสภาพคล่องสูงทำให้สามารถซื้อขายได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย
แต่ข้อเสียก็มีเช่นกันครับคือความผันผวนที่สูงในช่วงเวลาต่างๆอาจทำให้เกิดความเสี่ยงในการเทรดได้ง่ายโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์มือใหม่นอกจากนี้การที่ตลาดเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมงอาจทำให้เทรดเดอร์ต้องใช้เวลาในการติดตามข่าวสารและเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องซึ่งอาจเป็นเรื่องที่เหนื่อยล้าได้
ที่สำคัญคือการเทรด Forex ต้องใช้สมาธิและวินัยสูงมากหากเราไม่สามารถควบคุมอารมณ์และบริหารจัดการความเสี่ยงได้ก็มีโอกาสที่จะขาดทุนอย่างหนักได้ง่ายๆดังนั้นก่อนที่จะลงมือเทรดจริงเราต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งในด้านความรู้ความเข้าใจและจิตใจครับ
เวลาตลาด Forex เปรียบเทียบกับเครื่องมืออื่นต่างกันอย่างไร?
เวลาตลาด Forex ไม่ใช่เครื่องมือในการเทรดโดยตรงแต่เป็นข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนการเทรดครับมันแตกต่างจากเครื่องมืออื่นๆเช่น Indicators หรือ Chart Patterns ที่เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคแต่เวลาตลาด Forex เป็นข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ
ยกตัวอย่างเช่นเราอาจจะใช้ Indicator เช่น MACD หรือ RSI ในการหาจังหวะในการเข้าซื้อหรือขายแต่เราก็ต้องพิจารณาเวลาตลาด Forex ประกอบด้วยเพื่อที่จะเลือกเทรดในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับกลยุทธ์ของเราหรือเราอาจจะใช้ Chart Pattern เช่น Head and Shoulders หรือ Double Top ในการคาดการณ์แนวโน้มของตลาดแต่เราก็ต้องพิจารณาเวลาตลาด Forex ประกอบด้วยเพื่อที่จะยืนยันความถูกต้องของการคาดการณ์ของเรา
สรุปง่ายๆคือเวลาตลาด Forex เป็นข้อมูลพื้นฐานที่เทรดเดอร์ทุกคนต้องรู้และเข้าใจเพื่อที่จะสามารถวิเคราะห์และวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพครับมันเป็นเหมือนส่วนประกอบสำคัญในการทำอาหารถ้าเราไม่รู้ว่าวัตถุดิบแต่ละอย่างมีรสชาติและคุณสมบัติอย่างไรเราก็ไม่สามารถทำอาหารที่อร่อยได้ฉันใดก็ฉันนั้น
เริ่มต้นศึกษาเวลาตลาด Forex ควรเริ่มจากตรงไหน?
จุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดในการศึกษาเวลาตลาด Forex คือการทำความเข้าใจว่าตลาด Forex เปิดทำการเมื่อไหร่และปิดทำการเมื่อไหร่ในแต่ละช่วงเวลาจากนั้นให้ศึกษาลักษณะของแต่ละช่วงเวลาตลาดเช่นปริมาณการซื้อขายความผันผวนและคู่เงินที่ได้รับความนิยม
หลังจากนั้นลองศึกษาข่าวสารและเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจที่มักจะส่งผลกระทบต่อตลาดในช่วงเวลาต่างๆเช่นการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญการประชุมของธนาคารกลางหรือเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญเมื่อเรามีความรู้และความเข้าใจในข้อมูลเหล่านี้แล้วเราก็จะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการวิเคราะห์และวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สุดท้ายอย่าลืมฝึกฝนการเทรดในบัญชี Demo ก่อนที่จะลงมือเทรดในบัญชีจริงนะครับเพราะการฝึกฝนจะช่วยให้เราเข้าใจตลาดได้ดีขึ้นและช่วยให้เราสามารถพัฒนากลยุทธ์การเทรดที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของเราได้ที่สำคัญคืออย่าท้อแท้และให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอเพราะการเทรด Forex เป็นการเดินทางที่ยาวไกลต้องใช้เวลาและความอดทนครับ
สรุปเวลาตลาด Forex — สิ่งที่ต้องจำ
- ตลาด Forex เปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์ (จันทร์ถึงศุกร์)
- แต่ละช่วงเวลาตลาดมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกันไปทั้งในด้านของปริมาณการซื้อขายความผันผวนและคู่เงินที่ได้รับความนิยม
- เทรดเดอร์ควรเลือกเทรดในช่วงเวลาที่เหมาะสมกับกลยุทธ์การเทรดของตนเอง
- การติดตามข่าวสารและเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจเป็นสิ่งสำคัญเพราะข่าวเหล่านี้มักจะส่งผลกระทบต่อตลาดในช่วงเวลาต่างๆ
- การบริหารจัดการความเสี่ยงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเทรด Forex
- ควรฝึกฝนการเทรดในบัญชี Demo ก่อนที่จะลงมือเทรดในบัญชีจริง
คำแนะนำสุดท้ายจากอ.บอม: อย่ามองข้ามเรื่องเวลาตลาด Forex นะครับมันเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้คุณวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นแต่ก็อย่าลืมว่าไม่มีอะไรแน่นอนในตลาด Forex จงเรียนรู้และปรับตัวอยู่เสมอครับ
คำเตือนความเสี่ยง: Forex มีความเสี่ยงสูงโปรดเทรดด้วยความระมัดระวังและอย่าเทรดด้วยเงินที่คุณไม่สามารถเสียได้
หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านนะครับขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการเทรด Forex และอย่าลืมติดตาม iCafeFX เพื่อเรียนรู้เทคนิคและกลยุทธ์การเทรด Forex เพิ่มเติมนะครับแล้วเจอกันใหม่บทความหน้าครับทุกคน!
