![ค่าสว็อปคืออะไรวิธีคำนวณดอกเบี้ยข้ามคืน [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/nas-15294-indicator-forex-%E0%B8%97-%E0%B9%81%E0%B8%A1-%E0%B8%99-%E0%B8%A2-%E0%B8%B2-%E0%B8%97-%E0%B8%AA.jpg)
ตอนผมเริ่มเทรดใหม่ๆสมัยที่อินเทอร์เน็ตยังเป็น dial-up เสียง “แคร่กๆแคร่กๆ” ดังลั่นก่อนจะต่อติดนั่นแหละครับผมเป็นคนไอทีที่คลุกคลีกับการเขียนโค้ดมาตั้งแต่ยุค 80s เห็นกราฟเห็นตัวเลขอะไรก็คิดว่าตัวเองเข้าใจหมดแล้วพอมองเห็นตลาด Forex มันก็เหมือนเห็นเกมใหม่ที่ท้าทายดีเลยลองโดดลงมาเล่นดูตอนนั้นก็มั่นใจในตรรกะและระบบของตัวเองสุดๆครับคิดว่าแค่ดูกราฟเป็นตีเส้นเป็นอ่านข่าวได้ก็พอแล้วแต่โลกของการเทรดมันไม่ง่ายอย่างที่คิดครับไม่ใช่แค่ซื้อถูกขายแพงแล้วจบมีอะไรซ่อนอยู่ใต้พรมอีกเยอะเลยผมเองก็เคยเจอครับเปิดออเดอร์ทิ้งไว้ข้ามคืนอย่างมั่นใจกะว่าจะรันเทรนด์ยาวๆตื่นเช้ามาดูพอร์ตแทนที่จะได้กำไรตามที่คำนวณไว้เป๊ะๆกลับเห็นตัวเลขมันแหว่งๆไปนิดหน่อยบางทีก็หายไปเยอะจนน่าตกใจแรกๆก็งงนะว่ามันคืออะไรทำไมเงินในพอร์ตถึงลดลงทั้งที่ราคาก็ยังไม่ถึงจุด Stop Loss เราเลยเหมือนเวลาเราเขียนโค้ดแหละครับเราเห็นแค่หน้าจอสวยๆแต่เบื้องหลังมันมีฐานข้อมูลมี API มี Logic ซับซ้อนมากมายที่ต้องจัดการการเทรดก็เหมือนกันคุณเห็นแค่ราคา Bid/Ask แต่เบื้องหลังมันมีเรื่องค่าธรรมเนียมมีค่าสเปรดมีเรื่องที่มองไม่เห็นอีกหลายอย่างและหนึ่งในนั้นที่หลายคนมองข้ามหรือไม่เข้าใจลึกซึ้งก็คือ “ค่าสว็อป” นี่แหละครับค่าสว็อปเนี่ยถ้าไม่เข้าใจมันดีๆมันสามารถกัดกินกำไรของเราไปได้เยอะเลยนะครับโดยเฉพาะเทรดเดอร์ที่ชอบถือออเดอร์ข้ามคืนหรือที่เรียกว่า Swing Trade หรือ Position Trade ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับมันเป็นพิเศษเลยครับเพราะมันคือต้นทุนแฝงที่วิ่งอยู่ตลอดเวลาเหมือนนาฬิกาที่เดินติ๊กๆรอเวลาตัดรอบทุกวันนั่นแหละครับเรากับมันแบบเจาะลึกกันดีกว่าเหมือนที่เราแกะโค้ดดูกันทีละบรรทัดนั่นแหละครับ
- ค่าสว็อปคืออะไร? ทำไมต้องมีมันด้วย?
- Swap คิดยังไง? มาเจาะลึกการคำนวณกัน
- Swap ไม่ใช่แค่บวกกับลบมันมีอะไรซับซ้อนกว่านั้นเยอะ
- มาลองคำนวณ Swap กันจริงๆจังๆพร้อมตัวอย่างสถานการณ์
- เคล็ดลับจากประสบการณ์
- ค่าสว็อปคืออะไรกันแน่?
- กลไกเบื้องหลังค่าสว็อป
- ตัวอย่างคำนวณจริง
- Case Study
- เปรียบเทียบ: บัญชี Standard vs. Swap-Free
- การนำค่าสว็อปไปใช้ในกลยุทธ์การเทรด
- สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้เกี่ยวกับสว็อป
- สรุปจากใจอ.บอม
- คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- สรุป
- ค่าสว็อป (Swap): เจาะลึกกลยุทธ์ขั้นสูงและกรณีศึกษาจริง
- ข้อมูล เพิ่มเติม ที่ ควร ทราบ
- ข้อมูล เพิ่มเติม ที่ ควร ทราบ
- FAQ
ค่าสว็อปคืออะไร? ทำไมต้องมีมันด้วย?
💡 อ่านบทความหลักของหมวดนี้: วิธี Copy MT4 รันหลายบัญชีพร้อมกัน [คลิป+คู่มือฉบับสมบูรณ์] 2026
มาเริ่มกันที่พื้นฐานก่อนเลยนะครับว่าเจ้าค่าสว็อปที่ว่าเนี่ยมันคืออะไรกันแน่ทำไมมันถึงมาปรากฏอยู่ในรายการเดินบัญชีของเราได้ตอนผมเริ่มเทรดใหม่ๆก็สงสัยเหมือนกันครับเพราะไม่เคยมีใครพูดถึงไอ้เจ้าสิ่งนี้เลยมีแต่บอกว่าเทรดได้เท่าไหร่เสียเท่าไหร่
สว็อป (Swap) คืออะไรกันแน่? ดอกเบี้ยข้ามคืนนี่เอง!
พูดง่ายๆเลยนะครับ “ค่าสว็อป” (Swap) ก็คือ “ดอกเบี้ยข้ามคืน” ที่เราต้องจ่ายหรือได้รับเมื่อเราถือสถานะการซื้อขาย (ออเดอร์) ในตลาด Forex ข้ามวันครับลองนึกภาพแบบนี้ครับเวลาเราเทรดคู่เงินเช่น EUR/USD นั่นหมายความว่าเรากำลัง “ซื้อ” สกุลเงินหนึ่งและ “ขาย” อีกสกุลเงินหนึ่งพร้อมๆกันเพื่อให้เข้าใจง่ายๆเหมือนกับเรากำลัง “กู้ยืม” สกุลเงินที่เราขายและ “ให้ยืม” สกุลเงินที่เราซื้อนั่นแหละครับดังนั้นในแต่ละคู่เงินมันก็จะมีสกุลเงินสองสกุลที่อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางไม่เท่ากันเช่นสกุลเงิน A อาจจะมีอัตราดอกเบี้ย 2% ต่อปีส่วนสกุลเงิน B อาจจะมีอัตราดอกเบี้ย 0.5% ต่อปีเมื่อเราถือสถานะข้ามคืนมันก็จะเกิดส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยตรงนี้ขึ้นมาครับถ้าเราไป “กู้” สกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูงกว่าแล้วเอาไป “ให้ยืม” สกุลเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่าเราก็จะกลายเป็นคนเสียดอกเบี้ยส่วนต่างนั้นไปครับในทางกลับกันถ้าเราไป “กู้” สกุลเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่าแล้วเอาไป “ให้ยืม” สกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูงกว่าเราก็จะกลายเป็นคนได้รับดอกเบี้ยส่วนต่างนั้นมาเป็นผลตอบแทนครับนี่แหละครับคือที่มาของค่าสว็อปที่บางทีเราได้บางทีเราเสีย
ทำไมต้องมีค่าสว็อป? เบื้องหลังการกู้ยืมเงินระหว่างประเทศ
เคยสงสัยไหมว่าทำไมต้องมีค่าสว็อปด้วยในเมื่อเราก็แค่กดซื้อกดขายในหน้าจอ? คำตอบมันซับซ้อนกว่าที่เราคิดนิดหน่อยครับแต่ถ้ามองในมุมของคนไอทีที่เข้าใจระบบเบื้องหลังผมจะอธิบายให้เห็นภาพง่ายๆคือมันคือกลไกพื้นฐานของการเงินระหว่างประเทศครับตลาด Forex จริงๆแล้วคือตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศขนาดใหญ่ระดับโลกที่ดำเนินการตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันต่อสัปดาห์การซื้อขายในตลาดนี้ไม่ได้เป็นการส่งมอบเงินจริงๆทันทีเหมือนการไปแลกเงินที่สนามบินแล้วได้เงินสดกลับมานะครับแต่เป็นการตกลงซื้อขายกันโดยมีระยะเวลาการชำระเงินจริง (Settlement Date) ซึ่งโดยปกติแล้วจะเป็นแบบ T+2 คือสองวันทำการนับจากวันที่เทรดทีนี้เมื่อเราเปิดสถานะซื้อหรือขายคู่เงินหนึ่งๆเช่นซื้อ EUR/USD นั่นหมายความว่าเรากำลัง “ซื้อ” ยูโรและ “ขาย” ดอลลาร์สหรัฐฯณขณะนั้นตามหลักการแล้วเราต้องไปกู้ดอลลาร์สหรัฐฯมาเพื่อซื้อยูโรครับและในทางกลับกันเราก็ให้ยูโรไปเพื่อแลกกับดอลลาร์สหรัฐฯและการ “กู้ยืม” เงินเหล่านี้นี่แหละครับมันมีต้นทุนเสมอต้นทุนนั้นก็คือ “อัตราดอกเบี้ยนโยบาย” ของธนาคารกลางของแต่ละประเทศนั่นเองดังนั้นโบรกเกอร์ที่เราเทรดด้วยเขาไม่ได้ไปกู้เงินมาให้เราจริงๆตรงๆแต่เขาทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการจัดการเรื่องสภาพคล่องและอัตราดอกเบี้ยส่วนต่างเหล่านี้ผ่านตลาด Interbank ครับแล้วก็ส่งผ่านต้นทุนหรือผลตอบแทนนั้นมาให้เราในรูปแบบของค่าสว็อปนี่แหละครับมันคือการปรับสมดุลของดอกเบี้ยระหว่างสองสกุลเงินที่คุณกำลังถือสถานะอยู่ครับ
ตัวอย่างง่ายๆลองคำนวณแบบคร่าวๆกันดู
มาลองดูตัวอย่างแบบง่ายๆกันนะครับเพื่อให้เห็นภาพว่าเราจะได้หรือเสียสว็อปจากอะไรสมมติว่าในคู่เงิน USD/JPY:
* ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 5.50% ต่อปี
* ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BoJ) มีอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ -0.10% ต่อปี (ติดลบนะครับญี่ปุ่น)เห็นไหมครับว่าดอกเบี้ยต่างกันลิบลับเลยถ้าเรา “ซื้อ” USD/JPY (Long USD, Short JPY) นั่นหมายความว่าเรากำลัง “ซื้อดอลลาร์” ซึ่งมีดอกเบี้ยสูงแล้ว “ขายเยน” ซึ่งมีดอกเบี้ยต่ำหรือติดลบดังนั้นเราจะได้ส่วนต่างดอกเบี้ยเป็นบวกครับคือ 5.50% – (-0.10%) = 5.60% ต่อปีนั่นหมายถึงเราจะได้ค่าสว็อปเป็นบวกในทางกลับกันถ้าเรา “ขาย” USD/JPY (Short USD, Long JPY) นั่นหมายความว่าเรากำลัง “ขายดอลลาร์” ซึ่งมีดอกเบี้ยสูงแล้ว “ซื้อเยน” ซึ่งมีดอกเบี้ยต่ำหรือติดลบแบบนี้เราก็จะเสียส่วนต่างดอกเบี้ยเป็นลบครับคือ -0.10% – 5.50% = -5.60% ต่อปีนั่นหมายถึงเราจะเสียค่าสว็อปเป็นลบครับนี่เป็นแค่หลักการเบื้องต้นนะครับตัวเลขสว็อปที่โบรกเกอร์คำนวณจริงมันซับซ้อนกว่านี้อีกหน่อยเพราะมีเรื่องค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์เองมาบวกเพิ่มด้วยและที่สำคัญคืออัตราดอกเบี้ยที่ใช้คำนวณก็มักจะเป็นอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของตลาด Interbank ไม่ใช่แค่อัตราดอกเบี้ยนโยบายเป๊ะๆแต่มันก็ทำให้เราพอเข้าใจแก่นของมันได้แล้วล่ะครับว่าทำไมถึงมีทั้งสว็อปบวกและสว็อปลบ
Swap คิดยังไง? มาเจาะลึกการคำนวณกัน
พอเข้าใจแล้วว่าสว็อปคืออะไรคราวนี้เรามาดูกันว่ามันคำนวณยังไงและมีปัจจัยอะไรบ้างที่ทำให้ค่าสว็อปที่เราจ่ายหรือรับมันไม่เท่ากันในแต่ละคู่เงินแต่ละโบรกเกอร์หรือแม้แต่แต่ละวันครับเรื่องนี้สำคัญนะครับเพราะมันคือเงินในกระเป๋าของเราโดยตรงเลย
ปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลต่อค่าสว็อปที่เราจ่าย/รับ
การคำนวณค่าสว็อปไม่ได้ตรงไปตรงมาเหมือนแค่เอาดอกเบี้ยมาลบกันง่ายๆแบบตัวอย่างข้างบนนะครับมันมีปัจจัยหลายอย่างที่เข้ามาเกี่ยวข้องซึ่งบางทีเทรดเดอร์มือใหม่ก็อาจจะยังไม่ทราบหรือไม่ทันสังเกตครับเหมือนตอนผมเขียนโปรแกรมแหละครับบางฟังก์ชันมันดูเรียบง่ายแต่เบื้องหลังมันเรียกใช้ Library เป็นสิบๆตัวเลย1. อัตราดอกเบี้ยอ้างอิง (Interest Rate Differential): อันนี้คือหัวใจหลักเลยครับเป็นส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นของธนาคารกลางระหว่างสองสกุลเงินในคู่เทรดนั้นๆยิ่งส่วนต่างมากสว็อปก็จะยิ่งเยอะตามครับ
2. ค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์ (Broker’s Mark-up): โบรกเกอร์แต่ละเจ้าก็จะมีนโยบายการคิดค่าสว็อปที่แตกต่างกันไปครับบางโบรกอาจจะบวกเพิ่มหรือหักลดไปจากอัตราส่วนต่างดอกเบี้ยจริงเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมในการให้บริการหรือเพื่อให้สว็อปฝั่งหนึ่งเป็นบวกอีกฝั่งเป็นลบเสมอซึ่งเป็นเรื่องปกติครับเหมือนค่าสเปรดนั่นแหละครับ
3. ขนาดสัญญา (Contract Size/Lot Size): แน่นอนว่าการเทรด 1 Standard Lot (100,000 หน่วย) ย่อมมีผลต่อค่าสว็อปมากกว่า 1 Mini Lot (10,000 หน่วย) หรือ 1 Micro Lot (1,000 หน่วย) ครับเพราะมันคือขนาดเงินที่เรา “กู้” หรือ “ให้ยืม” จำนวนเงินมากค่าดอกเบี้ยก็มากตามครับ
4. ทิศทางสถานะ (Long/Short Position): ค่าสว็อปจะต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าเรากำลัง “ซื้อ” (Long) หรือ “ขาย” (Short) คู่เงินนั้นๆเพราะมันหมายถึงเรากำลัง “กู้” หรือ “ให้ยืม” สกุลเงินไหนนั่นเองครับอย่างที่ผมยกตัวอย่าง USD/JPY ไปแล้ว
5. วันในสัปดาห์ (Day of the Week): นี่คือจุดที่หลายคนพลาดบ่อยๆเลยครับโดยเฉพาะ “คืนวันพุธ” ที่จะมีค่าสว็อปคิดเป็น 3 เท่าของวันปกติ! เดี๋ยวผมจะเล่าเรื่องนี้แบบละเอียดในหัวข้อถัดไปครับ
6. สกุลเงินที่ใช้คำนวณ (Quote Currency): ค่าสว็อปจะถูกคำนวณและแสดงผลในสกุลเงินหลักของบัญชีเราหรือบางทีก็เป็นสกุลเงินที่สองของคู่เทรดแล้วค่อยแปลงกลับมาเป็นสกุลเงินหลักของบัญชีครับขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และแพลตฟอร์ม
สูตรคำนวณค่าสว็อปแบบละเอียด (พร้อมตัวอย่าง)
มาถึงส่วนที่คนไอทีชอบครับ “สูตรคำนวณ” นี่แหละครับหัวใจของการทำความเข้าใจสมมติว่าเราใช้ MT4 หรือ MT5 การคำนวณค่าสว็อปมันจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยแต่โดยทั่วไปแล้วจะมีรูปแบบประมาณนี้ครับSwap = (ขนาดสัญญา (Lot Size) x Contract Size x Swap Rate) / 10*ในกรณีที่ Swap Rate อ้างอิงจากสกุลเงินหลักของคู่เทรดและราคา Swap Rate มักจะถูกอ้างอิงในรูปของ Point*หรือแบบที่เข้าใจง่ายๆและใช้งานได้จริงที่เราเห็นในโบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะมีค่า Swap Rate กำหนดมาให้เลยต่อ 1 Lot สำหรับ Long และ Short ครับค่า Swap ที่คุณจะจ่าย/รับ = (จำนวน Lot ที่เปิด x Swap Rate ต่อ 1 Lot)ลองดูตัวอย่างนี้ครับสมมติว่าคุณเปิดบัญชีเป็นสกุลเงิน USD และเทรดคู่เงิน EUR/USD
* เปิดสถานะ Long (ซื้อ) EUR/USD จำนวน 1 Standard Lot (100,000 หน่วย)
* โบรกเกอร์กำหนด Swap Rate สำหรับ Long EUR/USD = -7.5 USD (ต่อ 1 Standard Lot ต่อวัน)
* โบรกเกอร์กำหนด Swap Rate สำหรับ Short EUR/USD = +3.0 USD (ต่อ 1 Standard Lot ต่อวัน)ถ้าคุณเปิด Long EUR/USD 1 Lot และถือข้ามคืน 1 คืนคุณจะเสียค่าสว็อป 7.5 USD ครับ
ถ้าคุณเปิด Short EUR/USD 1 Lot และถือข้ามคืน 1 คืนคุณจะได้รับค่าสว็อป 3.0 USD ครับเห็นไหมครับว่าค่าสว็อปไม่เท่ากันทั้งฝั่ง Long และ Short และยังขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์ด้วยว่าเขาจะกำหนดค่า Swap Rate ออกมาเท่าไหร่เพราะมันมีค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์รวมอยู่ด้วยแล้วดังนั้นก่อนเทรดและคิดจะถือข้ามคืนผมแนะนำให้คุณเช็คค่าสว็อปในแพลตฟอร์มของโบรกเกอร์ที่คุณใช้เสมอครับเพราะมันคือตัวเลขที่แม่นยำที่สุดครับใน MT4/MT5 คุณสามารถดูได้ง่ายๆโดยการคลิกขวาที่คู่เงินที่คุณสนใจในหน้าต่าง Market Watch แล้วเลือก “Specification” (หรือ “คุณสมบัติ”) มันจะมีค่า “Swap long” และ “Swap short” บอกไว้ชัดเจนครับ
ค่าสว็อป 3 เท่าในคืนวันพุธ… มันคืออะไรกันแน่?
