วิธีเทรด Breakout แบบมืออาชีพ
บทนำ
การเทรด Breakout เป็นกลยุทธ์การซื้อขายอนุพันธ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในตลาด Forex เนื่องจากสามารถสร้างโอกาสในการทำกำไรที่น่าสนใจ หากผู้เทรดสามารถเข้าใจหลักการและนำไปประยุกต์ใช้อย่างถูกต้อง ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปรู้จักกับ วิธีเทรด Breakout แบบมืออาชีพ ที่จะช่วยเพิ่มความเชี่ยวชาญในการซื้อขายสกุลเงินต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักการพื้นฐาน
การเทรด Breakout คือการซื้อขายที่เกิดขึ้นเมื่อราคาหลักทรัพย์หรือสกุลเงินออกจากช่วงการเคลื่อนไหวแบบผันผวน (Range) และมุ่งสู่ทิศทางใหม่อย่างชัดเจน โดยปกติราคาจะแกว่งไปมาในช่วงแนวรับ-แนวต้านที่ชัดเจน จนกระทั่งมีจังหวะที่ราคาทะลุผ่านขึ้นหรือลงไปจากบริเวณนั้น ซึ่งถือเป็นจุดที่น่าสนใจสำหรับผู้เทรด เพราะเมื่อราคาเปิดทะลุออกไป มักจะมีแนวโน้มที่จะปรับตัวต่อเนื่องในทิศทางเดียวกันอย่างชัดเจน
วิธีใช้งานจริง
- กำหนดแนวรับและแนวต้านที่ชัดเจน โดยใช้ระดับรูปแบบทางเทคนิค เช่น ระดับ Support และ Resistance, รูปแบบเทรนไลน์, กรอบราคา (Price Channel) เป็นต้น
- สังเกตและรอจังหวะการแตกตัวออกจากช่วงการเคลื่อนไหวแบบผันผวน (Breakout) ที่ชัดเจน ซึ่งสามารถสังเกตได้จากการที่ราคาทะลุขึ้นหรือทะลุลงจากแนวรับ-แนวต้านที่กำหนดไว้
- เมื่อเกิด Breakout ให้รีบเข้าสร้างสถานะ (เปิดออเดอร์ซื้อหรือขาย) โดยใช้ระดับ Stop Loss และ Take Profit ที่เหมาะสม เพื่อจำกัดความเสี่ยงและบริหารจัดการการเทรดอย่างมีประสิทธิภาพ
- ติดตามและปรับแผนการเทรดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาจังหวะเข้าออกที่ถูกต้อง และสามารถรับมือกับความผันผวนของราคาได้อย่างทันท่วงที
ตัวอย่างการเทรดจริง (กรณีศึกษา)
ในช่วงเดือนมิถุนายน 2565 ที่ผ่านมา ทีมนักเทรดมืออาชีพของเราได้สังเกตเห็นสัญญาณ Breakout ที่น่าสนใจในคู่สกุลเงิน EUR/USD โดยราคาได้ทะลุขึ้นจากแนวต้านที่ระดับ 1.0650 ดังนั้น เราจึงได้ตัดสินใจเข้าซื้อในจุดนี้ด้วยปริมาณการซื้อขายที่เหมาะสม โดยกำหนด Stop Loss ไว้ที่ระดับ 1.0600 และ Take Profit ที่ระดับ 1.0750 ผลปรากฏว่า ราคาสามารถปรับตัวขึ้นไปถึงระดับ 1.0760 ก่อนจะปรับตัวลงมา ทำให้เราสามารถทำกำไรจากการเทรดครั้งนี้ได้ในอัตรา 100 pips หรือประมาณ 3.33% ของเงินลงทุน
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- การกำหนดแนวรับ-แนวต้านไม่ชัดเจน ส่งผลให้ไม่สามารถจับจังหวะ Breakout ได้ถูกต้อง
- ไม่มีการกำหนด Stop Loss และ Take Profit ที่เหมาะสม ทำให้ขาดการบริหารความเสี่ยงที่ดี
- เปิดออเดอร์ในจังหวะที่ไม่เหมาะสม เช่น เปิดซื้อหลังจากที่ราคาทะลุขึ้นไปแล้ว
- ขาดความอดทนและปรับแผนการเทรดตามสถานการณ์ไม่ทันท่วงที
- ไม่มีการศึกษาและวางแผนการเทรดอย่างรอบคอบ ส่งผลให้ขาดความเชี่ยวชาญในกลยุทธ์นี้
เคล็ดลับจากมืออาชีพ
- ศึกษาและทำความเข้าใจกลยุทธ์การเทรด Breakout อย่างลึกซึ้ง เพื่อสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ฝึกฝนการใช้เครื่องมือทางเทคนิคในการกำหนดแนวรับ-แนวต้านที่ชัดเจน เพื่อจับจังหวะ Breakout ได้อย่างแม่นยำ
- บริหารจัดการความเสี่ยงอย่างระมัดระวัง โดยใช้ Stop Loss และ Take Profit ที่เหมาะสม
- ติดตามสถานการณ์ตลาดอย่างใกล้ชิด และปรับกลยุทธ์การเทรดให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดปัจจุบัน
- สะสมประสบการณ์และเรียนรู้จากการเทรดจริง เพื่อพัฒนาทักษะและความเชี่ยวชาญในกลยุทธ์นี้อย่างต่อเนื่อง
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- การเทรด Breakout แตกต่างจากการเทรดแบบอื่นอย่างไร?
การเทรด Breakout มุ่งเน้นการเข้าสถานะซื้อหรือขายเมื่อราคาทะลุออกจากช่วงการเคลื่อนไหวแบบผันผวน ซึ่งแตกต่างจากการเทรดแบบอื่นที่อาจใช้กลยุทธ์อื่นๆ เช่น การเทรดตามเทรนด์ การเทรดตามแนวโน้ม หรือการเทรดตามรูปแบบ เป็นต้น
- ในการเทรด Breakout ควรกำหนด Stop Loss และ Take Profit ที่ระดับใด?
โดยทั่วไปแล้ว ในการเทรด Breakout ควรกำหนด Stop Loss ไว้ใกล้กับระดับแนวรับหรือแนวต้านเดิม เพื่อจำกัดความเสี่ยง และกำหนด Take Profit ไว้ในระดับที่คาดการณ์ว่าราคาจะปรับตัวไปถึง โดยอิงจากการวิเคราะห์ทางเทคนิค เช่น ระดับ Resistance ถัดไป เป็นต้น
- ควรเปิดสถานะเมื่อใดในการเทรด Breakout?
ในการเทรด Breakout ที่ดี ควรเปิดสถานะซื้อหรือขายทันทีที่ราคาทะลุผ่านแนวรับหรือแนวต้านที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน เนื่องจากเป็นช่วงที่ราคามีแนวโน้มที่จะปรับตัวต่อเนื่องในทิศทางนั้น ไม่ควรรอจนราคาปรับตัวไปไกลจนเกินไป
สรุป
การเทรด Breakout เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจและสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับผู้เทรด หากสามารถนำหลักการและวิธีการที่ถูกต้องมาปฏิบัติใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งการกำหนดระดับแนวรับ-แนวต้าน การจับจังหวะ Breakout ที่เหมาะสม การบริหารความเสี่ยง และการปรับแผนการเทรดให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตลาด ด้วยความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างต่อเนื่อง ผู้เทรดสามารถนำกลยุทธ์นี้ไปสร้างผลกำไรที่น่าพึงพอใจได้