เคล็ดลับจากเทรดเดอร์มืออาชีพ 10 ข้อ
1. ทำความเข้าใจความผันผวนในช่วงเวลาต่างๆ
พูดตรงๆเลยนะความผันผวนของตลาด Forex ไม่ได้คงที่ตลอด 24 ชั่วโมงมันจะแตกต่างกันไปตามช่วงเวลาทำการของตลาดต่างๆทั่วโลกเช่นช่วงตลาดลอนดอนเปิด (London Session) เรามักจะเห็นความผันผวนที่สูงกว่าช่วงตลาดซิดนีย์ (Sydney Session) เปิดทำการดังนั้นการทำความเข้าใจว่าคู่เงินไหน (Currency Pair) มีแนวโน้มที่จะผันผวนมากที่สุดในช่วงเวลาไหนจะช่วยให้เราวางแผนการเทรดได้แม่นยำยิ่งขึ้น
ยกตัวอย่างง่ายๆเลยนะสมมติว่าคุณเทรด EUR/USD ซึ่งเป็นคู่เงินยอดนิยมการเทรดในช่วงตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน (London-New York Overlap) มักจะให้โอกาสในการทำกำไรมากกว่าเพราะมี Volume การซื้อขายที่สูงและข่าวเศรษฐกิจสำคัญๆมักจะถูกประกาศในช่วงเวลาเหล่านี้แหละ
จากประสบการณ์ผม 28 ปีการสังเกตพฤติกรรมของตลาดในช่วงเวลาต่างๆเป็นสิ่งสำคัญมากลองบันทึกข้อมูล (Journaling) การเทรดของคุณแล้ววิเคราะห์ดูว่าช่วงเวลาไหนที่คุณทำกำไรได้ดีที่สุดและช่วงเวลาไหนที่คุณควรหลีกเลี่ยง
2. ปรับกลยุทธ์ตาม Session
แต่ละ Session ของตลาด Forex จะมีลักษณะเฉพาะตัวที่แตกต่างกัน Volume การซื้อขาย, ความผันผวนหรือแม้กระทั่งทิศทางของราคาดังนั้นการใช้กลยุทธ์เดียวกันตลอด 24 ชั่วโมงอาจจะไม่ใช่ไอเดียที่ดีนักเราต้องปรับกลยุทธ์ให้เข้ากับแต่ละ Session เพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไร
เช่นถ้าคุณเป็น Scalper ที่ชอบเทรดสั้นๆอาจจะเหมาะกับการเทรดในช่วงตลาดลอนดอนหรือนิวยอร์กที่มี Volume สูงและความผันผวนมากแต่ถ้าคุณเป็น Swing Trader ที่ชอบถือออเดอร์นานๆอาจจะชอบเทรดในช่วงตลาดเอเชียที่มีความผันผวนน้อยกว่าและราคาเคลื่อนไหวในกรอบที่แคบกว่า
ลูกศิษย์ผมคนหนึ่งเคยใช้กลยุทธ์ Breakout ในช่วงตลาดเอเชียแต่ปรากฏว่า Breakout ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่มักจะเป็น False Breakout เพราะ Volume การซื้อขายไม่มากพอที่จะผลักดันราคาให้ไปในทิศทางที่ต้องการสุดท้ายเขาก็ต้องปรับกลยุทธ์มาเป็นการเทรด Range แทนถึงจะเริ่มทำกำไรได้ข้อมูลอ้างอิงจาก Forex กับ IT — ทำไม Programmer ถึงเทรดเก่ง ซึ่งอธิบายไว้อย่างละเอียด
3. จับตาข่าวเศรษฐกิจสำคัญ
ข่าวเศรษฐกิจสำคัญๆเช่นตัวเลข GDP, อัตราดอกเบี้ย, หรือตัวเลขการจ้างงานมีผลกระทบอย่างมากต่อตลาด Forex ราคาอาจจะพุ่งขึ้นหรือดิ่งลงอย่างรวดเร็วหลังจากการประกาศข่าวดังนั้นเราต้องจับตาดูปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar) และวางแผนการเทรดให้รอบคอบ
โดยปกติแล้วข่าวเศรษฐกิจจากประเทศที่มีสกุลเงินที่เราเทรดจะมีผลกระทบมากที่สุดเช่นถ้าคุณเทรด EUR/USD ข่าวเศรษฐกิจจากสหรัฐอเมริกาและยูโรโซนจะมีความสำคัญเป็นพิเศษนอกจากนี้ข่าวที่ไม่คาดฝัน (Surprise News) มักจะสร้างความผันผวนให้กับตลาดมากกว่าข่าวที่ตลาดคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า
ตอนปี 2020 ช่วง COVID ผมเทรดทอง (XAUUSD) ช่วงที่มีข่าวเกี่ยวกับวัคซีนออกมาราคาขึ้นลงแรงมากต้องระมัดระวังเป็นพิเศษเลยครับ
4. บริหารความเสี่ยงอย่างเคร่งครัด
ไม่ว่าคุณจะเทรดในช่วงเวลาไหนสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการบริหารความเสี่ยง (Risk Management) อย่างเคร่งครัดกำหนด Stop Loss (SL) และ Take Profit (TP) ให้ชัดเจนและอย่าเสี่ยงมากเกินไปในการเทรดแต่ละครั้ง
โดยทั่วไปแล้ว Risk ไม่ควรเกิน 2% ของเงินทุนทั้งหมดต่อการเทรดหนึ่งครั้งและอัตราส่วน TP:SL ควรจะอยู่ที่ 1:2 เป็นอย่างน้อยเพื่อให้คุณมีโอกาสทำกำไรในระยะยาวแม้ว่าจะมีบางครั้งที่ต้องขาดทุน
จำไว้เสมอว่า Forex มีความเสี่ยงสูงและไม่มีกลยุทธ์ใดที่สามารถการันตีผลกำไรได้ 100% การบริหารความเสี่ยงที่ดีจะช่วยปกป้องเงินทุนของคุณและทำให้คุณอยู่ในตลาดได้นานขึ้น
5. เลือก Broker ที่น่าเชื่อถือ
การเลือก Broker ที่น่าเชื่อถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพราะ Broker คือตัวกลางที่จะทำให้คุณสามารถเข้าถึงตลาด Forex ได้ Broker ที่ดีควรมีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่น่าเชื่อถือ, มี Spread ที่ต่ำ, มี Platform การเทรดที่เสถียร (เช่น MT4 หรือ MT5), และมี Customer Support ที่ดี
นอกจากนี้คุณควรตรวจสอบ Feedback และ Review จากนักเทรดคนอื่นๆก่อนที่จะตัดสินใจเลือก Broker เพราะบางครั้ง Broker ที่ดูดีจากภายนอกอาจจะมีปัญหาซ่อนอยู่เช่นการถอนเงินที่ล่าช้าหรือการ Manipulation ราคา
จากประสบการณ์ผม Broker ที่ดีจะช่วยให้การเทรดของคุณราบรื่นขึ้นและลดความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น
6. ใช้ประโยชน์จาก Correlation
คู่เงินต่างๆในตลาด Forex มีความสัมพันธ์กัน (Correlation) บางคู่เงินเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน (Positive Correlation) และบางคู่เงินเคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงกันข้าม (Negative Correlation) การทำความเข้าใจความสัมพันธ์เหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจเทรดได้ดีขึ้น
เช่นถ้าคุณเห็นว่า EUR/USD กำลังขึ้นและคุณรู้ว่า GBP/USD มี Positive Correlation กับ EUR/USD คุณก็อาจจะพิจารณาเปิด Order Buy ใน GBP/USD ด้วยเช่นกันแต่ต้องระวังเพราะบางครั้ง Correlation อาจจะไม่คงที่และอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
