การถูกเรียกเงินเพิ่ม คืออะไร และวิธีป้องกัน
ในโลกของการเทรดฟอเร็กซ์ การถูกเรียกเงินเพิ่มเป็นประเด็นที่น่ากังวลสำหรับนักลงทุนหลายคน เพราะอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อผลกำไรของการลงทุน ในบทความนี้ เราจะอธิบายให้เข้าใจว่า การถูกเรียกเงินเพิ่มคืออะไร มีสาเหตุมาจากอะไร และมีวิธีการป้องกันอย่างไร เพื่อช่วยให้นักลงทุนสามารถเตรียมพร้อมและหลีกเลี่ยงความเสี่ยงดังกล่าว

การถูกเรียกเงินเพิ่ม คืออะไร?
การถูกเรียกเงินเพิ่ม (Margin Call) คือสถานการณ์ที่ผู้ให้บริการซื้อขายฟอเร็กซ์ (Broker) ต้องการให้นักลงทุนฝากเงินเพิ่มเติมลงในบัญชีซื้อขาย เพื่อคงสภาพความเป็นลูกค้าที่มีสินทรัพย์ค้ำประกัน (Margin) เพียงพอ ตามที่ได้ตกลงไว้ในสัญญา ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อมูลค่าของสินทรัพย์ในบัญชีลดลงจนต่ำกว่าระดับที่กำหนด
ตัวอย่างการถูกเรียกเงินเพิ่ม
สมมติว่านักลงทุนมีบัญชีซื้อขายฟอเร็กซ์กับ Broker A และได้วางเงินมาร์จิ้น 100,000 บาท โดย Broker A กำหนดระดับเรียกเงินเพิ่มที่ 50% ของเงินมาร์จิ้น หากมูลค่าสินทรัพย์ในบัญชีลดลงเหลือ 50,000 บาท (เท่ากับ 50% ของเงินมาร์จิ้น) นักลงทุนจะถูก Broker A เรียกให้ฝากเงินเพิ่มอีก 50,000 บาท เพื่อให้มูลค่าสินทรัพย์กลับมาถึงระดับที่กำหนด (100,000 บาท หรือ 100% ของเงินมาร์จิ้น)
สาเหตุหลักของการถูกเรียกเงินเพิ่ม
การถูกเรียกเงินเพิ่มมักเกิดจากสาเหตุหลัก 2 ประการ คือ:
1. การขาดทุนจากการเทรด
เมื่อนักลงทุนมีการขาดทุนจากการเทรดฟอเร็กซ์ ส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์ในบัญชีลดลง จนต่ำกว่าระดับเงินมาร์จิ้นที่ Broker กำหนด จึงถูกเรียกเงินเพิ่มเพื่อคงสภาพความเป็นลูกค้าที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันเพียงพอ
2. ค่าสเปรดและค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น
นอกจากการขาดทุนจากการเทรดแล้ว ค่าสเปรดและค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นระหว่างการซื้อขาย ก็อาจทำให้มูลค่าสินทรัพย์ในบัญชีลดลงจนต่ำกว่าเงินมาร์จิ้นที่กำหนด จึงถูกเรียกเงินเพิ่มเช่นกัน
วิธีป้องกันการถูกเรียกเงินเพิ่ม
เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกเรียกเงินเพิ่ม นักลงทุนควรดำเนินการดังต่อไปนี้:
1. กำหนดระดับเงินมาร์จิ้นที่เหมาะสม
นักลงทุนควรเลือกใช้ระดับเงินมาร์จิ้นที่มีความเหมาะสมกับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เช่น ถ้าเป็นนักลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ อาจใช้ระดับเงินมาร์จิ้นที่สูง เช่น 50% เป็นต้น เพื่อลดโอกาสถูกเรียกเงินเพิ่ม
2. ควบคุมการขาดทุนในแต่ละการเทรด
นักลงทุนควรมีการวางแผนการเทรดที่ดี และควบคุมความเสี่ยงในแต่ละการเทรด เพื่อไม่ให้มีการขาดทุนมากจนทำให้มูลค่าสินทรัพย์ในบัญชีลดลงต่ำกว่าระดับเงินมาร์จิ้น
3. ติดตามค่าสเปรดและค่าธรรมเนียมอย่างใกล้ชิด