มาถึงเรื่องที่หลายคนอาจจะยังไม่เคลียร์และมักจะตกใจกับมันนั่นก็คือปรากฏการณ์ “สว็อป 3 เท่า” ในคืนวันพุธครับตอนผมเป็นมือใหม่ก็เคยโดนมาแล้วตื่นเช้ามาเห็นตัวเลขสว็อปแล้วถึงกับงงว่าทำไมมันเยอะผิดปกติดีนะที่ตอนนั้นเปิด Lot ไม่ใหญ่มากไม่งั้นคงเจ็บหนักกว่านี้สาเหตุของสว็อป 3 เท่านั้นไม่ได้เป็นเรื่องพิสดารอะไรหรอกครับแต่เป็นผลมาจากระบบการชำระราคาของตลาดแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศหรือที่เรียกว่า “Settlement Date” ครับอย่างที่ผมบอกไปว่าการเทรด Forex โดยทั่วไปมีระยะเวลาการชำระเงินจริงที่ T+2 คือ 2 วันทำการหลังวันเทรดทีนี้ลองนึกภาพตามผมนะครับ:
* เทรดวันจันทร์: ออเดอร์ของคุณจะถูกชำระราคาในวันพุธ (จันทร์ + 2 วันทำการ = พุธ)
* เทรดวันอังคาร: ออเดอร์ของคุณจะถูกชำระราคาในวันพฤหัสบดี (อังคาร + 2 วันทำการ = พฤหัสบดี)
* เทรดวันพุธ: ออเดอร์ของคุณจะถูกชำระราคาในวันศุกร์ (พุธ + 2 วันทำการ = ศุกร์)
* เทรดวันพฤหัสบดี: ออเดอร์ของคุณจะถูกชำระราคาในวันจันทร์หน้า (พฤหัสบดี + 2 วันทำการ = จันทร์หน้าเพราะเสาร์-อาทิตย์ไม่ใช่วันทำการ)
* เทรดวันศุกร์: ออเดอร์ของคุณจะถูกชำระราคาในวันอังคารหน้า (ศุกร์ + 2 วันทำการ = อังคารหน้า)จากตารางด้านบนจะเห็นว่าออเดอร์ที่เปิดในวันพุธจะมีการชำระราคาในวันศุกร์แต่ถ้าเราถือออเดอร์ข้ามคืนจากวันพุธไปวันพฤหัสบดีนั่นหมายถึงเรากำลังถือออเดอร์ข้ามวันศุกร์เสาร์และอาทิตย์ไปพร้อมกัน 3 วันครับ! เพราะฉะนั้นเพื่อชดเชยค่าดอกเบี้ยในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ตลาดปิดโบรกเกอร์ก็จะรวมเอาค่าสว็อปของวันเสาร์และวันอาทิตย์มาคิดรวมในคืนวันพุธคืนเดียวนี่แหละครับทำให้เราเห็นตัวเลขสว็อปเป็น 3 เท่าของวันปกตินี่เป็นกลไกมาตรฐานของตลาดครับไม่ใช่ว่าโบรกเกอร์จะมาโกงเราแต่อย่างใดดังนั้นเทรดเดอร์สายถือยาวหรือ Swing Trader จำเป็นต้องรู้และนำไปวางแผนการเทรดให้ดีนะครับถ้าคุณเปิดออเดอร์เล็กๆก็อาจจะไม่มีผลกระทบมากนักแต่ถ้าคุณเปิด Lot ใหญ่ๆแล้วพลาดไปเจอสว็อป 3 เท่าในคืนวันพุธโดยไม่รู้ตัวนี่มีสิทธิ์เจ็บตัวจนกำไรหดหายหรือขาดทุนหนักกว่าเดิมได้เลยครับเหมือนเราเขียนโปรแกรมแล้วลืมใส่เงื่อนไขวันหยุดราชการทำให้ระบบทำงานผิดพลาดนั่นแหละครับมันเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่สำคัญมากๆครับเอาล่ะครับน้องๆหลังจากที่เราคุยกันไปแล้วว่าค่าสว็อปคืออะไรมันมาจากไหนแล้วมันวิ่งเข้าบัญชีเราตอนไหนวันนี้เราจะมาเจาะลึกกันอีกหน่อยว่าไอ้ค่าสว็อปเนี่ยมันไม่ได้มีแค่บวกกับลบอย่างที่เราเห็นแต่เบื้องหลังมันซับซ้อนกว่านั้นเยอะแถมยังมีโอกาสทำกำไรจากมันได้ด้วยนะถ้าเราเข้าใจมันดีพอ—
Swap ไม่ใช่แค่บวกกับลบมันมีอะไรซับซ้อนกว่านั้นเยอะ
ตอนผมเริ่มเทรดใหม่ๆเนี่ยผมก็คิดง่ายๆว่าค่าสว็อปก็แค่ตัวเลขบวกหรือลบในตารางแค่นั้นแหละไม่ได้ใส่ใจอะไรมากเพราะตอนนั้นเน้นเทรดสั้นจบในวันไม่ได้ถือข้ามคืนแต่พอเริ่มเทรดเป็นระบบมากขึ้นลองถือ position ยาวขึ้นเท่านั้นแหละครับถึงได้รู้ว่าไอ้เจ้าค่าสว็อปนี่มันเป็นรายละเอียดที่มองข้ามไม่ได้เลยมันมีผลกับกำไรขาดทุนของเราจริงๆโดยเฉพาะถ้าเราถือออเดอร์นานๆหรือเทรดคู่เงินที่มีค่าสว็อปโหดๆ
ทำไมค่า Swap ถึงไม่เท่ากันในแต่ละโบรกเกอร์
น้องๆเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมคู่เงินเดียวกันอย่าง EURUSD เนี่ยโบรกเกอร์ A ให้ค่าสว็อป Long มา -5 เหรียญแต่โบรกเกอร์ B ให้แค่ -4.5 เหรียญ? หรือบางทีคู่เงินประหลาดๆโบรกเกอร์ A ไม่มีให้เทรดเลยแต่โบรกเกอร์ B มีแถมค่าสว็อปยังต่างกันลิบลับอีก? มันไม่ใช่เรื่องแปลกครับเพราะว่าโบรกเกอร์แต่ละเจ้าเขามีโครงสร้างธุรกิจมีพันธมิตรผู้ให้บริการสภาพคล่อง (Liquidity Provider) ที่แตกต่างกันออกไปครับลองนึกภาพเหมือนเราไปแลกเงินที่สนามบินกับแลกที่ธนาคารหรือแลกที่ร้านรับแลกเงินข้างนอกดูสิครับอัตราแลกเปลี่ยนมันไม่เท่ากันเป๊ะๆหรอกจริงไหม? โบรกเกอร์ก็เหมือนกันครับเขาไม่ได้ไป “ซื้อ” หรือ “ขาย” เงินโดยตรงจากธนาคารกลางเหมือนพวกธนาคารใหญ่ๆเขาจะไปเชื่อมต่อกับกลุ่มธนาคารยักษ์ใหญ่หรือสถาบันการเงินที่เรียกว่า Tier-1 Liquidity Provider ซึ่งแต่ละโบรกเกอร์ก็อาจจะเชื่อมกับเจ้าที่ต่างกันหรือมีข้อตกลงที่ต่างกันออกไปพอได้อัตราดอกเบี้ยอ้างอิงมาแล้วเขาก็อาจจะมีการปรับบวกหรือลบเพิ่มเข้าไปอีกเล็กน้อยเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานหรือเพื่อบริหารจัดการความเสี่ยงของตัวเองครับบางโบรกเกอร์ที่เก่งเรื่องการบริหารจัดการต้นทุนก็อาจจะให้ค่าสว็อปที่ดีกว่าโบรกเกอร์อื่นๆได้นั่นเองครับ
ปัจจัยที่กำหนดอัตรา Swap: นอกจากดอกเบี้ยแล้วมีอะไรอีกบ้าง?
แน่นอนครับปัจจัยหลักที่กำหนดอัตราสว็อปที่เราได้เห็นกันก็คือ “ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย” ของธนาคารกลางของสองประเทศที่เป็นคู่สกุลเงินนั้นๆ (Interest Rate Differential) อันนี้เราคุยกันไปแล้วแต่ในความเป็นจริงมันไม่ได้มีแค่นั้นครับมันยังมีปัจจัยยิบย่อยอื่นๆที่เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยทำให้ค่าสว็อปที่เราเห็นไม่ตรงเป๊ะกับส่วนต่างดอกเบี้ยที่เราไปค้นมาจากเว็บไซต์ธนาคารกลางอย่างแรกเลยคือ “ต้นทุนของ Liquidity Provider” ครับบางทีสถาบันการเงินที่ให้สภาพคล่องกับโบรกเกอร์เขาก็ต้องคิดค่าธรรมเนียมในการให้บริการหรือมีต้นทุนในการจัดการพอร์ตของเขาเองทำให้โบรกเกอร์ต้องนำส่วนนี้มาพิจารณาด้วยนอกจากนี้ “สภาพคล่องของคู่เงิน” นั้นๆก็มีผลครับคู่เงินที่เทรดกันเยอะๆสภาพคล่องสูงๆอย่าง EURUSD, GBPUSD ค่าสว็อปมักจะนิ่งและคาดเดาง่ายกว่าแต่คู่เงินแปลกๆที่สภาพคล่องต่ำๆค่าสว็อปอาจจะผันผวนมากกว่าหรือมีส่วนต่างที่โบรกเกอร์บวกเพิ่มเข้าไปเยอะกว่าเพื่อชดเชยความเสี่ยงครับและสุดท้ายคือ “นโยบายของโบรกเกอร์” เองครับบางโบรกเกอร์อาจจะอยากดึงดูดนักลงทุนที่ชอบเทรดถือยาวหรือสาย Carry Trade เขาก็อาจจะเสนอค่าสว็อป Long สำหรับบางคู่เงินให้ดีเป็นพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้าหรือบางโบรกเกอร์ที่เน้นเทรดสั้นเขาก็อาจจะไม่ได้ใส่ใจเรื่องสว็อปมากนักก็เป็นได้ครับ
สกุลเงิน “Carry Trade” กับโอกาสทำกำไรจาก Swap
มาถึงเรื่องน่าสนใจครับ Carry Trade หรือการทำกำไรจากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยเป็นกลยุทธ์ที่นักลงทุนหลายคนใช้กันมานานแล้วครับหลักการง่ายๆก็คือการที่เรา “ซื้อ” สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยสูงและ “ขาย” สกุลเงินที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำพร้อมกันเพื่อหวังเก็บดอกเบี้ยส่วนต่างที่เกิดขึ้นจากการถือครองตำแหน่งนั้นๆนั่นเองครับในตลาด Forex มันก็คือการที่เราเปิดสถานะ Buy ในคู่เงินที่ฝั่งสกุลเงินหน้า (Base Currency) มีดอกเบี้ยสูงกว่าสกุลเงินหลัง (Quote Currency) หรือเปิดสถานะ Sell ในคู่เงินที่ฝั่งสกุลเงินหน้ามีดอกเบี้ยต่ำกว่าสกุลเงินหลังนั่นเองครับตัวอย่างที่คลาสสิกมากๆก็คือคู่เงินอย่าง AUDJPY (ออสเตรเลียดอลลาร์/เยนญี่ปุ่น) หรือ NZDJPY (นิวซีแลนด์ดอลลาร์/เยนญี่ปุ่น) ครับในอดีตที่ผ่านมาธนาคารกลางของออสเตรเลียและนิวซีแลนด์มักจะมีอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นอย่างมีนัยสำคัญทำให้การ Buy AUDJPY หรือ Buy NZDJPY มักจะได้ค่าสว็อปเป็นบวกค่อนข้างมากครับนั่นหมายความว่าถ้าเราถือออเดอร์ Buy เหล่านี้ข้ามคืนไปเรื่อยๆเราก็จะได้เงินเข้าบัญชีเราทุกวัน (หรือทุกคืน) จากค่าสว็อปนี่แหละครับโดยที่เราไม่ต้องทำอะไรเลย!แต่แน่นอนครับโอกาสก็มาพร้อมกับความเสี่ยงเสมอการทำ Carry Trade ไม่ได้หมายความว่าเราจะรวยจาก Swap ได้อย่างเดียวดายถ้าอัตราแลกเปลี่ยนของคู่เงินนั้นๆเกิดผันผวนอย่างรุนแรงจนราคาตกลงไปเยอะกว่าค่าสว็อปที่เราได้มาก็อาจทำให้เราขาดทุนได้ครับหรือถ้าธนาคารกลางของประเทศที่เราถือสกุลเงินดอกเบี้ยสูงไปลดอัตราดอกเบี้ยลงอย่างกะทันหันค่าสว็อปของเราก็จะลดลงหรืออาจจะกลายเป็นติดลบไปเลยก็ได้ครับดังนั้นการทำ Carry Trade จึงต้องมีการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบเช่นกันครับ
ตารางนี้เป็นเพียงตัวอย่างเปรียบเทียบค่า Swap โดยประมาณเพื่อให้น้องๆเห็นภาพว่ามันมีความแตกต่างกันอย่างไรในแต่ละคู่เงินและแต่ละทิศทางครับตัวเลขจริงจะขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และช่วงเวลาครับ
| คู่เงิน | ทิศทาง (สถานะ) | Swap Rate (Long) | Swap Rate (Short) | ลักษณะเด่น |
|---|---|---|---|---|
| EURUSD | ซื้อ (Buy) / ขาย (Sell) | ~ -4.5 ถึง -7.0 | ~ +0.5 ถึง +2.0 | ค่า Swap ติดลบสำหรับ Long, บวกเล็กน้อยสำหรับ Short |
| GBPUSD | ซื้อ (Buy) / ขาย (Sell) | ~ -6.0 ถึง -9.0 | ~ +1.0 ถึง +3.0 | คล้าย EURUSD แต่ติดลบ Long อาจจะสูงกว่า |
| AUDJPY | ซื้อ (Buy) / ขาย (Sell) | ~ +8.0 ถึง +15.0 | ~ -15.0 ถึง -25.0 | คู่ Carry Trade ยอดนิยม, Swap Long เป็นบวกสูง |
| USDCHF | ซื้อ (Buy) / ขาย (Sell) | ~ +0.5 ถึง +1.5 | ~ -4.0 ถึง -6.0 | Swap Long มักเป็นบวกเล็กน้อย, Short ติดลบ |
| XAUUSD (ทองคำ) | ซื้อ (Buy) / ขาย (Sell) | ~ -10.0 ถึง -20.0 | ~ -10.0 ถึง -20.0 | มักติดลบทั้ง Long และ Short (ขึ้นกับโบรกเกอร์) |
| USDCAD | ซื้อ (Buy) / ขาย (Sell) | ~ -3.0 ถึง -5.0 | ~ +0.5 ถึง +2.0 | Swap ติดลบสำหรับ Long, บวกเล็กน้อยสำหรับ Short |
| USDZAR | ซื้อ (Buy) / ขาย (Sell) | ~ +30.0 ถึง +50.0 | ~ -50.0 ถึง -80.0 | ค่า Swap สูงมากทั้งบวกและลบ, เหมาะกับ Carry Trade แต่เสี่ยงสูง |
หมายเหตุ: ตัวเลข Swap Rate ในตารางนี้เป็นค่าประมาณการและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาตามสภาพตลาดและนโยบายของแต่ละโบรกเกอร์หน่วยเป็น Point (อาจเทียบเท่ากับ USD ต่อ Lot) ขึ้นอยู่กับการแสดงผลของโบรกเกอร์นั้นๆครับ
—
มาลองคำนวณ Swap กันจริงๆจังๆพร้อมตัวอย่างสถานการณ์
เห็นตารางแล้วคงพอจะเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับว่าแต่ละคู่เงินมันมีบุคลิกของค่าสว็อปไม่เหมือนกันเลยคราวนี้เรามาลองคำนวณกันดูแบบเป็นตัวเลขจริงๆเลยดีกว่าครับว่าถ้าเราเปิดออเดอร์ Lot เท่านี้ถือไว้กี่วันเราจะต้องจ่ายหรือได้รับค่าสว็อปเท่าไหร่กันแน่
สูตรคำนวณ Swap แบบง่ายๆที่โบรกเกอร์เขาใช้กัน
จริงๆแล้วสูตรคำนวณ Swap เนี่ยมันมีหลายแบบขึ้นอยู่กับว่าโบรกเกอร์นั้นๆมีการคิดค่าธรรมเนียมหรือส่วนต่างอะไรเพิ่มเข้าไปบ้างแต่โดยหลักการแล้วสูตรพื้นฐานที่เราพอจะใช้คำนวณเองคร่าวๆได้ก็คือ:**Swap = (ขนาด Lot * Contract Size * Swap Rate * จำนวนวันที่ถือ) / 10**งงล่ะสิว่าไอ้ Contract Size กับ Swap Rate คืออะไร?