ผมแนะนำให้ใช้เครื่องมือ Correlation Matrix เพื่อช่วยในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของคู่เงินต่างๆจะทำให้เห็นภาพรวมได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
7. อย่าเทรดในช่วงที่มี Volatility สูงเกินไป
ถึงแม้ว่าความผันผวน (Volatility) จะเป็นโอกาสในการทำกำไรแต่ถ้า Volatility สูงเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดความเสี่ยงที่มากขึ้นได้เช่นกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่มีข่าวสำคัญหรือในช่วงที่ตลาดมีความไม่แน่นอนสูงสำหรับข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำให้อ่าน บทความ: Forex EA คืออะไร — ประกอบ
ในช่วงเวลาเหล่านี้ Spread อาจจะกว้างขึ้น Slippage อาจจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งและ Stop Loss ของคุณอาจจะถูก Hit ได้ง่ายๆดังนั้นถ้าคุณไม่มั่นใจในสถานการณ์ควรหลีกเลี่ยงการเทรดไปก่อนหรือลดขนาด Lot ที่ใช้ในการเทรดลง
จำไว้ว่าการรักษาเงินทุนสำคัญกว่าการพยายามทำกำไรในช่วงเวลาที่ยากลำบาก
8. พักผ่อนให้เพียงพอ
การเทรด Forex เป็นงานที่ต้องใช้สมาธิและความเครียดสูงการพักผ่อนให้เพียงพอเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งเพื่อให้คุณสามารถตัดสินใจได้อย่างมีเหตุผลและไม่ถูกอารมณ์ครอบงำ
การนอนหลับให้สนิท, การออกกำลังกาย, และการทำกิจกรรมที่ผ่อนคลายจะช่วยลดความเครียดและทำให้คุณมีสมาธิในการเทรดมากขึ้นนอกจากนี้การเทรดมากเกินไป (Overtrading) อาจจะทำให้คุณเหนื่อยล้าและตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย
ผมแนะนำให้กำหนดเวลาในการเทรดให้ชัดเจนและพักผ่อนเป็นระยะๆเพื่อให้สมองได้พักผ่อน
9. เรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
ตลาด Forex มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลากลยุทธ์ที่เคยใช้ได้ผลในอดีตอาจจะใช้ไม่ได้ผลในปัจจุบันดังนั้นเราต้องเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอศึกษาเทคนิคใหม่ๆ, อ่านหนังสือ, เข้าร่วมสัมมนา, และติดตามข่าวสารล่าสุดในตลาด
นอกจากนี้การวิเคราะห์ผลการเทรดของตัวเอง (Trade Analysis) จะช่วยให้คุณเห็นจุดแข็งและจุดอ่อนของตัวเองและปรับปรุงกลยุทธ์ให้ดีขึ้นได้
ผมเองก็ยังคงเรียนรู้อยู่เสมอแม้ว่าจะมีประสบการณ์มา 28 ปีแล้วก็ตามเพราะไม่มีใครที่รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับตลาด Forex
10. มีวินัยและอดทน
สุดท้ายนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดในการเทรด Forex คือการมีวินัยและอดทนทำตามแผนการเทรดที่วางไว้, ไม่เทรดตามอารมณ์, และไม่ยอมแพ้ง่ายๆการเทรด Forex ไม่ใช่การรวยทางลัดแต่เป็นการลงทุนระยะยาวที่ต้องใช้เวลาและความพยายาม
จำไว้ว่าความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืนแต่เกิดจากการฝึกฝนและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
ขอให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการเทรด Forex นะครับ!
| Session | เวลา (GMT) | คู่เงินที่น่าสนใจ | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|---|
| Sydney | 22:00 – 07:00 | AUD/USD, NZD/USD | Volatility ต่ำ, Range Bound |
| Tokyo | 00:00 – 09:00 | USD/JPY, EUR/JPY | JPY Crosses Active |
| London | 07:00 – 16:00 | EUR/USD, GBP/USD | Volatility สูง, Volume สูง |
| New York | 12:00 – 21:00 | USD/CAD, USD/JPY | ข่าวเศรษฐกิจสำคัญ, Overlap กับ London |
สถิติและข้อมูลตลาดล่าสุดเกี่ยวกับเวลาตลาด Forex (ตัวเลข %, มูลค่า, แนวโน้ม)
เอาล่ะครับมาเจาะลึกสถิติและข้อมูลตลาด Forex ล่าสุดกันหน่อยดีกว่าผมว่าเรื่องพวกนี้สำคัญมากนะเพราะมันจะช่วยให้เราเข้าใจภาพรวมของตลาดได้ดีขึ้นและวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเยอะเลยครับ
เริ่มกันที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาด Forex กันก่อนเลยนะครับข้อมูลล่าสุดในปี 2024 ชี้ให้เห็นว่าตัวเลขนี้ยังคงสูงถึง 7.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯต่อวัน! เยอะมากใช่มั้ยล่ะครับ? ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าตลาด Forex เป็นตลาดที่มีสภาพคล่องสูงที่สุดในโลกทำให้เราสามารถเข้าซื้อขายได้ง่ายและมีโอกาสทำกำไรได้ตลอดเวลา
ทีนี้มาดูสัดส่วนการซื้อขายตามช่วงเวลาบ้างดีกว่าครับจากสถิติพบว่าช่วงเวลาที่มีการซื้อขายมากที่สุดคือช่วงที่ตลาดลอนดอนและตลาดนิวยอร์กเปิดพร้อมกัน (ประมาณ 14:00 – 17:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ช่วงเวลานี้จะมี Volatility สูงทำให้มีโอกาสทำกำไรได้มากแต่ก็ต้องระมัดระวังความเสี่ยงด้วยนะครับ
นอกจากนี้ข้อมูลยังแสดงให้เห็นว่าคู่สกุลเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุดยังคงเป็น EUR/USD โดยมีสัดส่วนการซื้อขายประมาณ 28% ของปริมาณการซื้อขายทั้งหมดรองลงมาคือ USD/JPY และ GBP/USD ตามลำดับใครที่ชอบเทรดคู่เงินหลักๆเหล่านี้ก็ถือว่ามาถูกทางแล้วครับ
และที่น่าสนใจคือแนวโน้มการเติบโตของตลาด Forex ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกครับช่วงหลังๆมานี้เราจะเห็นว่ามีเทรดเดอร์หน้าใหม่ๆในแถบนี้เกิดขึ้นเยอะมากโดยเฉพาะในประเทศอย่างอินเดียและอินโดนีเซียทำให้ตลาด Forex ในเอเชียมีบทบาทสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆในระดับโลก
สิ่งสุดท้ายที่อยากจะพูดถึงคือเรื่องของเทคโนโลยีครับเทคโนโลยีใหม่ๆอย่าง AI และ Machine Learning เข้ามามีบทบาทในตลาด Forex มากขึ้นเรื่อยๆทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจเทรดมีความแม่นยำมากขึ้นแต่ก็อย่าลืมว่าไม่มีอะไร 100% นะครับต้องใช้วิจารณญาณในการเทรดอยู่เสมอ
ตารางสรุปช่วงเวลาตลาด Forex ที่สำคัญ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นผมได้สรุปช่วงเวลาตลาด Forex ที่สำคัญไว้ในตารางด้านล่างนี้ครับ
| ตลาด | เวลาเปิด-ปิด (ตามเวลาประเทศไทย) | คู่สกุลเงินที่นิยม | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|---|
| ซิดนีย์ | 05:00 – 14:00 น. | AUD/USD, NZD/USD | Volatility ต่ำ, เหมาะกับการ Scalping |
| โตเกียว | 07:00 – 16:00 น. | USD/JPY, EUR/JPY | สภาพคล่องปานกลาง, เหมาะกับการเทรดตาม Trend |
| ลอนดอน | 14:00 – 23:00 น. | EUR/USD, GBP/USD | Volatility สูง, สภาพคล่องสูง, เหมาะกับการ Day Trading |
| นิวยอร์ก | 19:00 – 04:00 น. | EUR/USD, USD/CAD | Volatility สูง, สภาพคล่องสูง, เหมาะกับการ Day Trading |
คำเตือน: Forex มีความเสี่ยงสูงโปรดศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อนตัดสินใจลงทุน
จากตารางนี้เราจะเห็นว่าแต่ละตลาดมีช่วงเวลาเปิด-ปิดและคู่สกุลเงินที่นิยมแตกต่างกันไปซึ่งเราสามารถนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับใช้ในการวางแผนการเทรดได้ครับยกตัวอย่างเช่นถ้าเราชอบเทรด EUR/USD ช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกันจะเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดเพราะจะมี Volatility และสภาพคล่องสูง
นอกจากนี้เรายังสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้ในการบริหารความเสี่ยงได้อีกด้วยครับยกตัวอย่างเช่นถ้าเราไม่ชอบ Volatility สูงเราอาจจะหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดพร้อมกันหรือเลือกเทรดคู่สกุลเงินที่มี Volatility ต่ำกว่า
สุดท้ายนี้ผมอยากจะย้ำอีกครั้งว่าข้อมูลและสถิติเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์ตลาด Forex เท่านั้นนะครับเรายังต้องพิจารณาปัจจัยอื่นๆอีกมากมายเช่นข่าวเศรษฐกิจ, เหตุการณ์ทางการเมือง, และ Sentiment ของตลาดเพื่อให้การตัดสินใจเทรดของเรามีความแม่นยำมากยิ่งขึ้น
เอาล่ะครับหวังว่าข้อมูลและสถิติที่ผมนำมาฝากในวันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่านนะครับถ้าใครมีคำถามหรือข้อสงสัยเพิ่มเติมสามารถสอบถามเข้ามาได้เลยนะครับผมยินดีตอบทุกคำถามครับ
ขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในการเทรด Forex นะครับ!
คำแนะนำสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มศึกษาเวลาตลาด forex
1. ทำความเข้าใจช่วงเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลก
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเข้าสู่วงการ Forex สิ่งแรกที่ต้องทำความเข้าใจคือตลาด Forex ไม่ได้เปิด 24 ชั่วโมงแบบที่เราเข้าใจกันจริงๆนะครับมันเปิดทำการตลอด 24 ชั่วโมง *ในวันทำการ* ก็จริงแต่เป็นการเปิดทำการต่อเนื่องกันของตลาดหลักทรัพย์ (Stock Exchange) ทั่วโลกซึ่งแต่ละตลาดก็มีเวลาทำการที่แตกต่างกันไป
ลองนึกภาพตามนะครับเริ่มต้นที่ตลาดซิดนีย์ออสเตรเลียเปิดก่อนตามด้วยตลาดโตเกียวญี่ปุ่น, ตลาดลอนดอนอังกฤษ, และปิดท้ายที่ตลาดนิวยอร์กสหรัฐอเมริกาแต่ละตลาดจะมีช่วงเวลาทำการที่คาบเกี่ยวกันทำให้เกิดสภาพคล่องและโอกาสในการเทรดที่แตกต่างกันไปในแต่ละช่วงเวลา
การรู้ว่าตลาดไหนเปิด-ปิดเมื่อไหร่สำคัญมากนะครับเพราะมันส่งผลต่อ Volatility (ความผันผวน) และสภาพคล่องของคู่เงินที่เราเทรดโดยตรงถ้าเราเทรดในช่วงที่ตลาดหลักเปิดทำการเรามักจะเจอกับ Volatility ที่สูงกว่าทำให้มีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้นแต่ก็ต้องระวังความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน
ยกตัวอย่างง่ายๆเลยนะครับถ้าเราเทรดคู่เงิน AUD/USD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย/ดอลลาร์สหรัฐ) ช่วงที่ตลาดซิดนีย์และนิวยอร์กเปิดทำการพร้อมกันจะเป็นช่วงที่มี Volatility สูงที่สุดเพราะมี Demand (อุปสงค์) และ Supply (อุปทาน) ของทั้งสองสกุลเงินเข้ามาในตลาดพร้อมๆกัน
จำไว้เสมอว่าการเข้าใจเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ทั่วโลกคือพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยให้เราวางแผนการเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ
2. เลือกช่วงเวลาเทรดที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของคุณ
หลังจากที่เราเข้าใจเวลาทำการของตลาดหลักทรัพย์ต่างๆแล้วขั้นตอนต่อไปคือการเลือกช่วงเวลาเทรดที่เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของเราครับไม่ใช่ว่าทุกช่วงเวลาจะเหมาะกับทุกคนนะครับเพราะแต่ละคนก็มีสไตล์การเทรดที่แตกต่างกันบางคนชอบเทรดสั้นๆเก็งกำไรเร็วๆ (Scalping) บางคนชอบเทรดระยะกลางถือออเดอร์ข้ามวัน (Day Trading) หรือบางคนชอบเทรดยาวๆถือออเดอร์เป็นสัปดาห์ (Swing Trading)
ถ้าคุณเป็น Scalper ที่ชอบเทรดเร็วๆช่วงเวลาที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทำการพร้อมกันอาจจะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับคุณเพราะเป็นช่วงที่มี Volatility สูงที่สุดทำให้มีโอกาสทำกำไรจากความผันผวนของราคาได้แต่ก็ต้องระวังความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นด้วยนะครับเพราะราคาอาจจะวิ่งผันผวนไปในทิศทางที่เราไม่คาดคิดได้