นักลงทุนควรตรวจสอบค่าสเปรดและค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เกิดขึ้นระหว่างการซื้อขาย เพื่อประเมินผลกระทบต่อมูลค่าสินทรัพย์ในบัญชี และป้องกันการถูกเรียกเงินเพิ่ม
4. ตั้งค่าระดับการตัดขาดทุน (Stop Loss) อย่างระมัดระวัง
การตั้งค่าระดับการตัดขาดทุนที่เหมาะสมจะช่วยจำกัดความเสียหายในกรณีที่การเทรดขาดทุน และลดโอกาสถูกเรียกเงินเพิ่ม
ตัวอย่างการใช้งานจริง
นายสมชาย เป็นนักลงทุนฟอเร็กซ์ที่มีเงินมาร์จิ้น 100,000 บาท กับ Broker B ซึ่งกำหนดระดับเรียกเงินเพิ่มที่ 50% ของเงินมาร์จิ้น หลังจากเทรดไปสักระยะ นายสมชายมีการขาดทุนจากการเทรดจำนวน 40,000 บาท ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ในบัญชีลดลงเหลือ 60,000 บาท ซึ่งต่ำกว่าระดับเงินมาร์จิ้นที่กำหนด (50,000 บาท) นายสมชายจึงถูก Broker B เรียกให้ฝากเงินเพิ่มอีก 40,000 บาท เพื่อให้มูลค่าสินทรัพย์กลับมาถึงระดับ 100,000 บาท (100% ของเงินมาร์จิ้น)
ข้อควรระวัง
นอกจากการถูกเรียกเงินเพิ่มแล้ว นักลงทุนยังต้องระวังความเสี่ยงอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น:
- ความเสี่ยงจากการขาดทุน หากไม่สามารถฝากเงินเพิ่มได้ตามที่ถูกเรียกให้ทำ อาจทำให้ Broker ปิดสถานะการเทรดโดยอัตโนมัติ ส่งผลให้มีผลขาดทุนที่สูงขึ้น
- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง หากต้องการเพิ่มเงินมาร์จิ้นในทันที อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของนักลงทุน
- ความเสี่ยงด้านจิตใจ การถูกเรียกเงินเพิ่มอาจก่อให้เกิดความกังวลและความเครียดแก่นักลงทุน ซึ่งอาจส่งผลต่อการตัดสินใจในการเทรด
คำถามที่พบบ่อย
1. ถ้าไม่สามารถฝากเงินเพิ่มได้ตามที่ถูกเรียกจะเกิดอะไรขึ้น?
หากนักลงทุนไม่สามารถฝากเงินเพิ่มตามที่ถูกเรียกได้ ผู้ให้บริการซื้อขายฟอเร็กซ์ (Broker) จะดำเนินการปิดสถานะการเทรดโดยอัตโนมัติ เพื่อคงสภาพความเป็นลูกค้าที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันเพียงพอ ซึ่งจะส่งผลให้นักลงทุนมีผลขาดทุนเพิ่มสูงขึ้น
2. จะทราบได้อย่างไรว่าใกล้ถูกเรียกเงินเพิ่ม?
นักลงทุนสามารถตรวจสอบระดับเงินมาร์จิ้นในบัญชีของตนเองได้ตลอดเวลา หากพบว่ามูลค่าสินทรัพย์ในบัญชีลดลงจนใกล้ถึงระดับที่กำหนด ก็ควรเตรียมพร้อมที่จะฝากเงินเพิ่มเติมเพื่อป้องกันการถูกเรียกเงินเพิ่ม
3. มีวิธีอื่นที่จะป้องกันการถูกเรียกเงินเพิ่มนอกเหนือจากการฝากเงินเพิ่มหรือไม่?
นอกจากการฝากเงินเพิ่มแล้ว นักลงทุนยังสามารถป้องกันการถูกเรียกเงินเพิ่มโดยการตั้งค่าระดับการตัดขาดทุน (Stop Loss) ที่เหมาะสม เพื่อจำกัดความเสียหายในกรณีที่การเทรดขาดทุน และควบคุมความเสี่ยงในแต่ละการเทรดให้อยู่ในระดับที่ยอมรับได้
สรุป
การถูกเรียกเงินเพิ่ม (Margin Call) เป็นสถานการณ์ที่ผู้ให้บริการซื้อขายฟอเร็กซ์ (Broker) ต้องการให้นักลงทุนฝากเงินเพิ่มเติม เพื่อคงสภาพความเป็นลูกค้าที่มีสินทรัพย์ค้ำประกันเพียงพอ ซึ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อมูลค่าของสินทรัพย์ในบ
เปิดบัญชีกับเรา