* ขนาด Lot: ก็คือ Lot ที่เราเปิดนั่นแหละครับเช่น 0.01 Lot, 0.1 Lot, 1.0 Lot
* Contract Size: คือขนาดสัญญามาตรฐานต่อ 1 Lot ครับ
* สำหรับคู่เงิน Forex ส่วนใหญ่ (Standard Lot) คือ 100,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก
* สำหรับทองคำ (XAUUSD) ส่วนใหญ่คือ 100 ออนซ์
* สำหรับน้ำมันหรือหุ้นอาจแตกต่างกันไปครับ (ดูได้ในรายละเอียดสัญญากับโบรกเกอร์)
* Swap Rate: อันนี้คือตัวเลขที่โบรกเกอร์แต่ละเจ้าจะแจ้งมาครับซึ่งมักจะแสดงเป็น Point หรือเป็นตัวเลขต่อ Lot ครับ
* ถ้าโบรกเกอร์แจ้งเป็น Point (เช่น -5 points สำหรับ Long EURUSD) ก็ต้องนำไปคูณกับมูลค่าต่อ Point ของ Lot นั้นๆครับ
* แต่ส่วนใหญ่โบรกเกอร์จะแจ้งมาเป็น “ต่อ 1 Standard Lot” หรือ “ต่อ 10 Standard Lots” เลยให้เราเอามาใช้กับ Lot ของเราได้โดยตรงครับสำหรับตัวอย่างผมจะสมมติว่าค่า Swap Rate ที่โบรกเกอร์แจ้งมานั้นคือ “มูลค่า Swap ที่จะได้รับ/เสียต่อ 1 Lot มาตรฐาน” นะครับเพื่อให้คำนวณง่ายขึ้นเช่น -5 USD ต่อ 1 Lot
* จำนวนวันที่ถือ: ก็คือจำนวนคืนที่เราถือออเดอร์นั้นๆครับอย่าลืมว่าคืนวันพุธ (ซึ่งจะบันทึกในวันพฤหัสบดี) จะมีการคิดค่าสว็อป 3 เท่าด้วยนะครับ!เดี๋ยวเรามาดูตัวอย่างกันครับจะได้เห็นภาพชัดๆ
ตัวอย่างที่ 1: เทรดคู่เงิน Major ถือข้ามคืน
สมมติว่าน้องมีทุน 10,000 บาทแล้ววันนี้เห็นโอกาสเลยลองเปิดออเดอร์ Buy EURUSD ขนาด 0.1 Lot ที่ราคา 1.08500
โบรกเกอร์แจ้งข้อมูล Swap มาว่า:
* Swap Long EURUSD: -7 USD ต่อ 1 Standard Lot
* Swap Short EURUSD: +1.5 USD ต่อ 1 Standard Lotน้องตัดสินใจถือออเดอร์นี้ข้ามคืนไป 4 คืนโดยที่ใน 4 คืนนั้นมีคืนวันพุธอยู่ด้วย (ซึ่งจะคิด Swap 3 เท่า) เท่ากับว่าเราจะโดนคิด Swap ทั้งหมด 6 เท่า (1+1+3+1 = 6)* คำนวณ Swap ต่อ 1 Lot มาตรฐาน:
* สำหรับสถานะ Buy EURUSD: -7 USD
* คำนวณ Swap สำหรับ 0.1 Lot:
* (-7 USD / 1 Lot) * 0.1 Lot = -0.7 USD ต่อ 1 คืนปกติ
* คำนวณ Swap รวมตลอด 4 คืน (6 เท่า):
* (-0.7 USD ต่อคืน) * 6 คืน = -4.2 USDดังนั้นถ้าเราถือ Buy EURUSD 0.1 Lot เป็นเวลา 4 คืน (รวมคืนวันพุธ) เราจะต้องเสียค่า Swap ทั้งหมด 4.2 เหรียญสหรัฐฯครับซึ่งถ้าแปลงเป็นเงินไทย (สมมติ 1 USD = 36 บาท) ก็จะเท่ากับ 4.2 * 36 = 151.2 บาท ครับเงินจำนวนนี้ก็จะถูกหักออกจากยอดคงเหลือในบัญชี (Balance) ของเราโดยอัตโนมัติในช่วงเช้าของแต่ละวันที่ Rollover ครับถ้าเราไม่รู้เรื่อง Swap เลยแล้วถือออเดอร์นี้ไปเรื่อยๆโดยที่ราคาไม่ไปไหนบางทีเราอาจจะเห็นยอดเงินในบัญชีลดลงไปเรื่อยๆก็เป็นไปได้ครับอันนี้คือสิ่งสำคัญที่หลายคนมองข้ามไปตอนแรกๆครับ
ตัวอย่างที่ 2: เทรดคู่เงิน Carry Trade กับทองคำ
มาดูอีกสถานการณ์ครับคราวนี้เราจะลองเทรดคู่ที่ได้ Swap เป็นบวกและคู่ที่ได้ Swap เป็นลบเพื่อดูผลรวมกันสมมติว่าน้องเปิด 2 ออเดอร์พร้อมกัน:
1. Buy AUDJPY ขนาด 0.05 Lot (หวังทำ Carry Trade) ที่ราคา 95.000
โบรกเกอร์แจ้ง Swap Long AUDJPY: +12 USD ต่อ 1 Standard Lot
2. Sell XAUUSD (ทองคำ) ขนาด 0.02 Lot (เทรดสั้นๆแต่เผลอถือข้ามคืน) ที่ราคา 2350.00
โบรกเกอร์แจ้ง Swap Short XAUUSD: -15 USD ต่อ 1 Standard Lotน้องถือทั้งสองออเดอร์นี้ไป 3 คืนโดยมีคืนวันพุธอยู่ด้วย (เท่ากับคิด Swap 5 เท่า: 1+1+3 = 5)* คำนวณ Swap สำหรับ Buy AUDJPY 0.05 Lot:
* Swap ต่อ 1 Lot: +12 USD
* Swap สำหรับ 0.05 Lot ต่อ 1 คืน: (+12 USD / 1 Lot) * 0.05 Lot = +0.6 USD
* Swap รวม 3 คืน (5 เท่า): (+0.6 USD ต่อคืน) * 5 คืน = +3.0 USD* คำนวณ Swap สำหรับ Sell XAUUSD 0.02 Lot:
* Swap ต่อ 1 Lot: -15 USD
* Swap สำหรับ 0.02 Lot ต่อ 1 คืน: (-15 USD / 1 Lot) * 0.02 Lot = -0.3 USD
* Swap รวม 3 คืน (5 เท่า): (-0.3 USD ต่อคืน) * 5 คืน = -1.5 USD* รวม Swap สุทธิสำหรับ 2 ออเดอร์:
* (+3.0 USD) + (-1.5 USD) = +1.5 USDในสถานการณ์นี้ถึงแม้ว่าเราจะถือทองคำที่ค่า Swap ติดลบแต่เราก็ยังได้กำไรจาก Swap สุทธิ +1.5 USD ครับเพราะว่า Swap จาก AUDJPY ที่เป็นบวกนั้นมีมูลค่ามากกว่า Swap ของทองคำที่ติดลบครับเห็นไหมครับว่าถ้าเราเลือกคู่เงินเป็นหรือบริหารจัดการ Lot Size ดีๆบางทีเราก็สามารถทำให้ Swap โดยรวมเป็นบวกได้แม้จะมีออเดอร์ที่ติดลบอยู่ก็ตามจากประสบการณ์ผมนะครับการคำนวณ Swap เนี่ยมันสำคัญมากๆสำหรับคนที่ชอบเทรดสวิงเทรดกลางหรือสาย Carry Trade เพราะมันเป็นต้นทุนหรือรายได้ที่เกิดจากเวลาที่เราถือออเดอร์ไว้การที่เราเข้าใจมันอย่างถ่องแท้จะช่วยให้เราวางแผนการเทรดได้ดีขึ้นและไม่โดนเซอร์ไพรส์ตอนเช้าว่าเงินในพอร์ตหายไปไหนครับหวังว่าตัวอย่างเหล่านี้จะช่วยให้น้องๆเห็นภาพและเข้าใจเรื่องค่า Swap ได้ชัดเจนขึ้นนะครับอย่าลืมนะครับว่าทุกรายละเอียดเล็กๆน้อยๆในการเทรด Forex ล้วนมีความสำคัญและส่งผลต่อผลลัพธ์โดยรวมของเราได้เสมอครับ—
คำเตือนความเสี่ยง (Risk Warning)
การลงทุนในตลาด Forex มีความเสี่ยงสูงอาจทำให้สูญเสียเงินลงทุนทั้งหมดหรือมากกว่าเงินลงทุนเริ่มต้นผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบเข้าใจในความเสี่ยงและพิจารณาความเหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ตนเองยอมรับได้ก่อนตัดสินใจลงทุนผลตอบแทนในอดีตไม่สามารถเป็นเครื่องบ่งชี้ผลตอบแทนในอนาคตได้บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้นไม่ได้เป็นการชี้ชวนหรือแนะนำการลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินใดๆผู้เขียนและ iCafeFX.com จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายใดๆที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้ข้อมูลในบทความนี้
โอเคครับน้องๆมาถึงส่วนสุดท้ายของเรื่องค่า Swap กันแล้วนะหลังจากที่คุยกันไปตั้งแต่พื้นฐานว่ามันคืออะไรคำนวณยังไงคราวนี้พี่บอมจะขอสรุปจากประสบการณ์ตรงเลยว่าเราควรจะเอาเรื่องนี้ไปใช้ยังไงไม่ใช่แค่รู้เฉยๆ
เคล็ดลับจากประสบการณ์
จากประสบการณ์พี่ที่เทรดมานานกว่าสิบปีตั้งแต่ยุคที่อินเทอร์เน็ตยังเป็น 56k Modem ดังฟี้ๆแล้วค่อยๆมาเป็นบรอดแบนด์เรื่องค่า Swap นี่แหละครับเป็นหนึ่งในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่มือใหม่มักจะมองข้ามแต่กลับมีผลกระทบต่อพอร์ตอย่างที่เราคาดไม่ถึงเลยนะลองคิดดูว่าเราถือออเดอร์ยาวๆเป็นเดือนเป็นปีถ้าไม่รู้จักค่า Swap ดีพอเนี่ยบางทีมันอาจจะกัดกินกำไรเราไปจนหมดหรือหนักกว่านั้นคือทำให้ขาดทุนโดยไม่รู้ตัวเลยก็ได้พี่มีเคล็ดลับจากประสบการณ์จริงมาฝากน้องๆลองเอาไปพิจารณาดูนะ
1. อย่ามองข้ามค่า Swap โดยเด็ดขาดถ้าคิดจะถือออเดอร์ข้ามคืน
ตอนพี่เริ่มเทรดใหม่ๆสมัยที่ยังเห่อกับการดูแต่กราฟอย่างเดียวพี่ก็เคยพลาดท่ามาแล้วครับคิดว่าค่า Swap มันแค่เศษเงินเล็กๆน้อยๆจะไปสนใจอะไรมากพอถือออเดอร์ Buy EUR/USD ทิ้งไว้เป็นสัปดาห์สองสัปดาห์มารู้ตัวอีกทีอ้าว! ทำไมกำไรมันหดไปเยอะจังหรือบางทีก็กลายเป็นขาดทุนทั้งๆที่กราฟยังไปในทิศทางที่เราคิดเลยนะพอมาดูรายละเอียดใน Statement ถึงเห็นว่าโดนค่า Swap ลบไปเรื่อยๆนี่แหละครับค่า Swap มันเหมือนหยดน้ำที่ค่อยๆซึมลงดินครับวันละนิดวันละหน่อยแต่ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานๆโดยไม่รู้ตัวมันก็กลายเป็นบึงใหญ่ได้เลยเพราะฉะนั้นถ้าตั้งใจจะถือข้ามคืนต้องเช็คให้ดีก่อนนะครับว่าค่า Swap ติดลบเท่าไหร่แล้วมันคุ้มกับกำไรที่เราคาดว่าจะได้ไหม
2. ใช้ค่า Swap ให้เป็นประโยชน์ (Carry Trade)
อันนี้เป็นมุมมองที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้หรือไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากมันนะครับพี่เคยมีช่วงนึงที่ตลาดค่อนข้างนิ่งไม่ค่อยมีเทรนด์ชัดเจนแต่คู่เงินบางคู่เนี่ยอัตราดอกเบี้ยมันต่างกันเยอะมากจนทำให้ค่า Swap เป็นบวกที่น่าสนใจยกตัวอย่างเช่นสมัยก่อนตอนที่ JPY (เยนญี่ปุ่น) มีอัตราดอกเบี้ยต่ำมากๆส่วน AUD (ดอลลาร์ออสเตรเลีย) มีดอกเบี้ยสูงเราก็อาจจะพิจารณาเปิดออเดอร์ Buy AUD/JPY ทิ้งไว้เพื่อรับค่า Swap บวกทุกวันได้ครับอันนี้เรียกว่ากลยุทธ์ Carry Trade มันเหมือนเราฝากเงินกินดอกเบี้ยแต่ต้องระวังเรื่องความผันผวนของราคาด้วยนะเพราะตลาด Forex มันไม่ได้นิ่งเสมอไปแต่ถ้าจับจังหวะดีๆและบริหารความเสี่ยงเป็นค่า Swap ก็สามารถเป็น “รายได้ประจำ” เล็กๆน้อยๆให้เราได้เลยครับแต่ก็ต้องดูว่าโบรกเกอร์ให้ Swap เราเยอะพอไหมและต้องคอยอัปเดตอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆด้วยนะเพราะมันเปลี่ยนแปลงได้ตลอด
3. ตรวจสอบตารางค่า Swap ของโบรกเกอร์เสมอ
เคยสงสัยไหมครับว่าทำไมค่า Swap ของคู่เงินเดียวกันแต่ละโบรกเกอร์ถึงไม่เท่ากัน? ใช่ครับน้องมันไม่เท่ากัน! โบรกเกอร์แต่ละแห่งมีโครงสร้างต้นทุนและนโยบายในการตั้งค่า Swap ที่ต่างกันออกไปบางโบรกเกอร์อาจจะบวกเพิ่ม (Markup) เข้าไปในค่า Swap ลบทำให้เราเสียเยอะขึ้นหรือให้ Swap บวกน้อยลงขณะที่บางโบรกเกอร์อาจจะใจดีกว่าหรือมีเงื่อนไขพิเศษสำหรับลูกค้าบางประเภทพี่แนะนำว่าก่อนจะเปิดออเดอร์โดยเฉพาะออเดอร์ที่ตั้งใจถือยาวๆควรเข้าไปดูตารางค่า Swap บนเว็บไซต์ของโบรกเกอร์นั้นๆให้ละเอียดก่อนนะครับไม่ใช่แค่ดูใน MT4/MT5 อย่างเดียวเพราะข้อมูลบนเว็บมักจะอัปเดตและมีรายละเอียดครบถ้วนกว่าครับบางทีแค่ย้ายไปเทรดกับโบรกเกอร์ที่มีค่า Swap ดีกว่าก็ช่วยประหยัดเงินหรือเพิ่มรายได้ให้เราได้เป็นกอบเป็นกำเลยนะ
4. ทำความเข้าใจกับบัญชี Swap Free
มีน้องๆหลายคนถามพี่มาเยอะเหมือนกันเรื่องบัญชี Swap Free ว่ามันดีจริงไหมพี่ตอบตรงๆเลยว่า “ดีครับ…ถ้าเข้าใจเงื่อนไข” บัญชี Swap Free เนี่ยเหมาะมากสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการหลีกเลี่ยงค่า Swap ลบไม่ว่าจะด้วยเหตุผลทางศาสนาหรือเพราะไม่ต้องการแบกรับภาระดอกเบี้ยข้ามคืนเลยข้อดีคือเราสามารถถือออเดอร์ข้ามวันข้ามคืนได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่า Swap ที่จะโดนหักไปแต่! มันมักจะมี “อะไรบางอย่าง” ที่โบรกเกอร์จะชดเชยไปครับเช่นค่าคอมมิชชั่นต่อล็อตอาจจะสูงขึ้นหรือค่า Spread อาจจะกว้างกว่าบัญชีปกติเล็กน้อยซึ่งตรงนี้เราต้องชั่งน้ำหนักดูเองครับว่าการที่เราไม่ต้องเสียค่า Swap ลบมันคุ้มค่ากับค่าใช้จ่ายส่วนอื่นที่เพิ่มขึ้นมาไหมบางทีถ้าเราเทรดคู่เงินที่ให้ Swap บวกอยู่แล้วการใช้บัญชี Swap Free ก็อาจจะทำให้เราเสียโอกาสในการรับรายได้จาก Swap ไปก็ได้นะคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจครับน้องๆเทรดเดอร์ทุกคนอ.บอมเองครับวันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องที่หลายคนอาจจะมองข้ามไปหรือบางคนอาจจะยังงงๆอยู่นั่นก็คือ “ค่าสว็อป” หรือ “Swap” นั่นเองครับ
ทำไมต้องรู้จักค่าสว็อป?