แต่ถ้าคุณเป็น Swing Trader ที่ชอบเทรดยาวๆอาจจะชอบช่วงเวลาที่ตลาดเอเชียเปิดทำการมากกว่าเพราะเป็นช่วงที่ตลาดค่อนข้างสงบ Volatility ไม่สูงมากทำให้เราสามารถวิเคราะห์แนวโน้มของราคาได้อย่างแม่นยำมากขึ้นและถือออเดอร์ได้นานขึ้น
นอกจากนี้การเลือกช่วงเวลาเทรดยังขึ้นอยู่กับคู่เงินที่เราเทรดด้วยนะครับอย่างที่ผมเคยบอกไปแล้วว่าถ้าเราเทรดคู่เงิน AUD/USD ช่วงที่ตลาดซิดนีย์และนิวยอร์กเปิดทำการพร้อมกันจะเป็นช่วงที่มี Volatility สูงที่สุดแต่ถ้าเราเทรดคู่เงิน EUR/JPY (ยูโร/เยนญี่ปุ่น) ช่วงที่ตลาดลอนดอนและโตเกียวเปิดทำการพร้อมกันอาจจะเป็นช่วงที่เหมาะกว่า
ดังนั้นลองสำรวจตัวเองดูนะครับว่าคุณมีสไตล์การเทรดแบบไหนและคู่เงินที่คุณเทรดมีความสัมพันธ์กับช่วงเวลาไหนมากที่สุดแล้วเลือกช่วงเวลาเทรดที่เหมาะสมกับคุณที่สุดครับ
3. เรียนรู้เรื่อง “Overlapping Hours” (ช่วงเวลาที่ตลาดเปิดพร้อมกัน)
Overlapping Hours หรือช่วงเวลาที่ตลาดเปิดทำการพร้อมกันเป็นอีกหนึ่ง Concept ที่สำคัญมากในการเทรด Forex ครับเพราะช่วงเวลาเหล่านี้มักจะเป็นช่วงที่มีสภาพคล่องสูง Volatility สูงและมี Volume การซื้อขายหนาแน่น
ช่วงเวลา Overlapping ที่สำคัญที่สุดคือช่วงที่ตลาดลอนดอนและนิวยอร์กเปิดทำการพร้อมกัน (ประมาณ 14:00 – 17:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ช่วงเวลานี้มักจะเป็นช่วงที่มีข่าวเศรษฐกิจสำคัญๆประกาศออกมาทำให้ราคาผันผวนอย่างรุนแรงและเป็นช่วงที่เทรดเดอร์ส่วนใหญ่นิยมเทรดกัน
นอกจากนี้ยังมีช่วงเวลา Overlapping อื่นๆที่น่าสนใจเช่นช่วงที่ตลาดซิดนีย์และโตเกียวเปิดทำการพร้อมกัน (ประมาณ 06:00 – 08:00 น. ตามเวลาประเทศไทย) ช่วงเวลานี้อาจจะไม่ผันผวนเท่าช่วงลอนดอน-นิวยอร์กแต่ก็เป็นช่วงที่มีสภาพคล่องพอสมควรและเหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ชอบเทรดคู่เงินที่เกี่ยวข้องกับ AUD และ JPY
การเข้าใจเรื่อง Overlapping Hours จะช่วยให้เราจับจังหวะการเทรดได้ดีขึ้นและเลือกช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเข้า-ออกออเดอร์ได้แม่นยำมากขึ้นครับลองสังเกตดูนะครับว่าช่วงเวลาไหนที่ตลาดมีความเคลื่อนไหวมากที่สุดและช่วงเวลาไหนที่ราคาค่อนข้าง Sideways (เคลื่อนที่ในกรอบแคบๆ) แล้วนำข้อมูลเหล่านี้มาปรับใช้ในการวางแผนการเทรดของคุณ
จำไว้ว่า Overlapping Hours คือโอกาสแต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นด้วยนะครับเตรียมพร้อมรับมือกับความผันผวนของราคาและบริหารจัดการความเสี่ยงให้ดีครับ
4. ติดตามข่าวเศรษฐกิจและปฏิทินเศรษฐกิจ
การติดตามข่าวเศรษฐกิจและปฏิทินเศรษฐกิจเลยสำหรับเทรดเดอร์ Forex ครับเพราะข่าวเศรษฐกิจต่างๆมีผลกระทบต่อค่าเงินอย่างมากโดยเฉพาะข่าวที่เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย, การจ้างงาน, GDP (ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ), และอัตราเงินเฟ้อ
ข่าวเศรษฐกิจสำคัญๆมักจะถูกประกาศออกมาในช่วงเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์เปิดทำการซึ่งจะส่งผลให้ราคาผันผวนอย่างรุนแรงในช่วงเวลาดังกล่าวยกตัวอย่างเช่นถ้าธนาคารกลางสหรัฐฯ (Federal Reserve หรือ Fed) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยดอลลาร์สหรัฐฯ (USD) มักจะแข็งค่าขึ้นทันทีทำให้คู่เงินที่มี USD เป็นส่วนประกอบ (เช่น EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY) ผันผวนอย่างมาก
ปฏิทินเศรษฐกิจ (Economic Calendar) เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เราทราบว่าจะมีข่าวเศรษฐกิจอะไรประกาศออกมาบ้างในวันและเวลาไหนเราสามารถหาปฏิทินเศรษฐกิจได้จากเว็บไซต์ Broker Forex ต่างๆหรือเว็บไซต์ข่าวเศรษฐกิจเช่น Investing.com และ ForexFactory.com
เมื่อเราทราบว่าจะมีข่าวเศรษฐกิจอะไรประกาศออกมาเราควรวางแผนการเทรดล่วงหน้าโดยอาจจะหลีกเลี่ยงการเทรดในช่วงเวลาก่อนและหลังการประกาศข่าวหรือถ้าเรามั่นใจในการวิเคราะห์ของเราก็อาจจะใช้โอกาสนี้ในการเทรดตามข่าว (News Trading) แต่ต้องระวังความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นด้วยนะครับ
การติดตามข่าวเศรษฐกิจและปฏิทินเศรษฐกิจอย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เราเข้าใจปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อค่าเงินและตัดสินใจเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ
5. ทดลองและปรับปรุงกลยุทธ์ของคุณอย่างต่อเนื่อง
สุดท้ายนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับการเป็นเทรดเดอร์ Forex ที่ประสบความสำเร็จคือการทดลองและปรับปรุงกลยุทธ์ของคุณอย่างต่อเนื่องครับไม่มีกลยุทธ์ใดที่สมบูรณ์แบบและใช้ได้ผลตลอดไปตลาด Forex มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอดังนั้นเราต้องเรียนรู้ที่จะปรับตัวและพัฒนากลยุทธ์ของเราให้เข้ากับสภาวะตลาด
เริ่มต้นด้วยการ Backtest กลยุทธ์ของคุณกับข้อมูลในอดีตเพื่อดูว่ากลยุทธ์ของคุณมีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหนจากนั้นลองนำกลยุทธ์ของคุณไปทดลองเทรดในบัญชี Demo (บัญชีจำลอง) เพื่อฝึกฝนและทำความคุ้นเคยกับกลยุทธ์
