รูปแบบกลับตัว หัวไหล่ ดับเบิลท็อป ดับเบิลบอททอม ในการเทรด Forex
การเทรด Forex (Foreign Exchange) เป็นการซื้อขายคู่สกุลเงินต่างประเทศ โดยมีรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาที่น่าสนใจและสำคัญมากสำหรับนักเทรดมืออาชีพ รูปแบบเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถวิเคราะห์แนวโน้มของราคาและตัดสินใจเข้าเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ รูปแบบกลับตัว หัวไหล่ ดับเบิลท็อป และดับเบิลบอททอม ซึ่งเป็นรูปแบบที่สำคัญและพบได้บ่อยในตลาด Forex

รูปแบบกลับตัว (Reversal Patterns)
รูปแบบกลับตัวเป็นรูปแบบที่แสดงให้เห็นว่าแนวโน้มของราคาได้เปลี่ยนทิศทางจากเดิม โดยปกติแล้วราคาจะเคลื่อนไหวในลักษณะของแนวโน้ม (Trend) ขึ้นหรือลง แต่เมื่อเกิดรูปแบบกลับตัวขึ้น จะแสดงให้เห็นว่าแนวโน้มเดิมได้สิ้นสุดลงและเปลี่ยนทิศทางใหม่ ซึ่งนักเทรดสามารถใช้รูปแบบนี้เป็นสัญญาณในการเข้าเทรดได้
รูปแบบหัวไหล่ (Head and Shoulders)
รูปแบบหัวไหล่เป็นรูปแบบกลับตัวที่พบได้บ่อยในตลาด Forex และถือเป็นรูปแบบที่น่าเชื่อถือมาก โดยจะประกอบด้วย 3 จุดสูงสุด (Peak) ซึ่งจุดกลางจะเป็นจุดสูงสุดที่สูงกว่าจุดสองข้าง ส่วนจุดสองข้างจะมีความสูงใกล้เคียงกัน รูปแบบนี้จะแสดงให้เห็นว่าแนวโน้มขาขึ้นได้สิ้นสุดลงและเตรียมเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาลง
รูปแบบดับเบิลท็อป (Double Top)
รูปแบบดับเบิลท็อปเป็นอีกหนึ่งรูปแบบกลับตัวที่พบได้บ่อยในตลาด Forex โดยจะประกอบด้วยจุดสูงสุดสองจุดที่มีความสูงใกล้เคียงกัน และมีการย่อตัวลงมาในช่วงกลาง ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าแนวโน้มขาขึ้นได้สิ้นสุดลงและเตรียมเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาลง
รูปแบบดับเบิลบอททอม (Double Bottom)
รูปแบบดับเบิลบอททอมเป็นรูปแบบกลับตัวอีกแบบหนึ่ง ซึ่งจะประกอบด้วยจุดต่ำสุดสองจุดที่มีความต่ำใกล้เคียงกัน และมีการยกตัวขึ้นมาในช่วงกลาง ซึ่งจะแสดงให้เห็นว่าแนวโน้มขาลงได้สิ้นสุดลงและเตรียมเปลี่ยนเป็นแนวโน้มขาขึ้น
ตัวอย่างการเกิดรูปแบบกลับตัวในตลาด Forex
เรามาดูตัวอย่างการเกิดรูปแบบกลับตัวในตลาด Forex กัน โดยจะใช้คู่สกุลเงิน EUR/USD เป็นตัวอย่าง
รูปแบบหัวไหล่
จากแผนภูมิด้านล่าง เราจะเห็นว่าราคา EUR/USD มีแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน จนกระทั่งเกิดรูปแบบหัวไหล่ขึ้น โดยจุดสูงสุดตรงกลางจะสูงกว่าจุดสูงสุดสองข้าง และเมื่อราคาปิดต่ำกว่าระดับ Neckline (ระดับที่เชื่อมจุดสองข้างเข้าด้วยกัน) จะเป็นสัญญาณการยืนยันการเกิดรูปแบบหัวไหล่ และแนวโน้มขาขึ้นจะเปลี่ยนเป็นขาลง
รูปแบบดับเบิลท็อป
จากแผนภูมิด้านล่าง เราจะเห็นว่าราคา EUR/USD มีแนวโน้มขาขึ้นอย่างชัดเจน จนกระทั่งเกิดรูปแบบดับเบิลท็อปขึ้น โดยจะมีจุดสูงสุดสองจุดที่มีความสูงใกล้เคียงกัน และเมื่อราคาปิดต่ำกว่าระดับ Neckline (ระดับที่เชื่อมจุดสองข้างเข้าด้วยกัน) จะเป็นสัญญาณการยืนยันการเกิดรูปแบบดับเบิลท็อป และแนวโน้มขาขึ้นจะเปลี่ยนเป็นขาลง
รูปแบบดับเบิลบอททอม
จากแผนภูมิด้านล่าง เราจะเห็นว่าราคา EUR/USD มีแนวโน้มขาลงอย่างชัดเจน จนกระทั่งเกิดรูปแบบดับเบิลบอททอมขึ้น โดยจะมีจุดต่ำสุดสองจุดที่มีความต่ำใกล้เคียงกัน และเมื่อราคาปิดสูงกว่าระดับ Neckline (ระดับที่เชื่อมจุดสองข้างเข้าด้วยกัน) จะเป็นสัญญาณการยืนยันการเกิดรูปแบบดับเบิลบอททอม และแนวโน้มขาลงจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้น
คำถามที่พบบ่อย
1. การเข้าเทรดตามรูปแบบกลับตัวควรเข้าเมื่อไหร่?
นักเทรดควรรอให้รูปแบบกลับตัวเกิดขึ้นและได้รับการยืนยัน (เช่น ราคาปิดต่ำกว่าระดับ Neckline สำหรับรูปแบบหัวไหล่และดับเบิลท็อป หรือราคาปิดสูงกว่าระดับ Neckline สำหรับรูปแบบดับเบิลบอททอม) ก่อนจึงเข้าเทรด เพื่อให้แน่ใจว่ารูปแบบกลับตัวได้เกิดขึ้นจริง
2. ควรตั้งเป้าหมายกำไรและตัดขาดทุนที่ระดับใด?
สำหรับรูปแบบหัวไหล่และดับเบิลท็อป ควรตั้งเป้าหมายกำไรที่ระยะทางจากระดับ Neckline ถึงจุดสูงสุด และตั้งตัดขาดทุนที่ระยะทางจากระดับ Neckline ถึงจุดต่ำสุด ส่วนรูปแบบดับเบิลบอททอม ควรตั้งเป้าหมายกำไรที่ระยะทางจากระดับ Neckline ถึงจุดสูงสุด และตั้งตัดขาดทุนที่ระยะทางจากระดับ Neckline ถึงจุดต่ำสุด
3. มีความเสี่ยงอะไรบ้างในการเทรดตามรูปแบบกลับตัว?
ความเสี่ยงหลัก คือ รูปแบบกลับตัวอาจไม่ได้ยืนยันการเปลี่ยนแปลงแนวโน้มเสมอไป โดยบางครั้งราคาอาจจะกลับมาทดสอบระดับ Neckline หรือผ่านระดับ Neckline ขึ้นไปอีก ดังนั้น นักเทรดจึงควรมีการบริหารจัดการความเสี่ยงที่ดี เช่น การตั้งสต็อปลอสที่เหมาะสม และการใช้ขนาดของสถานะที่เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง
เปิดบัญชีกับเรา