ตอนผมเริ่มเทรดใหม่ๆนะครับก็มัวแต่โฟกัสที่กราฟราคาขึ้นลงทำกำไรเท่าไหร่ไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้หรอกครับคิดว่ามันเล็กน้อยจิ๊บจ๊อยแต่พอเทรดไปนานเข้าบางทีเราต้องถือออเดอร์ข้ามวันข้ามคืนหรือบางทีข้ามสัปดาห์ไอ้เจ้าค่าสว็อปนี่แหละครับมันจะเริ่มมีผลกับพอร์ตของเราอย่างเห็นได้ชัดเลยทีเดียวถ้าเราไม่เข้าใจมันดีๆบางทีมันกินกำไรเราไปเฉยๆหรือบางทีมันกลับมาช่วยเพิ่มกำไรให้เราได้ด้วยนะ! สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำให้อ่าน ข้อมูลเพิ่มเติม: siamlancard Homepage ประกอบ
ค่าสว็อปคืออะไรกันแน่?
ลองนึกภาพง่ายๆครับการเทรด Forex มันคือการที่เรา “ซื้อ” สกุลเงินหนึ่งแล้วก็ “ขาย” อีกสกุลเงินหนึ่งพร้อมกันใช่ไหมครับ? เหมือนเราไปแลกเงินที่สนามบินนั่นแหละแต่ในโลก Forex เราไม่ได้ถือเงินจริงหรอกนะแค่ทำการซื้อขายบนหน้าจอคอมฯ
ดอกเบี้ยข้ามคืนของการแลกเปลี่ยน
ทีนี้สกุลเงินแต่ละสกุลมันก็มี “อัตราดอกเบี้ย” ของตัวเองครับซึ่งกำหนดโดยธนาคารกลางของประเทศนั้นๆเช่นดอลลาร์สหรัฐฯมีดอกเบี้ยเท่านี้เยนญี่ปุ่นมีดอกเบี้ยเท่านี้พอเราถือคู่เงินข้ามคืนระบบมันก็จะคำนวณดอกเบี้ยของสกุลเงินที่เรา “ซื้อ” กับสกุลเงินที่เรา “ขาย” ออกไปแล้วเอามาหักลบกันครับส่วนต่างตรงนี้แหละคือ “ค่าสว็อป” ที่เราต้องจ่ายหรือได้กลับมาครับ
สว็อปบวก (+) กับสว็อปลบ (-)
ถ้าดอกเบี้ยของสกุลเงินที่เรา “ซื้อ” มันสูงกว่าดอกเบี้ยของสกุลเงินที่เรา “ขาย” เราก็จะได้ “สว็อปบวก” ครับแปลว่าเราได้เงินคืนนิดๆหน่อยๆแต่ถ้ากลับกันดอกเบี้ยของสกุลเงินที่เรา “ซื้อ” มันต่ำกว่าสกุลเงินที่เรา “ขาย” เราก็ต้องจ่าย “สว็อปลบ” ครับซึ่งมันจะหักจากพอร์ตเราไปเลย
ความสำคัญของโบรกเกอร์
แต่ละโบรกเกอร์ก็จะมีเรทค่าสว็อปที่ไม่เท่ากันนะครับตรงนี้สำคัญมากเพราะมันคือแหล่งรายได้ส่วนหนึ่งของโบรกเกอร์เช่นกันบางโบรกเกอร์อาจจะมีค่าสว็อปที่สูงกว่าหรือต่ำกว่าขึ้นอยู่กับนโยบายของเขาเลยเราต้องเช็กดีๆครับ
กลไกเบื้องหลังค่าสว็อป
จริงๆแล้วค่าสว็อปมันมาจากหลักการที่เรียกว่า “Carry Trade” นี่แหละครับคือการกู้เงินสกุลที่มีดอกเบี้ยต่ำเพื่อไปลงทุนในสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูงเพื่อหวังส่วนต่างของดอกเบี้ยแต่สำหรับเทรดเดอร์อย่างเราๆไม่ต้องไปกู้เองโบรกเกอร์จัดการให้หมดเราแค่รับผลของมันครับ
ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าสว็อป
* อัตราดอกเบี้ยนโยบาย: อันนี้คือหัวใจเลยครับธนาคารกลางประกาศขึ้นดอกเบี้ยเมื่อไหร่ค่าสว็อปก็อาจจะเปลี่ยนไปทันที
* นโยบายของโบรกเกอร์: โบรกเกอร์แต่ละที่อาจจะบวกส่วนต่าง (Markup) เข้าไปในอัตราสว็อปจริงอีกนิดหน่อยเพื่อเป็นค่าบริการ
* ชนิดของคู่เงิน: คู่เงินที่มีส่วนต่างดอกเบี้ยสูงๆเช่น AUD/JPY, NZD/JPY มักจะมีค่าสว็อปที่โดดเด่นกว่าคู่เงินอื่นๆ
Triple Swap วันพุธ
เคยสงสัยไหมว่าทำไมวันพุธค่าสว็อปมันเยอะเป็นสามเท่า? อันนี้เป็นธรรมเนียมปฏิบัติของตลาด Forex ครับเพราะว่าวันหยุดสุดสัปดาห์ (เสาร์-อาทิตย์) ตลาดปิดแต่เรายังถือออเดอร์อยู่โบรกเกอร์เลยไปรวมค่าสว็อปของวันเสาร์อาทิตย์มาคิดรวมในวันพุธทำให้วันพุธเราจะเห็นค่าสว็อปที่เยอะกว่าปกติครับ
ตัวอย่างคำนวณจริง
มาลองดูตัวอย่างคำนวณค่าสว็อปกันแบบละเอียดๆเลยนะครับจะได้เห็นภาพชัดๆว่ามันทำงานยังไง
ตัวอย่างที่ 1: ซื้อ EUR/USD (คาดว่าได้ Swap บวก)
สมมติว่าคุณเปิดออเดอร์ Long EUR/USD จำนวน 1 Lot (100,000 หน่วย) เมื่อวันจันทร์แล้วถือข้ามคืนไปเรื่อยๆจนถึงวันพฤหัสบดี (รวม 3 คืน)* ข้อมูลสมมติ: * อัตราดอกเบี้ย ECB (ยูโรโซน): 3.50%
* อัตราดอกเบี้ย Fed (สหรัฐฯ): 5.50%
* Swap Rate ของโบรกเกอร์สำหรับ Long EUR/USD: -8.50 Points (หรือ -0.85 USD ต่อ 1 Lot ต่อวัน)
* (ข้อมูลนี้สมมติขึ้นเพื่อความเข้าใจแต่ในชีวิตจริงโบรกเกอร์มักจะโชว์เป็นตัวเลข Swap rate โดยตรงเลยครับ)
* เราซื้อ EUR (ดอกเบี้ย 3.50%) และขาย USD (ดอกเบี้ย 5.50%)
* ส่วนต่างดอกเบี้ย: 3.50% – 5.50% = -2.00%
* หมายความว่าเราถือสกุลเงินที่ดอกเบี้ยต่ำกว่าและขายสกุลเงินที่ดอกเบี้ยสูงกว่าดังนั้นเราต้องจ่ายดอกเบี้ยหรือได้ Swap ติดลบครับ* การคำนวณ: * Swap Rate ต่อ Lot ต่อวัน: สมมติว่าโบรกเกอร์กำหนดมาแล้วว่า Long EUR/USD คือ -0.85 USD ต่อ 1 Lot ต่อวัน
* จำนวนคืนที่ถือ: 3 คืน (จันทร์, อังคาร, พุธ – วันพุธคิด 3 เท่า)
* คืนจันทร์: -0.85 USD
* คืนอังคาร: -0.85 USD
* คืนพุธ (Triple Swap): -0.85 USD * 3 = -2.55 USD
* รวมค่า Swap ที่ต้องจ่าย: -0.85 + (-0.85) + (-2.55) = -4.25 USDในตัวอย่างนี้แม้ว่าดอกเบี้ยยูโรจะต่ำกว่าดอลลาร์ทำให้เราได้สว็อปติดลบแต่ตัวเลขที่โบรกเกอร์แสดงนั้นจะรวมส่วนต่างและ markup ของโบรกเกอร์เข้าไปแล้วครับดังนั้นเราดูตัวเลขจากโบรกเกอร์ได้เลยตรงๆครับ
ตัวอย่างที่ 2: ขาย GBP/JPY (คาดว่าได้ Swap บวก)
คุณเปิดออเดอร์ Short GBP/JPY จำนวน 0.5 Lot เมื่อวันอังคารแล้วถือข้ามคืนไปถึงวันศุกร์ (รวม 3 คืน)* ข้อมูลสมมติ: * อัตราดอกเบี้ย BOE (อังกฤษ): 5.25%
* อัตราดอกเบี้ย BOJ (ญี่ปุ่น): 0.10%
* Swap Rate ของโบรกเกอร์สำหรับ Short GBP/JPY: +12.00 Points (หรือ +1.20 USD ต่อ 1 Lot ต่อวัน)
* เราขาย GBP (ดอกเบี้ย 5.25%) และซื้อ JPY (ดอกเบี้ย 0.10%)
* ส่วนต่างดอกเบี้ย: 0.10% (ที่เราซื้อ) – 5.25% (ที่เราขาย) = -5.15%
* แต่เดี๋ยวก่อน! การ Short คือการ “ขาย” สกุลเงินแรกและ “ซื้อ” สกุลเงินหลังดังนั้นเรากำลัง “ซื้อ” JPY ที่ดอกเบี้ยต่ำและ “ขาย” GBP ที่ดอกเบี้ยสูงในมุมมองของการ Swap เราจะได้ Swap บวกครับเพราะเรากำลังกู้ของแพงไปซื้อของถูกครับ* การคำนวณ: * Swap Rate ต่อ Lot ต่อวัน: +1.20 USD ต่อ 1 Lot ต่อวัน
* จำนวน Lot: 0.5 Lot
* Swap Rate สำหรับ 0.5 Lot ต่อวัน: +1.20 USD * 0.5 = +0.60 USD
* จำนวนคืนที่ถือ: 3 คืน (อังคาร, พุธ, พฤหัสบดี – วันพุธคิด 3 เท่า)
* คืนอังคาร: +0.60 USD
* คืนพุธ (Triple Swap): +0.60 USD * 3 = +1.80 USD
* คืนพฤหัสบดี: +0.60 USD
* รวมค่า Swap ที่ได้: +0.60 + (+1.80) + (+0.60) = +3.00 USDในเคสนี้คุณได้ Swap บวกสะสมทำให้มีกำไรเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการถือออเดอร์ข้ามคืนครับ
ตัวอย่างที่ 3: Swap-Free Account ต่างกันยังไง?