เมื่อคุณมั่นใจในกลยุทธ์ของคุณแล้วค่อยนำไปเทรดในบัญชีจริงแต่เริ่มต้นด้วย Lot Size (ขนาดสัญญา) เล็กๆก่อนนะครับและจดบันทึกผลการเทรดของคุณอย่างละเอียดเพื่อนำมาวิเคราะห์และปรับปรุงกลยุทธ์ต่อไป
อย่ากลัวที่จะลองผิดลองถูกนะครับการผิดพลาดคือส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ตราบใดที่เราเรียนรู้จากความผิดพลาดและไม่ยอมแพ้เราก็จะพัฒนาตัวเองให้เป็นเทรดเดอร์ที่เก่งขึ้นเรื่อยๆได้ครับ
จำไว้ว่าความสำเร็จในการเทรด Forex ไม่ได้มาจากการโชคช่วยแต่มาจากการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องการฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอและการปรับปรุงกลยุทธ์ของเราให้ดีขึ้นอยู่เสมอครับ
วิเคราะห์แนวโน้มเวลาตลาด forex ในปี 2026-2026
ผลกระทบของเทคโนโลยีต่อเวลาทำการของตลาด Forex
พูดตรงๆเลยนะจากประสบการณ์ผม 28 ปีในตลาด Forex ผมว่าเทคโนโลยีมีผลกระทบอย่างมากต่อเวลาทำการของตลาด Forex ในช่วงปี 2026-2026 เทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็วเช่นระบบการซื้อขายอัตโนมัติ (Algorithmic Trading) และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทำให้การซื้อขายเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมงจริงๆวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ก็ตาม
ยกตัวอย่างเช่น EA (Expert Advisor) หรือโปรแกรมเทรดอัตโนมัติที่ผมสร้างขึ้นมาเองตัวแรกในประเทศไทยมันสามารถทำงานได้ตลอด 24 ชั่วโมงโดยไม่ต้องมีคนคอยเฝ้าหน้าจอทำให้ตลาด Forex มีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาแม้แต่ในช่วงเวลาที่ตลาดหลักๆปิดทำการไปแล้วก็ตาม
นอกจากนี้เทคโนโลยี Blockchain และ Cryptocurrency ก็มีส่วนทำให้เวลาทำการของตลาด Forex เปลี่ยนแปลงไปเพราะ Cryptocurrency มีการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงทำให้ Broker หลายแห่งเริ่มเปิดให้บริการซื้อขาย Cryptocurrency ควบคู่ไปกับ Forex ซึ่งส่งผลให้เวลาทำการโดยรวมของตลาด Forex ยาวนานขึ้นไปอีก
การเปลี่ยนแปลงของสภาพคล่องในช่วงเวลาต่างๆ
สภาพคล่องของตลาด Forex ในแต่ละช่วงเวลาแตกต่างกันอย่างมากและมีแนวโน้มที่จะเปลี่ยนแปลงไปอีกในช่วงปี 2026-2026 จากประสบการณ์ของผมสภาพคล่องจะสูงที่สุดในช่วงที่ตลาดลอนดอนและตลาดนิวยอร์กเปิดทำการพร้อมกัน (Overlap) ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ Volatility สูงและมีโอกาสทำกำไรได้มากแต่ก็มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน
ในช่วงเวลาที่ตลาดเอเชียเปิดทำการสภาพคล่องอาจจะน้อยกว่าแต่ก็มีโอกาสในการเทรดคู่เงิน AUD, JPY และ NZD ซึ่งมีความผันผวนในตัวเองอยู่แล้วผมแนะนำว่าควรศึกษาลักษณะของคู่เงินแต่ละสกุลให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจเทรดในช่วงเวลาดังกล่าว
สิ่งที่ต้องระวังคือช่วงเวลาที่มีข่าวสำคัญประกาศออกมาเช่นตัวเลขเศรษฐกิจหรือการแถลงการณ์ของธนาคารกลางเพราะช่วงเวลานั้น Volatility จะสูงมากและอาจทำให้เกิด Slippage หรือ Spread ที่กว้างผิดปกติได้ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลการเทรดของเราได้
ผลกระทบของปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมืองต่อเวลาทำการ
ปัจจัยทางเศรษฐกิจและการเมืองมีผลกระทบอย่างมากต่อเวลาทำการของตลาด Forex โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงปี 2026-2026 ที่สถานการณ์โลกมีความผันผวนสูงมากยกตัวอย่างเช่นการเลือกตั้งประธานาธิบดีในประเทศสำคัญๆหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางอาจส่งผลให้ตลาด Forex ผันผวนอย่างรุนแรงและทำให้ Broker บางแห่งต้องปรับเวลาทำการหรือเพิ่ม Margin Requirement เพื่อป้องกันความเสี่ยง
ในช่วง COVID-19 ที่ผ่านมาเราได้เห็นแล้วว่าสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันสามารถส่งผลกระทบต่อตลาด Forex ได้อย่างไรดังนั้นนักเทรดควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอนอยู่เสมอการมีแผนสำรอง (Contingency Plan) เป็นสิ่งสำคัญมากในการเทรด Forex
นอกจากนี้ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical Risk) ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องจับตามองเพราะอาจส่งผลกระทบต่อค่าเงินและทำให้ตลาด Forex ผันผวนได้เช่นกันดังนั้นการวิเคราะห์ข่าวสารและทำความเข้าใจสถานการณ์โลกจึงเป็นทักษะที่สำคัญสำหรับนักเทรด Forex ในยุคปัจจุบัน
| ช่วงเวลา | ตลาดที่เปิดทำการ | คู่เงินที่มีสภาพคล่องสูง | ปัจจัยที่ต้องระวัง |
|---|---|---|---|
| 06:00 – 15:00 น. (เวลาไทย) | ตลาดลอนดอน | EUR/USD, GBP/USD, EUR/GBP | ข่าวเศรษฐกิจจากยุโรป |
| 13:00 – 22:00 น. (เวลาไทย) | ตลาดนิวยอร์ก | USD/JPY, USD/CAD, AUD/USD | ข่าวเศรษฐกิจจากสหรัฐฯ |
| 19:00 – 04:00 น. (เวลาไทย) | ตลาดซิดนีย์ | AUD/USD, NZD/USD | ข่าวเศรษฐกิจจากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ |
| 07:00 – 16:00 น. (เวลาไทย) | ตลาดโตเกียว | USD/JPY, EUR/JPY | ข่าวเศรษฐกิจจากญี่ปุ่น |
“Forex มีความเสี่ยงสูงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนและไม่ควรลงทุนในเงินที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต”
อ.บอม iCafe Forex
📚 บทความแนะนำจาก iCafeForex
FAQ เพิ่มเติม 5 ข้อเกี่ยวกับเวลาตลาด Forex
1. ทำไมเวลาเปิด-ปิดของตลาด Forex ถึงสำคัญต่อการเทรด?
