หน่วยวัดความเคลื่อนไหวของราคา พิพและพอยท์
ในโลกของการลงทุนในตลาดการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซื้อขายสกุลเงินหรือการเทรดฟอเร็กซ์ (Forex) นั้น การเข้าใจถึงหน่วยวัดความเคลื่อนไหวของราคาเป็นเรื่องสำคัญมาก เนื่องจากจะช่วยให้นักลงทุนสามารถวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ “พิพ” และ “พอยท์” ซึ่งเป็นหน่วยวัดความเคลื่อนไหวของราคาที่สำคัญในตลาดฟอเร็กซ์

พิพ (Pip)
พิพ คือหน่วยที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาดฟอเร็กซ์ พิพจะแสดงความแตกต่างของราคาสกุลเงินระหว่างทศนิยมตำแหน่งที่ 4 และตำแหน่งที่ 5 ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาคู่สกุลเงินเปลี่ยนแปลงจาก 1.3456 เป็น 1.3457 ก็แสดงว่าเปลี่ยนแปลงไป 1 พิพ
การวัดความเปลี่ยนแปลงด้วยหน่วยพิพนั้นจะแตกต่างกันไปตามชนิดของคู่สกุลเงิน ยกตัวอย่างเช่น:
- คู่สกุลเงินที่มีสกุลเงินหลักเป็นดอลลาร์สหรัฐ (USD) เช่น EUR/USD, GBP/USD จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาเป็น 1 พิพ เท่ากับ 0.0001 ของหน่วยสกุลเงินหลัก
- คู่สกุลเงินที่มีสกุลเงินหลักไม่ใช่ดอลลาร์สหรัฐ เช่น EUR/JPY, GBP/JPY จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาเป็น 1 พิพ เท่ากับ 0.01 ของหน่วยสกุลเงินหลัก
พอยท์ (Point)
พอยท์ คือหน่วยที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาดฟอเร็กซ์เช่นกัน แต่มีความแตกต่างจากพิพ โดยพอยท์จะแสดงการเปลี่ยนแปลงของราคาในตำแหน่งทศนิยมตำแหน่งที่ 5 และตำแหน่งที่ 6 ตัวอย่างเช่น ถ้าราคาคู่สกุลเงินเปลี่ยนแปลงจาก 1.34567 เป็น 1.34568 ก็แสดงว่าเปลี่ยนแปลงไป 1 พอยท์
การวัดความเปลี่ยนแปลงด้วยหน่วยพอยท์นั้นจะแตกต่างกันไปตามชนิดของคู่สกุลเงินเช่นเดียวกับพิพ ยกตัวอย่างเช่น:
- คู่สกุลเงินที่มีสกุลเงินหลักเป็นดอลลาร์สหรัฐ (USD) เช่น EUR/USD, GBP/USD จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาเป็น 1 พอยท์ เท่ากับ 0.00001 ของหน่วยสกุลเงินหลัก
- คู่สกุลเงินที่มีสกุลเงินหลักไม่ใช่ดอลลาร์สหรัฐ เช่น EUR/JPY, GBP/JPY จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาเป็น 1 พอยท์ เท่ากับ 0.01 ของหน่วยสกุลเงินหลัก
ความแตกต่างระหว่างพิพและพอยท์
จากที่กล่าวมาข้างต้น จะเห็นว่าความแตกต่างระหว่างพิพและพอยท์คือ พิพจะแสดงการเปลี่ยนแปลงของราคาในตำแหน่งทศนิยมตำแหน่งที่ 4 และตำแหน่งที่ 5 ในขณะที่พอยท์จะแสดงการเปลี่ยนแปลงของราคาในตำแหน่งทศนิยมตำแหน่งที่ 5 และตำแหน่งที่ 6 ซึ่งหมายความว่า พิพมีความละเอียดและแม่นยำมากกว่าพอยท์