สมมติคุณใช้บัญชี Swap-Free (หรือ Islamic Account) ซึ่งออกแบบมาสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยตามหลักศาสนา* การคำนวณ: * ไม่ว่าคุณจะ Long หรือ Short คู่เงินอะไรก็ตาม
* ไม่ว่าคุณจะถือออเดอร์ข้ามคืนกี่คืน
* ค่า Swap: 0.00 USD เสมอแต่โบรกเกอร์ก็ไม่ได้ใจดีขนาดนั้นครับบัญชี Swap-Free มักจะมีเงื่อนไขอื่นๆแลกเปลี่ยนเช่นอาจจะมีค่าคอมมิชชั่นที่สูงขึ้นหรือมีค่าบริหารจัดการ (Administration Fee) หลังจากถือออเดอร์เกินจำนวนวันที่กำหนด (เช่นเกิน 3-5 วันทำการ) ซึ่งจะเป็นการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมคล้ายๆ Swap นั่นแหละครับเพียงแต่เรียกชื่อต่างกันไป
Case Study
จากประสบการณ์ตรงของผมนี่แหละครับจะเล่าให้ฟังว่าค่าสว็อปมันมีผลยังไงกับพอร์ตของเราจริงๆ
เคสที่ 1: “สว็อปบวกช่วยชีวิต” – ถือยาว USD/JPY
ตอนนั้นช่วงประมาณปี 2015-2016 ครับผมกำลังเทรด USD/JPY อยู่แล้วเห็นแนวโน้มว่าดอลลาร์น่าจะแข็งค่าขึ้นไปได้อีกในระยะยาวผมเลยตัดสินใจเปิด Long ออเดอร์ USD/JPY ไปค่อนข้างเยอะเลยครับแล้วก็ถือยาวเป็นเดือนๆเลยตอนนั้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯค่อนข้างสูงส่วนญี่ปุ่นนี่ดอกเบี้ยติดลบหรือใกล้ศูนย์มาตลอดทำให้การ Long USD/JPY มันได้ Swap บวกทุกคืนครับ! ตอนแรกก็ไม่ได้สนใจอะไรมากแต่พอถือไปเป็นเดือนๆเข้าเท่านั้นแหละครับผมสังเกตเห็นว่าในช่อง Swap มันมีตัวเลขบวกสะสมขึ้นมาเรื่อยๆจนกลายเป็นเงินก้อนใหญ่เลยนะบางทีช่วงตลาดซึมๆไม่ค่อยวิ่งราคาไปไหนไม่ไกลแต่ผมก็ได้กำไรจาก Swap นี่แหละครับมาจุนเจือพอร์ตไปได้เยอะเลยยิ่งถ้าเราเทรดหลาย Lot นะครับไอ้ค่าสว็อปที่ดูเหมือนจะน้อยๆเนี่ยมันกลายเป็นกำไรเสริมที่น่าทึ่งมากๆได้เลยครับยิ่งถือยาวยิ่งได้เปรียบในเคสแบบนี้นี่แหละครับคือพลังของ Carry Trade ที่แท้จริงถ้าเราเลือกคู่เงินถูกทางและใจเย็นพอ
เคสที่ 2: “สว็อปกินหมดกำไร” – ลืมดูคู่เงินแปลกๆ
อีกเคสนึงนี่ตรงกันข้ามเลยครับเป็นตอนที่ผมกำลังลองเทรดคู่เงินแปลกๆที่ไม่ค่อยได้เทรดบ่อยนักอย่างเช่นพวกคู่เงิน Exotic Pair ที่มีสกุลเงินจากประเทศกำลังพัฒนาเข้ามาเกี่ยวข้องหรือบางทีก็เป็น Cross Pair ที่มีส่วนต่างดอกเบี้ยสูงมากผมเปิดออเดอร์ Short คู่เงินคู่นึงไปครับกะว่าจะทำกำไรสั้นๆแต่พอดีมีธุระด่วนเลยลืมปิดออเดอร์ไปซะสนิทเลยครับกลับมาดูอีกทีหลังจากถือข้ามคืนไป 2-3 วันอ้าว! กำไรที่ควรจะได้จากราคาที่วิ่งไปนิดหน่อยมันหายไปเกือบหมดเลยครับพอดูในช่อง Swap เท่านั้นแหละครับโอ้โห! ค่าสว็อปติดลบมหาศาลเลยครับเพราะตอนนั้นผมดันไป Short คู่เงินที่การ Short มันให้ Swap ติดลบเยอะมากๆแถมวันพุธก็โดน Triple Swap เข้าไปอีกเรียกได้ว่าโดนค่าสว็อปกินกำไรที่ควรจะได้ไปซะเกือบเกลี้ยงเลยครับจากประสบการณ์นี้ผมเรียนรู้เลยครับว่าต่อให้เป็นเทรดสั้นถ้ามีโอกาสต้องถือข้ามคืนจริงๆเราก็ต้องเช็กค่าสว็อปของคู่เงินนั้นๆให้ดีก่อนเสมอครับไม่งั้นอาจจะเจอแจ็กพอตสว็อปติดลบหนักๆแบบผมได้นะ
เปรียบเทียบ: บัญชี Standard vs. Swap-Free
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นผมทำตารางเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียระหว่างบัญชีเทรดทั่วไป (Standard Account) กับบัญชี Swap-Free (หรือ Islamic Account) ให้ดูครับ
| คุณสมบัติ | บัญชี Standard (ทั่วไป) | บัญชี Swap-Free (Islamic Account) |
|---|---|---|
| การคิดค่า Swap | มีทั้ง Swap บวกและลบ | ไม่มีการคิดค่า Swap ข้ามคืน (0 Swap) |
| เหมาะสำหรับ | เทรดเดอร์ทั่วไป, Scalping, Day Trade, Swing Trade, Position Trade, Carry Trade | เทรดเดอร์ที่ต้องการหลีกเลี่ยงดอกเบี้ย (ตามหลักศาสนา), Scalping, Day Trade |
| ค่าธรรมเนียมอื่นๆ | อาจมีค่าคอมมิชชั่นต่ำกว่า, หรือไม่มีเลย (ถ้าเป็นบัญชี Spread Only) | อาจมีค่าคอมมิชชั่นสูงขึ้น, หรือมีค่าบริหารจัดการ (Administration Fee) หากถือออเดอร์เกินกำหนดวัน |
| ความยืดหยุ่น | สูงกว่า, สามารถใช้กลยุทธ์ Carry Trade ได้เต็มที่ | น้อยกว่า, จำกัดการใช้กลยุทธ์ที่ต้องอาศัย Swap บวก |
| ข้อควรพิจารณา | ต้องคำนวณและบริหารจัดการความเสี่ยงจาก Swap ที่อาจเป็นลบ | ต้องตรวจสอบค่าบริหารจัดการหรือค่าคอมมิชชั่นที่อาจถูกเพิ่มเข้ามาแทน |
เลือกบัญชีแบบไหนดี?
จากตารางนะครับจะเห็นว่าบัญชี Standard เนี่ยมันมีความยืดหยุ่นสูงกว่าถ้าเราเป็นเทรดเดอร์ที่ไม่ได้มีข้อจำกัดด้านศาสนาและพร้อมที่จะบริหารจัดการความเสี่ยงเรื่อง Swap ได้ผมแนะนำบัญชี Standard ครับเพราะเราสามารถใช้ประโยชน์จาก Swap บวกได้ด้วยโดยเฉพาะกับกลยุทธ์ Carry Trade ที่เน้นการถือยาวๆแต่ถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์ที่เน้น Scalping หรือ Day Trade คือเปิดออเดอร์แล้วปิดภายในวันไม่ได้ถือข้ามคืนเลยค่า Swap ก็แทบจะไม่มีผลกับคุณครับดังนั้นจะใช้บัญชีแบบไหนก็ไม่ต่างกันมากส่วนบัญชี Swap-Free นี่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยตามหลักศาสนาอิสลามโดยเฉพาะครับแต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายอื่นๆที่อาจจะถูกเรียกเก็บแทนอย่างที่บอกไปครับโบรกเกอร์เขาก็ต้องมีรายได้จากการให้บริการเหมือนกัน
การนำค่าสว็อปไปใช้ในกลยุทธ์การเทรด
ค่าสว็อปไม่ได้เป็นแค่ต้นทุนที่เราต้องจ่ายแต่มันเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่เราเอามาใช้ประโยชน์ได้ด้วยนะ
กลยุทธ์ Carry Trade
อันนี้แหละครับคือการหาคู่เงินที่ให้ Swap บวกมากๆแล้วเราก็เปิดออเดอร์ Long หรือ Short ตามทิศทางที่ได้ Swap บวกแล้วก็ถือไปเรื่อยๆครับเป้าหมายหลักคือการกิน Swap ทุกคืนเป็นกอบเป็นกำโดยที่ราคาอาจจะวิ่งไม่เยอะมากแต่เราก็ได้ดอกเบี้ยทุกวันผมเองก็เคยใช้กลยุทธ์นี้แล้วได้ผลดีกับคู่เงินอย่าง AUD/JPY หรือ NZD/JPY ครับ
หลีกเลี่ยง Swap ติดลบหนักๆ
สำหรับเทรดเดอร์สายสั้นหรือที่ไม่ได้อยากถือยาวสิ่งสำคัญคือการเช็กค่า Swap ก่อนเปิดออเดอร์เสมอครับถ้ามีโอกาสต้องถือข้ามคืนจริงๆและพบว่า Swap เป็นลบเยอะมากอาจจะต้องพิจารณาปิดออเดอร์ก่อนหรือหาจังหวะที่เหมาะสมเพื่อเปิดใหม่ในวันถัดไปแทนที่จะยอมให้ Swap กินกำไรของเราไปฟรีๆครับ
สิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่รู้เกี่ยวกับสว็อป
ผมเจอมากับตัวบ่อยครั้งครับว่าบางเรื่องเกี่ยวกับสว็อปนี่โบรกเกอร์ไม่ค่อยบอกตรงๆหรือไม่ก็เขียนตัวเล็กๆไว้
Swap Rate มีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา
อย่าคิดว่า Swap Rate ที่เห็นวันนี้จะคงที่ตลอดไปนะครับมันสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตามอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางหรือแม้แต่การปรับนโยบายของโบรกเกอร์เองดังนั้นถ้าจะถือยาวๆควรเช็ก Swap Rate เป็นระยะๆด้วย
โบรกเกอร์ส่วนใหญ่มี Markup ในค่า Swap
อย่างที่บอกไปครับค่า Swap ที่เราเห็นนั้นไม่ได้เป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงเป๊ะๆโบรกเกอร์จะบวกส่วนต่าง (Markup) เข้าไปอีกเล็กน้อยเพื่อเป็นรายได้ของเขาครับดังนั้นค่า Swap จากโบรกเกอร์แต่ละเจ้าจึงไม่เท่ากัน
ผลกระทบของ Swap ต่อ Margin
ในบางกรณีโดยเฉพาะเมื่อคุณถือออเดอร์ที่มี Swap ติดลบมากๆเป็นระยะเวลานานๆค่า Swap ที่ถูกหักออกจากบัญชีทุกคืนอาจทำให้ Equity ของคุณลดลงจนไปกระทบกับ Margin Level ได้และอาจนำไปสู่ Margin Call หรือ Stop Out ได้เลยนะครับอันนี้ต้องระวัง! สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมแนะนำให้อ่าน Forex [2026] ประกอบ
คำถามที่พบบ่อย (
💡 แนะนำ: สำหรับคนที่สนใจเรื่อง IT และเทคโนโลยีลองอ่าน page3 จาก SiamCafe Blog ได้ครับ
FAQ)
1. ค่า Swap คิดยังไงในวันหยุดราชการ?
ถ้ามีวันหยุดราชการที่ตลาดปิดระบบจะคำนวณ Swap ของวันนั้นไปรวมกับวันทำการก่อนหน้าครับเช่นถ้าวันจันทร์เป็นวันหยุดก็จะคิด Swap วันจันทร์ไปรวมกับวันศุกร์ทำให้วันศุกร์มีการคิด Swap 2 เท่าแทนครับ
2. Swap-Free Account มีข้อเสียไหม?
มีครับบัญชี Swap-Free มักจะมีเงื่อนไขอื่นๆแลกเปลี่ยนเช่นค่าคอมมิชชั่นที่สูงกว่าบัญชี Standard หรือมีค่าบริหารจัดการ (Administration Fee) เมื่อถือออเดอร์เกินจำนวนวันที่กำหนดครับ
3. ควรเช็กค่า Swap ตอนไหน?
ควรเช็กก่อนเปิดออเดอร์เสมอครับโดยเฉพาะถ้าคุณวางแผนจะถือออเดอร์ข้ามคืนหรือข้ามสัปดาห์โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะแสดงข้อมูล Swap Rate ไว้ในรายละเอียดของคู่เงินนั้นๆครับ
4. Swap บวกเยอะๆแปลว่าดีเสมอไปไหม?
Swap บวกเยอะๆก็เป็นกำไรเสริมที่ดีครับแต่เราต้องไม่ลืมปัจจัยหลักคือทิศทางราคาของคู่เงินนั้นๆด้วยถ้าได้ Swap บวกแต่ราคาวิ่งผิดทางจนขาดทุนเยอะๆก็ไม่คุ้มครับต้องดูภาพรวมทั้งหมด
5. ทำไม Swap บางทีเป็น 0.00 ทั้งๆที่ไม่ใช่ Swap-Free Account?
บางทีถ้าเป็นคู่เงินที่มีส่วนต่างดอกเบี้ยน้อยมากๆและโบรกเกอร์ปัดเศษหรือเป็นช่วงที่ตลาดโลกมีนโยบายดอกเบี้ยใกล้เคียงกันมากๆก็เป็นไปได้ครับที่จะเห็น Swap เป็นศูนย์หรือน้อยมากจนแทบไม่มีผล
สรุปจากใจอ.บอม
น้องๆครับค่าสว็อปเนี่ยมันไม่ใช่แค่ตัวเลขเล็กๆน้อยๆที่จะมองข้ามได้เลยนะจากประสบการณ์ผมมันเป็นได้ทั้งเพื่อนและศัตรูในเวลาเดียวกันถ้าเราเข้าใจมันดีๆเราสามารถใช้มันเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ทำกำไรได้เลยหรืออย่างน้อยที่สุดก็รู้ไว้เพื่อหลีกเลี่ยงการขาดทุนที่ไม่จำเป็นครับอย่าเพิ่งเชื่อผมทุกอย่างนะลองไปดูค่าสว็อปของโบรกเกอร์ที่เราเทรดอยู่ครับลองคำนวณดูเองว่าถ้าถือข้ามคืนแล้วจะได้หรือจะเสียเท่าไหร่แล้วเอาไปประกอบการตัดสินใจในการเทรดของเราครับหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์และช่วยให้น้องๆเข้าใจเรื่องค่าสว็อปได้มากขึ้นนะครับขอให้สนุกกับการเทรดและทำกำไรกันเยอะๆครับ!คำเตือนความเสี่ยง: การลงทุนในตลาด Forex มีความเสี่ยงสูงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุนและยอมรับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้การใช้ Leverage สูงอาจส่งผลให้สูญเสียเงินลงทุนมากกว่าเงินต้นได้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ค่า Swap คำนวณตอนไหนครับ?
ค่า Swap จะถูกคำนวณและหัก/เพิ่มเข้าบัญชีของคุณตอนช่วงเวลาประมาณตี 5-6 โมงเช้าตามเวลาเซิร์ฟเวอร์ของโบรกเกอร์ครับซึ่งเวลาส่วนใหญ่จะอ้างอิงตามเวลาปิดตลาดนิวยอร์กหรือ 17:00 EST นั่นเองครับและที่สำคัญคือถ้าเราถือออเดอร์ข้ามคืนจากวันพุธไปวันพฤหัสบดีค่า Swap จะถูกคิดเป็น 3 เท่าเลยนะเพราะมันรวมเอาวันหยุดเสาร์-อาทิตย์เข้ามาด้วยนี่เป็นจุดที่หลายคนมักจะลืมไปครับ
ถ้าผมเปิดออเดอร์แล้วปิดภายในวันเดียวกันจะเสียค่า Swap ไหมครับ?
ไม่เสียครับน้องๆ! ค่า Swap จะคิดเฉพาะออเดอร์ที่เราถือข้ามคืนเท่านั้นถ้าเราเปิดออเดอร์ตอนเช้าแล้วปิดตอนเย็นหรือเปิดแล้วปิดภายในไม่กี่ชั่วโมงไม่ว่าจะกำไรหรือขาดทุนเราก็จะไม่เกี่ยวข้องกับค่า Swap เลยครับเพราะฉะนั้นใครที่ชอบเทรดสั้นๆแบบ Day Trade หรือ Scalping ก็สบายใจได้เลยไม่ต้องมานั่งปวดหัวเรื่องค่า Swap ครับ
ค่า Swap ของแต่ละโบรกเกอร์เท่ากันไหมครับ?
ไม่เท่ากันครับน้องถึงแม้ว่าค่า Swap พื้นฐานจะมาจากอัตราดอกเบี้ยระหว่างธนาคาร (Interbank Rate) แต่โบรกเกอร์แต่ละเจ้าก็มีอิสระในการกำหนดค่า Swap ของตัวเองครับบางโบรกเกอร์อาจจะบวกค่าธรรมเนียมเพิ่มเข้าไปหรือบางโบรกเกอร์ก็อาจจะให้ค่า Swap ที่ดีกว่าเพื่อดึงดูดลูกค้าเพราะฉะนั้นการเปรียบเทียบค่า Swap ของหลายๆโบรกเกอร์ก่อนตัดสินใจเปิดบัญชีก็เป็นสิ่งที่เราควรทำนะครับ
บัญชี Swap Free มันดีจริงหรือเปล่าครับ?
บัญชี Swap Free มีข้อดีตรงที่เราไม่ต้องกังวลเรื่องค่า Swap ลบเลยครับเหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการหลีกเลี่ยงดอกเบี้ยข้ามคืนหรือต้องการถือออเดอร์ยาวๆโดยไม่มีภาระตรงนี้แต่ก็ต้องระวังนะครับเพราะบางครั้งโบรกเกอร์อาจจะชดเชยรายได้ที่หายไปจากการไม่คิดค่า Swap ด้วยการเพิ่มค่าคอมมิชชั่นหรือขยายค่า Spread ให้กว้างขึ้นกว่าบัญชีปกติครับจึงควรศึกษาเงื่อนไขให้ดีก่อนตัดสินใจใช้ครับ
ค่า Swap เป็นบวกเสมอไปไหมครับ?
ไม่เสมอไปครับน้องๆค่า Swap จะเป็นบวกหรือลบนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเลยทั้งคู่สกุลเงินที่เราเทรดทิศทางการเทรด (ซื้อหรือขาย) และที่สำคัญคืออัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางของสกุลเงินนั้นๆครับถ้าเราซื้อสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยสูงและขายสกุลเงินที่มีดอกเบี้ยต่ำเราก็จะได้ค่า Swap เป็นบวกแต่ถ้าสลับกันเราก็จะเสียค่า Swap เป็นลบครับ
ค่า Swap มีผลกับการเทรดระยะสั้น (Scalping/Day Trade) แค่ไหนครับ?