พูดตรงๆเลยนะเรื่องเวลาเปิดปิดตลาด Forex เนี่ยสำคัญมากๆเพราะมันส่งผลต่อสภาพคล่อง (Liquidity) และความผันผวน (Volatility) ของคู่เงินที่เราเทรดโดยตรงเลยแหละครับลองนึกภาพตามนะถ้าตลาดเปิดพร้อมๆกันหลายแห่งเนี่ยนักลงทุนจากทั่วโลกก็จะเข้ามาซื้อขายกันอย่างคึกคักทำให้มีปริมาณการซื้อขายสูงราคาเคลื่อนไหวเร็วโอกาสทำกำไรก็มีมากขึ้นแต่ในขณะเดียวกันความเสี่ยงก็สูงขึ้นด้วยไง
แต่ถ้าเป็นช่วงที่ตลาดบางแห่งปิดทำการไปแล้วเช่นตลาดนิวยอร์กปิดตลาดลอนดอนก็ปิดตามสภาพคล่องก็จะลดลงราคาอาจจะเคลื่อนไหวช้าหรือบางทีก็ไม่ค่อยไปไหนเลยทำให้การเทรดในช่วงนั้นยากขึ้นต้องใช้ความอดทนสูงและอาจจะต้องถือออเดอร์ข้ามวันข้ามคืนซึ่งก็มีความเสี่ยงเพิ่มเติมอีก
ยกตัวอย่างง่ายๆเลยนะตอนปี 2020 ช่วง COVID เนี่ยผมเทรดทองคำ (XAUUSD) เป็นหลักสังเกตได้เลยว่าช่วงตลาดลอนดอนเปิดเนี่ยทองคำจะวิ่งแรงมากบางทีวิ่งเป็นสิบๆดอลลาร์ภายในไม่กี่นาทีแต่พอตลาดนิวยอร์กปิดทองคำก็จะเริ่มเงียบๆซึมๆไปจนถึงเช้าวันใหม่
ดังนั้นการรู้เวลาเปิดปิดของตลาด Forex แต่ละแห่งจึงเป็นสิ่งสำคัญมากในการวางแผนการเทรดของเราถ้าเราชอบเทรดแบบเร็วๆเก็งกำไรระยะสั้นก็ควรจะเทรดในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูงแต่ถ้าเราชอบเทรดแบบใจเย็นๆถือยาวๆก็อาจจะเลือกเทรดในช่วงที่ตลาดเงียบๆก็ได้แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหนสิ่งสำคัญที่สุดคือการบริหารความเสี่ยงให้ดีครับ Risk ไม่เกิน 2% ต่อ trade นี่คือหลักการที่ผมยึดมั่นมาตลอด 28 ปี
2. ช่วงเวลาใดในตลาด Forex ที่มีความผันผวนมากที่สุดและควรหลีกเลี่ยงช่วงเวลาใด?
จากประสบการณ์ผม 28 ปีช่วงเวลาที่ตลาด Forex ผันผวนมากที่สุดคือช่วงที่ตลาดลอนดอนและตลาดนิวยอร์กเปิดทำการพร้อมกันครับช่วงเวลานี้ประมาณ 14:00 – 17:00 น. ตามเวลาประเทศไทยเพราะเป็นช่วงที่นักลงทุนจากทั้งสองฝั่งทวีปเข้ามาซื้อขายพร้อมๆกันทำให้มีปริมาณการซื้อขายมหาศาลราคาจึงเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและรุนแรง
ช่วงเวลานี้เหมาะสำหรับนักเทรดที่ชอบความท้าทายชอบเก็งกำไรระยะสั้นเพราะมีโอกาสทำกำไรได้มากแต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงสูงมากเช่นกันถ้าเราไม่มีประสบการณ์หรือไม่มีระบบเทรดที่ดีพออาจจะโดนลากหรือโดน Stop Loss ได้ง่ายๆเลยนะ
ส่วนช่วงเวลาที่ควรหลีกเลี่ยงคือช่วงที่ตลาดซิดนีย์และตลาดโตเกียวเปิดทำการครับช่วงเวลานี้ประมาณ 05:00 – 14:00 น. ตามเวลาประเทศไทยเพราะเป็นช่วงที่ตลาดมีความผันผวนต่ำสภาพคล่องน้อยราคาไม่ค่อยวิ่งทำให้การเทรดยากและเสียเวลาโดยใช่เหตุ
นอกจากนี้ช่วงก่อนและหลังการประกาศข่าวสำคัญทางเศรษฐกิจก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นกันเพราะช่วงเวลานี้ตลาดจะมีความผันผวนสูงมากราคาอาจจะวิ่งสวนทางกับที่เราคาดการณ์ไว้ทำให้เกิดความเสียหายได้ครับดังนั้นถ้าไม่จำเป็นจริงๆก็ควรงดเทรดในช่วงเวลาดังกล่าวจะดีกว่า
3. เวลาตลาด Forex มีผลต่อการเลือกคู่เงินในการเทรดอย่างไร?
เรื่องนี้สำคัญมากเลยนะเวลาตลาด Forex มีผลต่อการเลือกคู่เงินในการเทรดอย่างมากครับเพราะแต่ละคู่เงินจะมีความสัมพันธ์กับสกุลเงินของประเทศต่างๆที่มีตลาด Forex ตั้งอยู่เช่นคู่เงิน EUR/USD จะมีความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจของยุโรปและสหรัฐอเมริกาดังนั้นในช่วงที่ตลาดลอนดอนและตลาดนิวยอร์กเปิดทำการคู่เงินนี้จะมีความผันผวนสูงเป็นพิเศษ
ในขณะที่คู่เงิน AUD/JPY จะมีความสัมพันธ์กับเศรษฐกิจของออสเตรเลียและญี่ปุ่นดังนั้นในช่วงที่ตลาดซิดนีย์และตลาดโตเกียวเปิดทำการคู่เงินนี้จะมีความผันผวนสูงกว่าคู่เงินอื่นๆดังนั้นถ้าเราอยากเทรดคู่เงินไหนก็ควรเลือกเทรดในช่วงที่ตลาดของประเทศที่เกี่ยวข้องกับคู่เงินนั้นเปิดทำการครับ
ยกตัวอย่างลูกศิษย์ผมคนหนึ่งเขาชอบเทรดคู่เงิน GBP/JPY เพราะเป็นคู่เงินที่มีความผันผวนสูงและมีโอกาสทำกำไรได้มากแต่เขาจะเทรดเฉพาะในช่วงที่ตลาดลอนดอนและตลาดโตเกียวเปิดทำการพร้อมกันเท่านั้นเพราะเป็นช่วงที่คู่เงินนี้มีความผันผวนสูงสุดและมีโอกาสเกิด Breakout ได้ง่าย
แต่ถ้าเราไม่แน่ใจว่าจะเลือกคู่เงินไหนดีก็อาจจะลองเทรดคู่เงินหลักๆอย่าง EUR/USD, GBP/USD, USD/JPY หรือ AUD/USD ก่อนก็ได้เพราะคู่เงินเหล่านี้มีความผันผวนสูงสภาพคล่องดีและมีข้อมูลข่าวสารให้ติดตามมากมาย
4. สามารถใช้โปรแกรมช่วยเทรด (EA) ให้สอดคล้องกับเวลาตลาด Forex ได้อย่างไร?