ในทางปฏิบัติแล้ว นักเทรดส่วนใหญ่จะใช้หน่วยพิพในการวัดการเปลี่ยนแปลงของราคา เนื่องจากพิพให้ความละเอียดมากกว่า และถือเป็นหน่วยที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในตลาดฟอเร็กซ์
ตัวอย่างการใช้พิพและพอยท์ในการเทรด
ให้ยกตัวอย่างการซื้อขายคู่สกุลเงิน EUR/USD ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงของราคาดังนี้:
- จาก 1.3456 เป็น 1.3457 แสดงว่าราคาเปลี่ยนแปลงไป 1 พิพ
- จาก 1.34567 เป็น 1.34568 แสดงว่าราคาเปลี่ยนแปลงไป 1 พอยท์
จากตัวอย่างจะเห็นว่า การเปลี่ยนแปลง 1 พิพ จะมีความละเอียดมากกว่าการเปลี่ยนแปลง 1 พอยท์ ดังนั้น ในการวางแผนการเทรด นักลงทุนจึงควรคำนึงถึงหน่วยพิพและพอยท์ในการตั้งเป้าหมายและการบริหารความเสี่ยง เพื่อให้การเทรดมีประสิทธิภาพสูงสุด
คำถามที่พบบ่อย
- พิพและพอยท์มีความแตกต่างกันอย่างไร?
พิพและพอยท์เป็นหน่วยที่ใช้วัดการเปลี่ยนแปลงของราคาในตลาดฟอเร็กซ์ แต่มีความแตกต่างกันตรงที่ พิพจะแสดงการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งทศนิยมตำแหน่งที่ 4 และ 5 ในขณะที่พอยท์จะแสดงการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งทศนิยมตำแหน่งที่ 5 และ 6 ดังนั้น พิพจึงมีความละเอียดและแม่นยำมากกว่าพอยท์ - หน่วยพิพและพอยท์ใช้กับคู่สกุลเงินทุกคู่เหมือนกันหรือไม่?
การใช้หน่วยพิพและพอยท์จะแตกต่างกันไปตามประเภทของคู่สกุลเงิน โดยคู่สกุลเงินที่มีสกุลเงินหลักเป็นดอลลาร์สหรัฐ (USD) เช่น EUR/USD, GBP/USD จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาเป็น 1 พิพ เท่ากับ 0.0001 ของหน่วยสกุลเงินหลัก และ 1 พอยท์ เท่ากับ 0.00001 ของหน่วยสกุลเงินหลัก ในขณะที่คู่สกุลเงินที่มีสกุลเงินหลักไม่ใช่ดอลลาร์สหรัฐ เช่น EUR/JPY, GBP/JPY จะมีการเปลี่ยนแปลงราคาเป็น 1 พิพ เท่ากับ 0.01 ของหน่วยสกุลเงินหลัก และ 1 พอยท์ เท่ากับ 0.01 ของหน่วยสกุลเงินหลัก - เพราะเหตุใดนักลงทุนส่วนใหญ่จึงใช้หน่วยพิพในการวัดการเปลี่ยนแปลงของราคามากกว่าพอยท์?
นักลงทุนส่วนใหญ่จะใช้หน่วยพิพในการวัดการเปลี่ยนแปลงของราคามากกว่าพอยท์ เนื่องจากพิพให้ความละเอียดมากกว่า โดยพิพจะแสดงการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งทศนิยมตำแหน่งที่ 4 และ 5 ในขณะที่พอยท์จะแสดงการเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งทศนิยมตำแหน่งที่ 5 และ 6 ดังนั้น พิพจึงเป็นหน่วยวัดความเคลื่อนไหวของราคาที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในตลาดฟอเร็กซ์
คำเตือนความเสี่ยง
การเทรดในตลาดฟอเร็กซ์มีความเสี่ยงสูง และไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทุกคน ก่อนตัดสินใจลงทุน ควรศึกษาข้อมูลและความเสี่ยงอย่างละเอียด รวมทั้งปฏิบัติตามกฎระเบียบและข้อบังคับของตลาดอย่างเคร่งครัด
เปิดบัญชีกับเรา