แทบจะไม่มีผลเลยครับสำหรับการเทรดระยะสั้นแบบ Scalping หรือ Day Trade เพราะธรรมชาติของการเทรดสไตล์นี้คือการเปิดออเดอร์แล้วปิดภายในวันเดียวกันหรือภายในไม่กี่ชั่วโมงทำให้ไม่เกิดการถือครองสถานะข้ามคืนและไม่เข้าเงื่อนไขการคิดค่า Swap ครับเพราะฉะนั้นเทรดเดอร์สายซิ่งไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลยครับ
เราจะดูค่า Swap ของคู่เงินที่เราสนใจได้จากที่ไหนครับ?
เราสามารถดูค่า Swap ได้ง่ายๆจากหลายช่องทางครับอย่างแรกคือบนเว็บไซต์ของโบรกเกอร์ที่เราใช้บริการส่วนใหญ่จะมีตารางค่า Swap แสดงไว้อย่างชัดเจนครับอีกทางหนึ่งคือดูได้โดยตรงจากโปรแกรม MT4 หรือ MT5 ครับเพียงแค่คลิกขวาที่คู่เงินที่เราสนใจในหน้า Market Watch แล้วเลือก “Specification” หรือ “ข้อมูลจำเพาะ” ก็จะเห็นรายละเอียดค่า Swap สำหรับ Long (ซื้อ) และ Short (ขาย) ได้เลยครับ
สรุป
เป็นยังไงบ้างครับน้องๆพอจะเข้าใจเรื่องค่า Swap กันมากขึ้นแล้วใช่ไหมครับจริงๆแล้วมันไม่ใช่เรื่องที่ซับซ้อนอะไรเลยเพียงแต่หลายคนอาจจะมองข้ามไปเพราะมันเป็นรายละเอียดเล็กๆน้อยๆที่ไม่ได้อยู่ในกราฟให้เราเห็นชัดๆตอนพี่เริ่มเทรดใหม่ๆพี่ก็เคยเป็นแบบนี้แหละครับมัวแต่ดูแท่งเทียนดูอินดิเคเตอร์จนลืมไปว่ายังมี “ค่าใช้จ่ายแฝง” หรือ “รายได้แฝง” ที่ซ่อนอยู่ตรงนี้ด้วยการที่เราเข้าใจเรื่องค่า Swap อย่างถ่องแท้จะช่วยให้เราวางแผนการเทรดได้อย่างรอบคอบมากขึ้นการเทรดสั้นเทรดยาวหรือแม้กระทั่งการหาโอกาสทำกำไรจากค่า Swap โดยตรงสิ่งสำคัญคือเราต้องมองทุกอย่างให้เป็นองค์รวมครับการเทรด Forex ไม่ใช่แค่เรื่องของการวิเคราะห์กราฟอย่างเดียวแต่มันคือการบริหารจัดการเงินทุนการบริหารความเสี่ยงและการทำความเข้าใจทุกๆกลไกที่เกี่ยวข้องกับตลาดถึงแม้ค่า Swap จะดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆแต่ถ้าเราต้องถือออเดอร์เป็นสัปดาห์เป็นเดือนหรือเป็นปีมันสามารถสร้างผลกระทบต่อกำไรขาดทุนของเราได้อย่างมีนัยสำคัญเลยนะครับลองคิดดูว่าถ้าเราไม่รู้เรื่องนี้เลยแล้วโดนหักค่า Swap ไปเรื่อยๆเป็นพันเป็นหมื่นเหรียญจะเสียดายแค่ไหนเพราะฉะนั้นจากประสบการณ์ของพี่บอมพี่อยากจะฝากให้น้องๆใส่ใจในทุกรายละเอียดครับค่า Spread ค่าคอมมิชชั่นหรือค่า Swap พวกนี้คือ “ต้นทุนทางธุรกิจ” ของเราถ้าเราบริหารต้นทุนได้ดีเราก็จะมีโอกาสทำกำไรได้มากขึ้นและเป็นเทรดเดอร์ที่ประสบความสำเร็จได้ในระยะยาวครับการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุดยิ่งรู้มากยิ่งได้เปรียบครับผม!
คำเตือน: การเทรด Forex มีความเสี่ยงสูงอาจสูญเสียเงินทุนทั้งหมดควรศึกษาให้ดีก่อนลงทุน
บทความโดยอ.บอม — iCafeForex.com
อ้างอิง: Investopedia
อ้างอิง: Bloomberg
ค่าสว็อป (Swap): เจาะลึกกลยุทธ์ขั้นสูงและกรณีศึกษาจริง
กลยุทธ์ Hedging ด้วย Swap: ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน
เทรดเดอร์มืออาชีพหลายคนใช้ Swap เป็นเครื่องมือในการป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยกตัวอย่างเช่นบริษัทนำเข้า-ส่งออกที่ต้องชำระเงินเป็นสกุลเงินต่างประเทศในอนาคตสามารถใช้ Swap เพื่อล็อคอัตราแลกเปลี่ยนณวันนี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงหากค่าเงินบาทอ่อนค่าลงในอนาคต
กรณีศึกษา: บริษัท ABC นำเข้าสินค้าจากสหรัฐอเมริกามูลค่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐโดยมีกำหนดชำระเงินในอีก 3 เดือนข้างหน้าผู้บริหารกังวลว่าค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงทำให้ต้องจ่ายเงินบาทมากขึ้นจึงตัดสินใจทำ Currency Swap โดยตกลงกับธนาคารว่าจะแลกเงินบาทเป็นดอลลาร์สหรัฐฯในอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบัน (สมมติว่า 36 บาทต่อ 1 ดอลลาร์) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าแม้ว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้าค่าเงินบาทจะอ่อนค่าลงเป็น 38 บาทต่อ 1 ดอลลาร์บริษัท ABC ก็ยังคงจ่ายเงินเพียง 36 ล้านบาท (1 ล้านดอลลาร์ x 36 บาท) ตามที่ตกลงไว้กับธนาคาร
การทำ Hedging ด้วย Swap ช่วยให้บริษัท ABC สามารถบริหารจัดการความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถวางแผนการเงินได้อย่างแม่นยำมากขึ้น
Arbitrage ด้วย Swap: โอกาสทำกำไรจากส่วนต่างดอกเบี้ย
Arbitrage คือการทำกำไรจากส่วนต่างของราคาหรืออัตราดอกเบี้ยในตลาดที่แตกต่างกันเทรดเดอร์บางรายใช้ Swap เพื่อทำ Arbitrage โดยการหาประโยชน์จากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยระหว่างสกุลเงินต่างๆ
ตัวอย่าง: สมมติว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากดอลลาร์สหรัฐฯสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเยนญี่ปุ่นเทรดเดอร์สามารถกู้เงินเยนญี่ปุ่นมาแปลงเป็นดอลลาร์สหรัฐฯแล้วนำไปฝากเพื่อรับดอกเบี้ยที่สูงกว่าจากนั้นทำ Swap เพื่อแลกเงินดอลลาร์สหรัฐฯกลับเป็นเงินเยนญี่ปุ่นในอนาคตหากส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสูงกว่าค่า Swap เทรดเดอร์ก็จะสามารถทำกำไรได้
อย่างไรก็ตามการทำ Arbitrage ด้วย Swap มีความซับซ้อนและมีความเสี่ยงเทรดเดอร์ต้องมีความเข้าใจในตลาดการเงินอย่างลึกซึ้งและต้องสามารถบริหารจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ตารางเปรียบเทียบค่า Swap ของโบรกเกอร์ต่างๆ (อัปเดตปี 2026)
ค่า Swap อาจแตกต่างกันไปในแต่ละโบรกเกอร์ดังนั้นการเปรียบเทียบค่า Swap ก่อนตัดสินใจเลือกโบรกเกอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญตารางด้านล่างแสดงตัวอย่างค่า Swap (โดยประมาณ) สำหรับคู่สกุลเงิน EUR/USD ของโบรกเกอร์ต่างๆในปี 2026
| โบรกเกอร์ | Swap Long (EUR) | Swap Short (EUR) |
|---|---|---|
| โบรกเกอร์ A | -2.5 pips | 0.8 pips |
| โบรกเกอร์ B | -1.8 pips | 1.2 pips |
| โบรกเกอร์ C | -3.0 pips | 0.5 pips |
ข้อสังเกต: ค่า Swap เป็นค่าประมาณและอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลาเทรดเดอร์ควรตรวจสอบค่า Swap กับโบรกเกอร์โดยตรงก่อนทำการซื้อขายนอกจากนี้ค่า Swap อาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทบัญชีและเงื่อนไขอื่นๆของโบรกเกอร์
เทคนิคขั้นสูง: การใช้ Swap ในการปรับพอร์ตการลงทุน
Swap สามารถใช้ในการปรับพอร์ตการลงทุนให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปยกตัวอย่างเช่นหากเทรดเดอร์คาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวสูงขึ้นสามารถใช้ Interest Rate Swap เพื่อเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate) เป็นอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate) เพื่อรับประโยชน์จากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
ตัวอย่าง: เทรดเดอร์ถือพันธบัตรรัฐบาลที่ให้อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ต่อปีแต่คาดการณ์ว่าธนาคารกลางจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตเทรดเดอร์สามารถทำ Interest Rate Swap โดยตกลงกับธนาคารว่าจะจ่ายอัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% ให้กับธนาคารและรับอัตราดอกเบี้ยลอยตัว (เช่น LIBOR + 1%) จากธนาคารหากอัตราดอกเบี้ยลอยตัวปรับตัวสูงขึ้นเทรดเดอร์ก็จะได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้นจาก Swap
การใช้ Swap ในการปรับพอร์ตการลงทุนต้องอาศัยความเข้าใจในตลาดการเงินและความสามารถในการคาดการณ์ทิศทางของอัตราดอกเบี้ยเทรดเดอร์ควรศึกษาข้อมูลและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจใช้ Swap
Swap-Free Account: บัญชีเทรดที่ไม่มีค่า Swap
Swap-Free Account หรือ Islamic Account เป็นบัญชีเทรดที่ไม่มีการคิดค่า Swap เหมาะสำหรับเทรดเดอร์ที่นับถือศาสนาอิสลามซึ่งมีข้อห้ามเรื่องการจ่ายหรือรับดอกเบี้ย (Riba) โบรกเกอร์บางแห่งมีบริการ Swap-Free Account เพื่อรองรับลูกค้ากลุ่มนี้
ข้อดี: เทรดเดอร์ไม่ต้องกังวลเรื่องค่า Swap เมื่อถือสถานะข้ามคืน
ข้อเสีย: โบรกเกอร์อาจมีข้อกำหนดหรือเงื่อนไขพิเศษสำหรับ Swap-Free Account เช่นค่าคอมมิชชั่นที่สูงกว่าหรือข้อจำกัดในการเทรดบางประเภท
หากคุณเป็นเทรดเดอร์ที่นับถือศาสนาอิสลาม Swap-Free Account อาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจแต่ควรศึกษาเงื่อนไขและข้อจำกัดของบัญชีอย่างละเอียดก่อนตัดสินใจเปิดบัญชี
📚 บทความที่เกี่ยวข้อง
- วิธี Copy MT4 รันหลายบัญชีพร้อมกัน [คลิป+คู่มือฉบับสมบูรณ์] 2026 (บทความหลัก)
- TradingView วิธีใช้งานเบื้องต้นสำหรับมือใหม่
- Demo Account vs Live Account ต่างกันอย่างไร
- วิเคราะห์ทอง forex คืออะไรวิเคราะห์ฉบับสมบูรณ์ 2026 — ICafeFX สอนเทรดฟรี
- Liquidity Zone วิธีหาจุดที่ Big Boys เข้าซื้อขาย
- ค่าธรรมเนียมของโบรกเกอร์ (Broker’s Mark-up): โบรกเกอร์แต่ละเจ้าก็จะมีนโยบายการคิดค่าสว็อปที่แตกต่างกันไปครับบางโบรกอาจจะบวกเพิ่มหรือหักลดไปจากอัตราส่วนต่างดอกเบี้ยจริงเพื่อเป็นค่าธรรมเนียมในการให้บริการหรือเพื่อให้สว็อปฝั่งหนึ่งเป็นบวกอีกฝั่งเป็นลบเสมอซึ่งเป็นเรื่องปกติครับเหมือนค่าสเปรดนั่นแหละครับ
- ขนาดสัญญา (Contract Size/Lot Size): แน่นอนว่าการเทรด 1 Standard Lot (100,000 หน่วย) ย่อมมีผลต่อค่าสว็อปมากกว่า 1 Mini Lot (10,000 หน่วย) หรือ 1 Micro Lot (1,000 หน่วย) ครับเพราะมันคือขนาดเงินที่เรา “กู้” หรือ “ให้ยืม” จำนวนเงินมากค่าดอกเบี้ยก็มากตามครับ
- ทิศทางสถานะ (Long/Short Position): ค่าสว็อปจะต่างกันไปขึ้นอยู่กับว่าเรากำลัง “ซื้อ” (Long) หรือ “ขาย” (Short) คู่เงินนั้นๆเพราะมันหมายถึงเรากำลัง “กู้” หรือ “ให้ยืม” สกุลเงินไหนนั่นเองครับอย่างที่ผมยกตัวอย่าง USD/JPY ไปแล้ว
- วันในสัปดาห์ (Day of the Week): นี่คือจุดที่หลายคนพลาดบ่อยๆเลยครับโดยเฉพาะ “คืนวันพุธ” ที่จะมีค่าสว็อปคิดเป็น 3 เท่าของวันปกติ! เดี๋ยวผมจะเล่าเรื่องนี้แบบละเอียดในหัวข้อถัดไปครับ
- สกุลเงินที่ใช้คำนวณ (Quote Currency): ค่าสว็อปจะถูกคำนวณและแสดงผลในสกุลเงินหลักของบัญชีเราหรือบางทีก็เป็นสกุลเงินที่สองของคู่เทรดแล้วค่อยแปลงกลับมาเป็นสกุลเงินหลักของบัญชีครับขึ้นอยู่กับโบรกเกอร์และแพลตฟอร์ม
- Buy AUDJPY ขนาด 0.05 Lot (หวังทำ Carry Trade) ที่ราคา 95.000
- Sell XAUUSD (ทองคำ) ขนาด 0.02 Lot (เทรดสั้นๆแต่เผลอถือข้ามคืน) ที่ราคา 2350.00