แน่นอนครับเราสามารถใช้โปรแกรมช่วยเทรด (EA) ให้สอดคล้องกับเวลาตลาด Forex ได้อย่างมีประสิทธิภาพเลยแหละครับหลักการง่ายๆคือเราต้องตั้งค่า EA ให้ทำงานเฉพาะในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนสูงและหยุดทำงานในช่วงเวลาที่ตลาดมีความผันผวนต่ำ
ยกตัวอย่างเช่นถ้าเราต้องการเทรดคู่เงิน EUR/USD ในช่วงที่ตลาดลอนดอนและตลาดนิวยอร์กเปิดทำการเราก็สามารถตั้งค่า EA ให้เริ่มทำงานตอน 14:00 น. และหยุดทำงานตอน 17:00 น. ตามเวลาประเทศไทยได้เลยครับนอกจากนี้เรายังสามารถตั้งค่า EA ให้ปรับขนาด Lot Size ตามความผันผวนของตลาดได้ด้วยเช่นถ้าตลาดมีความผันผวนสูง EA ก็จะเพิ่ม Lot Size ให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำกำไรแต่ถ้าตลาดมีความผันผวนต่ำ EA ก็จะลด Lot Size ลงเพื่อลดความเสี่ยง
EA Semi-Auto ตัวแรกของไทยที่ผมสร้างขึ้นมาก็มีฟังก์ชันนี้เหมือนกันครับสามารถตั้งค่าให้ EA ทำงานเฉพาะในช่วงเวลาที่เราต้องการได้ช่วยให้เราไม่ต้องเสียเวลาเฝ้าหน้าจอและสามารถเทรดได้ตลอด 24 ชั่วโมง
แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการใช้ EA คือการทดสอบ (Backtest) และปรับแต่ง (Optimize) EA ให้เหมาะสมกับสไตล์การเทรดของเราและสภาวะตลาดในปัจจุบันเพราะ EA ที่ดีที่สุดคือ EA ที่เราเข้าใจและสามารถควบคุมได้อย่างเต็มที่
5. ปัจจัยอื่นๆนอกเหนือจากเวลาที่มีผลต่อตลาด Forex มีอะไรบ้าง?
นอกจากเรื่องเวลาแล้วปัจจัยอื่นๆที่มีผลต่อตลาด Forex ก็มีอีกเยอะแยะเลยครับผมจะสรุปให้ฟังง่ายๆนะ
- ข่าวเศรษฐกิจ: พวกข่าวประกาศตัวเลข GDP, อัตราดอกเบี้ย, การจ้างงานนี่มีผลสุดๆทำให้ตลาดผันผวนได้มาก
- เหตุการณ์ทางการเมือง: การเลือกตั้ง, สงคราม, ความขัดแย้งระหว่างประเทศพวกนี้ก็ทำให้ตลาดปั่นป่วนได้เหมือนกัน
- นโยบายการเงิน: การตัดสินใจของธนาคารกลางเช่น FED, ECB เรื่องดอกเบี้ยหรือมาตรการ QE มีผลต่อค่าเงินโดยตรง
- ความเชื่อมั่นของนักลงทุน: ถ้าคนเชื่อมั่นในเศรษฐกิจประเทศไหนค่าเงินประเทศนั้นก็จะแข็งค่าขึ้น
- อุปสงค์และอุปทาน: ถ้ามีความต้องการซื้อเงินสกุลไหนมากราคาก็จะสูงขึ้น
ดังนั้นเวลาเทรด Forex เราต้องติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ให้รอบด้านไม่ใช่ดูแค่กราฟอย่างเดียวเพราะตลาด Forex มันซับซ้อนกว่าที่เราคิดเยอะครับ
ที่สำคัญที่สุดคืออย่าเทรดด้วยเงินที่กู้มาหรือเงินที่จำเป็นต้องใช้เพราะ Forex มีความเสี่ยงสูงอาจจะทำให้เราหมดตัวได้เลยนะครับต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี TP:SL อย่างน้อย 1:2 นี่คือสิ่งที่ผมแนะนำเสมอ
และสุดท้ายอย่าลืมศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่เสมอเพราะตลาด Forex เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาถ้าเราหยุดเรียนรู้เราก็จะถูกทิ้งไว้ข้างหลังครับ
✍️ เกี่ยวกับผู้เขียน
อ.บอม (iCafe Forex) — เทรดเดอร์มืออาชีพประสบการณ์ 28 ปีผู้ก่อตั้ง iCafeForex.com และ SiamCafe.net (ตั้งแต่ปี 1997) ผู้สร้าง EA Semi-Auto ตัวแรกของไทยสอนเทรด Forex ผ่าน YouTube @icafefx
⚠️ การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดควรศึกษาให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน
📚 บทความที่เกี่ยวข้อง
- Forex Trading: ป้องกันพอร์ตแตก! คู่มือ Risk Management ฉบับมือใหม่เข้าใจง่าย
- MT5 Tips: เคล็ดลับขั้นเทพเทรด Forex ให้ปังด้วย MetaTrader 5
- พิชิตตลาด Forex ด้วย 5 สุดยอดกลยุทธ์: ฉบับใช้งานได้จริงสำหรับเทรดเดอร์ไทย
- วิเคราะห์ Forex วันนี้: เทรดได้อย่างมั่นใจ [2026]
- Stochastic Oscillator วิธีใช้งานสำหรับเทรด Forex [2026]
เวลาเทรด Forex ที่ดีที่สุดสำหรับคนไทย
เวลาเทรด Forex ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ไทยคือช่วง London-New York Overlap (19:00-23:00 เวลาไทย) เพราะมี Volume สูงสุดและ Spread แคบที่สุด ตลาด Forex เปิด 24 ชั่วโมง 5 วัน แบ่งเป็น 4 เซสชัน: Sydney (04:00-13:00), Tokyo (06:00-15:00), London (14:00-23:00), New York (19:00-04:00) ควรหลีกเลี่ยงการเทรดช่วงข่าวสำคัญหากยังไม่มีประสบการณ์







TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文