ข้อมูล เพิ่มเติม ที่ ควร ทราบ
แหล่ง เรียน รู้ ที่ แนะนำ
สำหรับ ผู้ ที่ ต้องการ ศึกษา เรื่อง นี้ อย่าง จริงจัง มี แหล่ง ข้อมูล มากมาย ที่ สามารถ เข้าถึง ได้ ฟรี หรือ เสีย ค่า ใช้ จ่าย ไม่ มาก เว็บไซต์ เอกสาร อย่าง เป็น ทางการ เป็น แหล่ง ที่ ดี ที่สุด เพราะ ข้อมูล ถูก ต้อง และ อัปเดต อยู่ เสมอ นอกจาก นี้ ยัง มี คอร์ส ออนไลน์ จาก Udemy Coursera edX ที่ มี ทั้ง แบบ ฟรี และ เสีย เงิน บาง คอร์ส ยัง มี ใบ ประกาศนียบัตร ให้ ด้วย ซึ่ง สามารถ นำ ไป ใช้ ใน การ สมัคร งาน ได้ อีก ด้วย การ เรียน จาก หลาย แหล่ง จะ ช่วย ให้ ได้ มุมมอง ที่ หลากหลาย และ เข้าใจ ได้ ลึก ซึ้ง ยิ่ง ขึ้น
- เอกสาร อย่าง เป็น ทางการ : แหล่ง ข้อมูล ที่ ดี ที่สุด สำหรับ การ เรียน รู้ เพราะ มี ข้อมูล ที่ ถูก ต้อง แม่นยำ และ อัปเดต ล่าสุด อยู่ เสมอ ควร อ่าน อย่าง เป็น ระบบ ตั้งแต่ เริ่มต้น ไป จนถึง ขั้น สูง จะ ช่วย ให้ เข้าใจ อย่าง ถ่องแท้
- YouTube : ช่อง สอน ทั้ง ภาษา ไทย และ ภาษา อังกฤษ มี มากมาย ให้ เลือก ดู การ เรียน รู้ แบบ วิดีโอ จะ ช่วย ให้ เข้าใจ ง่าย ขึ้น เพราะ มี ภาพ ประกอบ และ การ สาธิต ให้ ดู ตาม ได้
- ชุมชน ออนไลน์ : Facebook Group Discord Server LINE OpenChat เป็น สถาน ที่ ดี สำหรับ การ ถาม คำถาม และ แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ กับ ผู้ อื่น ที่ สนใจ เรื่อง เดียวกัน ช่วย เร่ง การ เรียน รู้
- หนังสือ : ยัง คง เป็น แหล่ง เรียน รู้ ที่ ดี เพราะ มี เนื้อหา ที่ ละเอียด และ เป็น ระบบ มาก กว่า บทความ ออนไลน์ ทั่วไป เลือก หนังสือ ที่ มี รีวิว ดี จาก ผู้ อ่าน จริง
แนวโน้ม อนาคต ใน ปี 2026 ถึง 2027
ใน ช่วง ปี 2026 ถึง 2027 มี แนวโน้ม ที่ จะ เปลี่ยนแปลง ไป ใน ทิศทาง ที่ น่า สนใจ หลาย ประการ ดังนี้ ประการ แรก คือ การ ผสาน ปัญญา ประดิษฐ์ หรือ AI เข้า มา ช่วย ใน การ ทำ งาน ให้ มี ประสิทธิภาพ มาก ขึ้น ทั้ง การ วิเคราะห์ ข้อมูล การ ตัดสินใจ อัตโนมัติ และ การ คาดการณ์ แนวโน้ม ต่างๆ ประการ ที่ สอง คือ กฎ ระเบียบ และ ข้อ บังคับ จะ เพิ่ม ขึ้น เรื่อยๆ ทั้ง ใน ประเทศ ไทย และ ต่าง ประเทศ ทำให้ ผู้ ที่ มี ความ รู้ ด้าน กฎหมาย ร่วม ด้วย จะ มี ข้อ ได้ เปรียบ อย่าง มาก
- AI Integration : ปัญญา ประดิษฐ์ จะ เข้า มา มี บทบาท สำคัญ มาก ขึ้น ใน ทุก ด้าน ช่วย ให้ ทำ งาน ได้ เร็ว ขึ้น แม่นยำ ขึ้น และ ลด ข้อ ผิดพลาด จาก มนุษย์ ได้ อย่าง มาก ผู้ ที่ เข้าใจ AI จะ มี ข้อ ได้ เปรียบ
- Automation : การ ทำ งาน อัตโนมัติ จะ กลาย เป็น มาตรฐาน ใหม่ ผู้ ที่ เข้าใจ การ สร้าง ระบบ อัตโนมัติ จะ มี ข้อ ได้ เปรียบ เหนือ ผู้ อื่น อย่าง ชัดเจน ใน ตลาด แรงงาน
- Security : ความ ปลอดภัย จะ เป็น เรื่อง ที่ สำคัญ มาก ขึ้น เรื่อยๆ ทั้ง data privacy encryption และ compliance ต่างๆ ผู้ เชี่ยวชาญ ด้าน ความ ปลอดภัย จะ เป็น ที่ ต้องการ สูง
- Globalization : ตลาด จะ เปิด กว้าง มาก ขึ้น ผู้ ที่ มี ทักษะ ด้าน นี้ สามารถ ทำ งาน จาก ที่ ไหน ก็ ได้ ใน โลก รับ ค่า ตอบแทน จาก บริษัท ต่าง ประเทศ ที่ จ่าย สูง กว่า
กรณี ศึกษา จาก ผู้ ที่ ประสบ ความ สำเร็จ
มี ตัวอย่าง มากมาย ของ ผู้ ที่ ใช้ ความ รู้ เหล่า นี้ สร้าง ความ สำเร็จ ทั้ง ใน เรื่อง อาชีพ และ การ เงิน หลาย คน เริ่มต้น จาก ศูนย์ ศึกษา ด้วย ตัว เอง ฝึกฝน อย่าง สม่ำเสมอ และ ค่อยๆ พัฒนา ทักษะ จน กลาย เป็น ผู้ เชี่ยวชาญ ที่ ได้ รับ การ ยอมรับ ใน วงการ สิ่ง ที่ พวก เขา มี เหมือน กัน คือ ความ อดทน ความ มุ่งมั่น และ การ ไม่ หยุด เรียน รู้ ตลอด เวลา นัก พัฒนา ซอฟต์แวร์ คน ไทย หลาย คน ที่ เริ่ม จาก การ เรียน รู้ ด้วย ตัว เอง ปัจจุบัน ทำ งาน ให้ กับ บริษัท ระดับ โลก มี ราย ได้ หลัก แสน ถึง หลัก ล้าน บาท ต่อ เดือน พวก เขา ไม่ ได้ เก่ง ตั้งแต่ แรก แต่ เรียน รู้ อย่าง ต่อ เนื่อง สร้าง ผล งาน จริง และ พิสูจน์ ความ สามารถ ผ่าน โปรเจกต์ ต่างๆ
แผน ปฏิบัติ การ 30 วัน สำหรับ ผู้ เริ่มต้น
หาก คุณ จริงจัง กับ การ เรียน รู้ เรื่อง นี้ นี่ คือ แผน ปฏิบัติ การ 30 วัน ที่ แนะนำ สำหรับ ผู้ เริ่มต้น ทุก คน ไม่ ว่า จะ มี พื้นฐาน มาก น้อย แค่ ไหน ก็ สามารถ ทำ ตาม ได้
- สัปดาห์ ที่ 1 : ศึกษา เอกสาร พื้นฐาน อ่าน บทความ แนะนำ ดู วิดีโอ สอน 3 ถึง 5 ชิ้น ทำ ตาม แบบฝึกหัด อย่าง น้อย 2 ครั้ง จด บันทึก สิ่ง ที่ เรียน รู้ ตั้ง คำถาม ที่ ยัง ไม่ เข้าใจ อย่า กลัว ที่ จะ ถาม เพราะ ทุก คน เคย เป็น มือ ใหม่ มา ก่อน
- สัปดาห์ ที่ 2 : สร้าง โปรเจกต์ เล็กๆ ด้วย ตัว เอง ไม่ ต้อง ซับซ้อน แค่ ใช้ สิ่ง ที่ เรียน รู้ มา เจอ ปัญหา ให้ ค้นหา วิธี แก้ ด้วย ตัว เอง ก่อน แล้ว ค่อย ถาม ผู้ อื่น การ ลงมือ ทำ จริง สำคัญ กว่า การ อ่าน อย่าง เดียว
- สัปดาห์ ที่ 3 : ศึกษา เทคนิค ขั้น กลาง ลอง ทำ โปรเจกต์ ที่ ซับซ้อน ขึ้น อ่าน บทความ ของ ผู้ เชี่ยวชาญ เข้า ร่วม ชุมชน ออนไลน์ อย่าง จริงจัง ช่วย ตอบ คำถาม คน อื่น ด้วย จะ ช่วย ให้ เข้าใจ ลึก ขึ้น
- สัปดาห์ ที่ 4 : ทบทวน สิ่ง ที่ เรียน รู้ มา ทั้งหมด สร้าง portfolio ผล งาน เขียน บทความ สรุป สิ่ง ที่ เรียน รู้ วาง แผน ขั้น ตอน ถัด ไป สำหรับ 90 วัน ข้าง หน้า การ สอน ผู้ อื่น คือ วิธี เรียน รู้ ที่ ดี ที่สุด
คำ แนะนำ จาก ผู้ เชี่ยวชาญ
อาจารย์ บอม กิตติทัศน์ เจริญ พนา สิทธิ์ ผู้ เชี่ยวชาญ ด้าน IT Infrastructure มา กว่า 30 ปี แนะนำ ว่า สิ่ง สำคัญ ที่สุด ใน การ เรียน รู้ เทคโนโลยี ใดๆ ก็ ตาม คือ ต้อง ลงมือ ทำ จริง ไม่ ใช่ แค่ อ่าน หรือ ดู วิดีโอ เท่านั้น ผม เห็น คน มากมาย ที่ มี ความ รู้ ทฤษฎี เยอะ แต่ ไม่ เคย ลงมือ ทำ สุดท้าย ก็ ไม่ ได้ อะไร เลย ใน ทาง กลับ กัน คน ที่ ลงมือ ทำ จริง ทุก วัน แม้ วัน ละ 30 นาที ภายใน 6 เดือน ก็ จะ มี ทักษะ ที่ แข็งแกร่ง กว่า คน ที่ อ่าน อย่าง เดียว 2 ปี อย่า รอ ให้ พร้อม เพราะ ไม่ มี วัน ที่ พร้อม จริงๆ หรอก เริ่มต้น วัน นี้ เลย ครับ
สำหรับ ผู้ ที่ สนใจ ต่อ ยอด ความ รู้ ไป สู่ การ สร้าง รายได้ แนะนำ ให้ ศึกษา ระบบ เทรด อัตโนมัติ จาก iCafeForex ที่ ใช้ เทคโนโลยี ขั้น สูง ใน การ วิเคราะห์ ตลาด รวม ถึง XM Signal สำหรับ สัญญาณ เทรด คุณภาพ และ Siam2R สำหรับ ความ รู้ เรื่อง การ เงิน การ ลงทุน แบบ ครบ วงจร อุปกรณ์ IT คุณภาพ สามารถ หา ได้ จาก SiamLanCard ที่ ให้ บริการ มา นาน กว่า 25 ปี ติดตาม บทความ IT ภาษา ไทย อัปเดต สม่ำเสมอ ที่ SiamCafe.net
สิ่ง ที่ ควร หลีกเลี่ยง
- อย่า เรียน รู้ แบบ ข้าม ขั้น ตอน : หลาย คน อยาก ไป ถึง ขั้น สูง เร็วๆ แต่ ไม่ มี พื้นฐาน ที่ แข็งแกร่ง ทำให้ เจอ ปัญหา ภายหลัง เริ่ม จาก พื้นฐาน ให้ มั่นคง ก่อน แล้ว ค่อย ต่อ ยอด ทีละ ขั้น
- อย่า ยอมแพ้ เร็ว เกิน ไป : การ เรียน รู้ สิ่ง ใหม่ ย่อม มี อุปสรรค เป็น เรื่อง ปกติ ที่ จะ เจอ ปัญหา ที่ แก้ ไม่ ได้ ใน ตอน แรก แต่ ถ้า พยายาม ต่อ ไป จะ ผ่าน ไป ได้ แน่นอน
- อย่า เรียน รู้ คน เดียว ตลอด : การ มี เพื่อน ร่วม เรียน หรือ ชุมชน ที่ ปรึกษา ได้ จะ ช่วย เร่ง การ เรียน รู้ ได้ อย่าง มาก และ ลด ความ เหงา ใน การ เรียน รู้ ด้วย
- อย่า ลอก งาน โดย ไม่ เข้าใจ : การ copy paste โค้ด หรือ วิธี การ โดย ไม่ เข้าใจ ว่า มัน ทำ งาน อย่างไร จะ ไม่ ช่วย ให้ พัฒนา ทักษะ ได้ เลย ต้อง เข้าใจ ก่อน
สรุป ท้าย บทความ
เรื่อง นี้ เป็น หัว ข้อ ที่ มี ความ สำคัญ อย่าง มาก ใน ยุค ปัจจุบัน ไม่ ว่า คุณ จะ เป็น นัก ศึกษา ผู้ เริ่มต้น หรือ ผู้ ที่ มี ประสบการณ์ แล้ว การ เรียน รู้ อย่าง ต่อ เนื่อง จะ ช่วย ให้ คุณ ก้าว หน้า ใน สาย อาชีพ ได้ เร็ว ขึ้น จำ ไว้ ว่า ความ สำเร็จ ไม่ ได้ มา จาก พรสวรรค์ เพียง อย่าง เดียว แต่ มา จาก ความ พยายาม อย่าง สม่ำเสมอ ทุก วัน ขอ ให้ คุณ สนุก กับ การ เรียน รู้ และ ประสบ ความ สำเร็จ ใน เส้นทาง ที่ เลือก ครับ หาก มี คำถาม เพิ่มเติม สามารถ ติดตาม บทความ อื่นๆ ได้ ที่ เว็บไซต์ ของ เรา
นอกจาก นี้ ยัง มี เรื่อง สำคัญ อีก หลาย ประการ ที่ เกี่ยวข้อง ที่ ควร ทราบ เพิ่มเติม ได้แก่ การ วาง แผน ระยะ ยาว การ ตั้ง เป้าหมาย ที่ ชัดเจน การ วัด ผล ความ ก้าว หน้า อย่าง สม่ำเสมอ และ การ ปรับ ปรุง กลยุทธ์ เมื่อ จำเป็น สิ่ง เหล่า นี้ จะ ช่วย ให้ การ เรียน รู้ มี ทิศทาง ที่ ชัดเจน และ บรรลุ เป้าหมาย ได้ เร็ว ขึ้น ไม่ ว่า จะ เป็น การ เรียน รู้ ด้าน เทคนิค การ พัฒนา ซอฟต์แวร์ การ บริหาร โปรเจกต์ หรือ ทักษะ อื่นๆ ที่ เกี่ยวข้อง ล้วน ต้อง มี แผน ที่ ดี รองรับ อีก สิ่ง หนึ่ง ที่ สำคัญ คือ การ สร้าง เครือข่าย มือ อาชีพ ใน สาย งาน ที่ เกี่ยวข้อง การ รู้จัก คน ใน วงการ จะ เปิด โอกาส ใหม่ๆ ทั้ง ใน เรื่อง งาน โปรเจกต์ ร่วม มือ และ การ แลกเปลี่ยน ความ รู้ ลอง เข้า ร่วม งาน สัมมนา meetup หรือ conference ที่ เกี่ยวข้อง จะ ได้ พบ ผู้ คน ที่ มี ความ สนใจ เดียวกัน
ท้ายที่สุด ขอ ย้ำ อีก ครั้ง ว่า การ เรียน รู้ ไม่ มี ทาง ลัด ที่ แท้จริง สิ่ง ที่ ดู เหมือน ทาง ลัด มัก จะ กลาย เป็น ทาง อ้อม ใน ภายหลัง การ เรียน รู้ อย่าง เป็น ระบบ ตั้งแต่ พื้นฐาน จะ ช่วย ให้ คุณ มี ฐาน ที่ แข็งแกร่ง สำหรับ การ ต่อ ยอด ใน อนาคต อย่า ท้อแท้ ถ้า เจอ อุปสรรค เพราะ ทุก คน ที่ เชี่ยวชาญ ใน วัน นี้ ล้วน เคย เป็น มือ ใหม่ มา ก่อน ทั้ง นั้น จง เชื่อ มั่น ใน ตัว เอง ลงมือ ทำ ทุก วัน แล้ว ผล ลัพธ์ จะ ตาม มา อย่าง แน่นอน ขอ ให้ โชค ดี กับ ทุก คน ครับ
ข้อมูล เพิ่มเติม ที่ ควร ทราบ
แหล่ง เรียน รู้ ที่ แนะนำ
สำหรับ ผู้ ที่ ต้องการ ศึกษา เรื่อง นี้ อย่าง จริงจัง มี แหล่ง ข้อมูล มากมาย ที่ สามารถ เข้าถึง ได้ ฟรี หรือ เสีย ค่า ใช้ จ่าย ไม่ มาก เว็บไซต์ เอกสาร อย่าง เป็น ทางการ เป็น แหล่ง ที่ ดี ที่สุด เพราะ ข้อมูล ถูก ต้อง และ อัปเดต อยู่ เสมอ นอกจาก นี้ ยัง มี คอร์ส ออนไลน์ จาก Udemy Coursera edX ที่ มี ทั้ง แบบ ฟรี และ เสีย เงิน บาง คอร์ส ยัง มี ใบ ประกาศนียบัตร ให้ ด้วย ซึ่ง สามารถ นำ ไป ใช้ ใน การ สมัคร งาน ได้ อีก ด้วย การ เรียน จาก หลาย แหล่ง จะ ช่วย ให้ ได้ มุมมอง ที่ หลากหลาย และ เข้าใจ ได้ ลึก ซึ้ง ยิ่ง ขึ้น
- เอกสาร อย่าง เป็น ทางการ : แหล่ง ข้อมูล ที่ ดี ที่สุด สำหรับ การ เรียน รู้ เพราะ มี ข้อมูล ที่ ถูก ต้อง แม่นยำ และ อัปเดต ล่าสุด อยู่ เสมอ ควร อ่าน อย่าง เป็น ระบบ ตั้งแต่ เริ่มต้น ไป จนถึง ขั้น สูง จะ ช่วย ให้ เข้าใจ อย่าง ถ่องแท้
- YouTube : ช่อง สอน ทั้ง ภาษา ไทย และ ภาษา อังกฤษ มี มากมาย ให้ เลือก ดู การ เรียน รู้ แบบ วิดีโอ จะ ช่วย ให้ เข้าใจ ง่าย ขึ้น เพราะ มี ภาพ ประกอบ และ การ สาธิต ให้ ดู ตาม ได้
- ชุมชน ออนไลน์ : Facebook Group Discord Server LINE OpenChat เป็น สถาน ที่ ดี สำหรับ การ ถาม คำถาม และ แลกเปลี่ยน ประสบการณ์ กับ ผู้ อื่น ที่ สนใจ เรื่อง เดียวกัน ช่วย เร่ง การ เรียน รู้
- หนังสือ : ยัง คง เป็น แหล่ง เรียน รู้ ที่ ดี เพราะ มี เนื้อหา ที่ ละเอียด และ เป็น ระบบ มาก กว่า บทความ ออนไลน์ ทั่วไป เลือก หนังสือ ที่ มี รีวิว ดี จาก ผู้ อ่าน จริง
แนวโน้ม อนาคต ใน ปี 2026 ถึง 2027
ใน ช่วง ปี 2026 ถึง 2027 มี แนวโน้ม ที่ จะ เปลี่ยนแปลง ไป ใน ทิศทาง ที่ น่า สนใจ หลาย ประการ ดังนี้ ประการ แรก คือ การ ผสาน ปัญญา ประดิษฐ์ หรือ AI เข้า มา ช่วย ใน การ ทำ งาน ให้ มี ประสิทธิภาพ มาก ขึ้น ทั้ง การ วิเคราะห์ ข้อมูล การ ตัดสินใจ อัตโนมัติ และ การ คาดการณ์ แนวโน้ม ต่างๆ ประการ ที่ สอง คือ กฎ ระเบียบ และ ข้อ บังคับ จะ เพิ่ม ขึ้น เรื่อยๆ ทั้ง ใน ประเทศ ไทย และ ต่าง ประเทศ ทำให้ ผู้ ที่ มี ความ รู้ ด้าน กฎหมาย ร่วม ด้วย จะ มี ข้อ ได้ เปรียบ อย่าง มาก
- AI Integration : ปัญญา ประดิษฐ์ จะ เข้า มา มี บทบาท สำคัญ มาก ขึ้น ใน ทุก ด้าน ช่วย ให้ ทำ งาน ได้ เร็ว ขึ้น แม่นยำ ขึ้น และ ลด ข้อ ผิดพลาด จาก มนุษย์ ได้ อย่าง มาก ผู้ ที่ เข้าใจ AI จะ มี ข้อ ได้ เปรียบ
- Automation : การ ทำ งาน อัตโนมัติ จะ กลาย เป็น มาตรฐาน ใหม่ ผู้ ที่ เข้าใจ การ สร้าง ระบบ อัตโนมัติ จะ มี ข้อ ได้ เปรียบ เหนือ ผู้ อื่น อย่าง ชัดเจน ใน ตลาด แรงงาน
- Security : ความ ปลอดภัย จะ เป็น เรื่อง ที่ สำคัญ มาก ขึ้น เรื่อยๆ ทั้ง data privacy encryption และ compliance ต่างๆ ผู้ เชี่ยวชาญ ด้าน ความ ปลอดภัย จะ เป็น ที่ ต้องการ สูง
- Globalization : ตลาด จะ เปิด กว้าง มาก ขึ้น ผู้ ที่ มี ทักษะ ด้าน นี้ สามารถ ทำ งาน จาก ที่ ไหน ก็ ได้ ใน โลก รับ ค่า ตอบแทน จาก บริษัท ต่าง ประเทศ ที่ จ่าย สูง กว่า
กรณี ศึกษา จาก ผู้ ที่ ประสบ ความ สำเร็จ
มี ตัวอย่าง มากมาย ของ ผู้ ที่ ใช้ ความ รู้ เหล่า นี้ สร้าง ความ สำเร็จ ทั้ง ใน เรื่อง อาชีพ และ การ เงิน หลาย คน เริ่มต้น จาก ศูนย์ ศึกษา ด้วย ตัว เอง ฝึกฝน อย่าง สม่ำเสมอ และ ค่อยๆ พัฒนา ทักษะ จน กลาย เป็น ผู้ เชี่ยวชาญ ที่ ได้ รับ การ ยอมรับ ใน วงการ สิ่ง ที่ พวก เขา มี เหมือน กัน คือ ความ อดทน ความ มุ่งมั่น และ การ ไม่ หยุด เรียน รู้ ตลอด เวลา นัก พัฒนา ซอฟต์แวร์ คน ไทย หลาย คน ที่ เริ่ม จาก การ เรียน รู้ ด้วย ตัว เอง ปัจจุบัน ทำ งาน ให้ กับ บริษัท ระดับ โลก มี ราย ได้ หลัก แสน ถึง หลัก ล้าน บาท ต่อ เดือน พวก เขา ไม่ ได้ เก่ง ตั้งแต่ แรก แต่ เรียน รู้ อย่าง ต่อ เนื่อง สร้าง ผล งาน จริง และ พิสูจน์ ความ สามารถ ผ่าน โปรเจกต์ ต่างๆ
แผน ปฏิบัติ การ 30 วัน สำหรับ ผู้ เริ่มต้น
หาก คุณ จริงจัง กับ การ เรียน รู้ เรื่อง นี้ นี่ คือ แผน ปฏิบัติ การ 30 วัน ที่ แนะนำ สำหรับ ผู้ เริ่มต้น ทุก คน ไม่ ว่า จะ มี พื้นฐาน มาก น้อย แค่ ไหน ก็ สามารถ ทำ ตาม ได้
- สัปดาห์ ที่ 1 : ศึกษา เอกสาร พื้นฐาน อ่าน บทความ แนะนำ ดู วิดีโอ สอน 3 ถึง 5 ชิ้น ทำ ตาม แบบฝึกหัด อย่าง น้อย 2 ครั้ง จด บันทึก สิ่ง ที่ เรียน รู้ ตั้ง คำถาม ที่ ยัง ไม่ เข้าใจ อย่า กลัว ที่ จะ ถาม เพราะ ทุก คน เคย เป็น มือ ใหม่ มา ก่อน
- สัปดาห์ ที่ 2 : สร้าง โปรเจกต์ เล็กๆ ด้วย ตัว เอง ไม่ ต้อง ซับซ้อน แค่ ใช้ สิ่ง ที่ เรียน รู้ มา เจอ ปัญหา ให้ ค้นหา วิธี แก้ ด้วย ตัว เอง ก่อน แล้ว ค่อย ถาม ผู้ อื่น การ ลงมือ ทำ จริง สำคัญ กว่า การ อ่าน อย่าง เดียว
- สัปดาห์ ที่ 3 : ศึกษา เทคนิค ขั้น กลาง ลอง ทำ โปรเจกต์ ที่ ซับซ้อน ขึ้น อ่าน บทความ ของ ผู้ เชี่ยวชาญ เข้า ร่วม ชุมชน ออนไลน์ อย่าง จริงจัง ช่วย ตอบ คำถาม คน อื่น ด้วย จะ ช่วย ให้ เข้าใจ ลึก ขึ้น
- สัปดาห์ ที่ 4 : ทบทวน สิ่ง ที่ เรียน รู้ มา ทั้งหมด สร้าง portfolio ผล งาน เขียน บทความ สรุป สิ่ง ที่ เรียน รู้ วาง แผน ขั้น ตอน ถัด ไป สำหรับ 90 วัน ข้าง หน้า การ สอน ผู้ อื่น คือ วิธี เรียน รู้ ที่ ดี ที่สุด
คำ แนะนำ จาก ผู้ เชี่ยวชาญ
อาจารย์ บอม กิตติทัศน์ เจริญ พนา สิทธิ์ ผู้ เชี่ยวชาญ ด้าน IT Infrastructure มา กว่า 30 ปี แนะนำ ว่า สิ่ง สำคัญ ที่สุด ใน การ เรียน รู้ เทคโนโลยี ใดๆ ก็ ตาม คือ ต้อง ลงมือ ทำ จริง ไม่ ใช่ แค่ อ่าน หรือ ดู วิดีโอ เท่านั้น ผม เห็น คน มากมาย ที่ มี ความ รู้ ทฤษฎี เยอะ แต่ ไม่ เคย ลงมือ ทำ สุดท้าย ก็ ไม่ ได้ อะไร เลย ใน ทาง กลับ กัน คน ที่ ลงมือ ทำ จริง ทุก วัน แม้ วัน ละ 30 นาที ภายใน 6 เดือน ก็ จะ มี ทักษะ ที่ แข็งแกร่ง กว่า คน ที่ อ่าน อย่าง เดียว 2 ปี อย่า รอ ให้ พร้อม เพราะ ไม่ มี วัน ที่ พร้อม จริงๆ หรอก เริ่มต้น วัน นี้ เลย ครับ
สำหรับ ผู้ ที่ สนใจ ต่อ ยอด ความ รู้ ไป สู่ การ สร้าง รายได้ แนะนำ ให้ ศึกษา ระบบ เทรด อัตโนมัติ จาก iCafeForex ที่ ใช้ เทคโนโลยี ขั้น สูง ใน การ วิเคราะห์ ตลาด รวม ถึง XM Signal สำหรับ สัญญาณ เทรด คุณภาพ และ Siam2R สำหรับ ความ รู้ เรื่อง การ เงิน การ ลงทุน แบบ ครบ วงจร อุปกรณ์ IT คุณภาพ สามารถ หา ได้ จาก SiamLanCard ที่ ให้ บริการ มา นาน กว่า 25 ปี ติดตาม บทความ IT ภาษา ไทย อัปเดต สม่ำเสมอ ที่ SiamCafe.net
สิ่ง ที่ ควร หลีกเลี่ยง
- อย่า เรียน รู้ แบบ ข้าม ขั้น ตอน : หลาย คน อยาก ไป ถึง ขั้น สูง เร็วๆ แต่ ไม่ มี พื้นฐาน ที่ แข็งแกร่ง ทำให้ เจอ ปัญหา ภายหลัง เริ่ม จาก พื้นฐาน ให้ มั่นคง ก่อน แล้ว ค่อย ต่อ ยอด ทีละ ขั้น
- อย่า ยอมแพ้ เร็ว เกิน ไป : การ เรียน รู้ สิ่ง ใหม่ ย่อม มี อุปสรรค เป็น เรื่อง ปกติ ที่ จะ เจอ ปัญหา ที่ แก้ ไม่ ได้ ใน ตอน แรก แต่ ถ้า พยายาม ต่อ ไป จะ ผ่าน ไป ได้ แน่นอน
- อย่า เรียน รู้ คน เดียว ตลอด : การ มี เพื่อน ร่วม เรียน หรือ ชุมชน ที่ ปรึกษา ได้ จะ ช่วย เร่ง การ เรียน รู้ ได้ อย่าง มาก และ ลด ความ เหงา ใน การ เรียน รู้ ด้วย
- อย่า ลอก งาน โดย ไม่ เข้าใจ : การ copy paste โค้ด หรือ วิธี การ โดย ไม่ เข้าใจ ว่า มัน ทำ งาน อย่างไร จะ ไม่ ช่วย ให้ พัฒนา ทักษะ ได้ เลย ต้อง เข้าใจ ก่อน
สรุป ท้าย บทความ
เรื่อง นี้ เป็น หัว ข้อ ที่ มี ความ สำคัญ อย่าง มาก ใน ยุค ปัจจุบัน ไม่ ว่า คุณ จะ เป็น นัก ศึกษา ผู้ เริ่มต้น หรือ ผู้ ที่ มี ประสบการณ์ แล้ว การ เรียน รู้ อย่าง ต่อ เนื่อง จะ ช่วย ให้ คุณ ก้าว หน้า ใน สาย อาชีพ ได้ เร็ว ขึ้น จำ ไว้ ว่า ความ สำเร็จ ไม่ ได้ มา จาก พรสวรรค์ เพียง อย่าง เดียว แต่ มา จาก ความ พยายาม อย่าง สม่ำเสมอ ทุก วัน ขอ ให้ คุณ สนุก กับ การ เรียน รู้ และ ประสบ ความ สำเร็จ ใน เส้นทาง ที่ เลือก ครับ หาก มี คำถาม เพิ่มเติม สามารถ ติดตาม บทความ อื่นๆ ได้ ที่ เว็บไซต์ ของ เรา
นอกจาก นี้ ยัง มี เรื่อง สำคัญ อีก หลาย ประการ ที่ เกี่ยวข้อง ที่ ควร ทราบ เพิ่มเติม ได้แก่ การ วาง แผน ระยะ ยาว การ ตั้ง เป้าหมาย ที่ ชัดเจน การ วัด ผล ความ ก้าว หน้า อย่าง สม่ำเสมอ และ การ ปรับ ปรุง กลยุทธ์ เมื่อ จำเป็น สิ่ง เหล่า นี้ จะ ช่วย ให้ การ เรียน รู้ มี ทิศทาง ที่ ชัดเจน และ บรรลุ เป้าหมาย ได้ เร็ว ขึ้น ไม่ ว่า จะ เป็น การ เรียน รู้ ด้าน เทคนิค การ พัฒนา ซอฟต์แวร์ การ บริหาร โปรเจกต์ หรือ ทักษะ อื่นๆ ที่ เกี่ยวข้อง ล้วน ต้อง มี แผน ที่ ดี รองรับ อีก สิ่ง หนึ่ง ที่ สำคัญ คือ การ สร้าง เครือข่าย มือ อาชีพ ใน สาย งาน ที่ เกี่ยวข้อง การ รู้จัก คน ใน วงการ จะ เปิด โอกาส ใหม่ๆ ทั้ง ใน เรื่อง งาน โปรเจกต์ ร่วม มือ และ การ แลกเปลี่ยน ความ รู้ ลอง เข้า ร่วม งาน สัมมนา meetup หรือ conference ที่ เกี่ยวข้อง จะ ได้ พบ ผู้ คน ที่ มี ความ สนใจ เดียวกัน
ท้ายที่สุด ขอ ย้ำ อีก ครั้ง ว่า การ เรียน รู้ ไม่ มี ทาง ลัด ที่ แท้จริง สิ่ง ที่ ดู เหมือน ทาง ลัด มัก จะ กลาย เป็น ทาง อ้อม ใน ภายหลัง การ เรียน รู้ อย่าง เป็น ระบบ ตั้งแต่ พื้นฐาน จะ ช่วย ให้ คุณ มี ฐาน ที่ แข็งแกร่ง สำหรับ การ ต่อ ยอด ใน อนาคต อย่า ท้อแท้ ถ้า เจอ อุปสรรค เพราะ ทุก คน ที่ เชี่ยวชาญ ใน วัน นี้ ล้วน เคย เป็น มือ ใหม่ มา ก่อน ทั้ง นั้น จง เชื่อ มั่น ใน ตัว เอง ลงมือ ทำ ทุก วัน แล้ว ผล ลัพธ์ จะ ตาม มา อย่าง แน่นอน ขอ ให้ โชค ดี กับ ทุก คน ครับ
บทความแนะนำจากเครือข่ายของเรา
FAQ
ค่าสว็อปคืออะไรวิธีคำนวณดอกเบี้ยข้ามคืน คืออะไร?
ค่าสว็อปคืออะไรวิธีคำนวณดอกเบี้ยข้ามคืน เป็นหัวข้อสำคัญสำหรับนักเทรด Forex และ Gold ที่ต้องการเพิ่มความรู้และทักษะในการเทรดให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
ค่าสว็อปคืออะไรวิธีคำนวณดอกเบี้ยข้ามคืน เริ่มต้นยังไง?
สามารถเริ่มต้นได้จากการอ่านบทความนี้ให้ครบ จากนั้นทดลองฝึกกับบัญชี Demo ก่อน เมื่อมั่นใจแล้วค่อยเริ่มเทรดจริงด้วยเงินน้อยๆ
ค่าสว็อปคืออะไรวิธีคำนวณดอกเบี้ยข้ามคืน เหมาะกับมือใหม่ไหม?
เหมาะครับ บทความนี้อธิบายตั้งแต่พื้นฐาน มี step-by-step พร้อมรูปประกอบ มือใหม่ทำตามได้เลย

![Carry Trade Strategy กลยุทธ์ทำกำไรจากดอกเบี้ย [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/carry-trade-strategy-profit-cover-1-600x338.jpg)
![ประเภทนักลงทุน..คุณจัดอยู่ในประเภทไหน [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/types-cover-1-600x338.jpg)
![การคำนวณขนาดการเทรดที่เหมาะสม [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/trading-calculate-cover-1-600x338.jpg)
![การวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในตลาดฟอเร็กซ์ [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/analysis-basics-cover-1-600x338.jpg)
![กรอบเวลาในการวิเคราะห์เลือกไทม์เฟรมอย่างไร [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/analysis-choose-cover-v2-1-600x343.jpg)
![Parabolic SAR วิธีใช้หาจุดกลับตัว [2026]](https://icafeforex.com/wp-content/uploads/2026/03/parabolic-sar-how-to-cover-1-600x338.jpg)
TH ▼
English
Tiếng Việt
Indonesia
Melayu
ខ្មែរ
ລາວ
日本語
한국어
简体中文