ช่องว่างราคาในตลาดฟอเร็กซ์: คุณรู้จักและเทรดอย่างไร
ตลาดฟอเร็กซ์ (Forex) เป็นตลาดการซื้อขายสกุลเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก และมีการซื้อขายกันตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งนักลงทุนมักจะพบช่องว่างราคา (Price Gap) เกิดขึ้นเป็นประจำ ช่องว่างราคานี้สามารถสร้างโอกาสที่น่าสนใจให้กับนักเทรดได้ หากรู้จักวิธีการใช้ประโยชน์จากมัน

ช่องว่างราคาคืออะไร และเกิดขึ้นเมื่อไหร่?
ช่องว่างราคาในตลาดฟอเร็กซ์หมายถึง ช่วงห่างระหว่างราคาปิดและราคาเปิดของสกุลเงินในแท่งเทรด (Candle) ถัดไป โดยปกติช่องว่างราคาจะเกิดขึ้นเมื่อมีเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจและการเมืองที่ส่งผลกระทบต่อราคาสกุลเงิน เช่น การประกาศนโยบายการเงินของธนาคารกลาง การเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ หรือเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เป็นต้น ในช่วงเวลาที่ตลาดปิดทำการ ราคาของสกุลเงินอาจมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมากในช่วงที่ตลาดเปิดทำการใหม่ ซึ่งจะส่งผลให้เกิดช่องว่างราคาขึ้น
ชนิดของช่องว่างราคาในตลาดฟอเร็กซ์
โดยทั่วไปช่องว่างราคาในตลาดฟอเร็กซ์สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้:
1. ช่องว่างขาขึ้น (Breakaway Gap)
ช่องว่างขาขึ้นเกิดขึ้นเมื่อราคาเปิดในวันถัดไปสูงกว่าราคาปิดในวันก่อนหน้าอย่างมาก แสดงถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่ง และอาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของแนวโน้มขาขึ้นใหม่
2. ช่องว่างขาลง (Exhaustion Gap)
ช่องว่างขาลงเกิดขึ้นเมื่อราคาเปิดในวันถัดไปต่ำกว่าราคาปิดในวันก่อนหน้าอย่างมาก แสดงถึงแรงขายที่เข้มแข็ง และอาจเป็นสัญญาณการสิ้นสุดของแนวโน้มขาขึ้น
3. ช่องว่างการกลับตัว (Continuation Gap)
ช่องว่างการกลับตัวเกิดขึ้นเมื่อราคาเปิดในวันถัดไปสูงหรือต่ำกว่าราคาปิดในวันก่อนหน้าเล็กน้อย แต่ยังคงอยู่ในแนวโน้มเดิม ซึ่งอาจเป็นสัญญาณให้นักลงทุนเข้าไปซื้อหรือขายต่อในแนวโน้มเดิม
วิธีการเทรดจากช่องว่างราคา
นักลงทุนสามารถใช้ช่องว่างราคาเป็นโอกาสในการเข้าสู่ตลาดได้ โดยมีแนวทางการเทรด ดังนี้:
1. ช่องว่างขาขึ้น (Breakaway Gap)
เมื่อเกิดช่องว่างขาขึ้น นักลงทุนสามารถเข้าซื้อในช่วงที่ราคาย้อนกลับมาทดสอบบริเวณช่องว่างราคา โดยตั้งเป้าหมายการขายที่ระดับสูงสุดใหม่ และวางจุดตัดขาดทุนต่ำกว่าระดับราคาปิดก่อนหน้า
2. ช่องว่างขาลง (Exhaustion Gap)
เมื่อเกิดช่องว่างขาลง นักลงทุนสามารถเข้าขายทิ้งในช่วงที่ราคาย้อนกลับมาทดสอบบริเวณช่องว่างราคา โดยตั้งเป้าหมายการขายที่ระดับต่ำสุดใหม่ และวางจุดตัดขาดทุนสูงกว่าระดับราคาปิดก่อนหน้า
3. ช่องว่างการกลับตัว (Continuation Gap)
เมื่อเกิดช่องว่างการกลับตัว นักลงทุนสามารถเข้าซื้อหรือขายตามแนวโน้มเดิมได้ โดยใช้ช่องว่างราคาเป็นจุดเข้าสู่ตลาด และตั้งเป้าหมายการเทรดตามแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้น
ตัวอย่างการเทรดช่องว่างราคา
ยกตัวอย่างเช่น คู่สกุลเงิน EUR/USD มีราคาปิดในวันจันทร์ที่ 1.1800 และมีการเปิดทำการในวันอังคารที่ 1.1850 ซึ่งสูงกว่าวันจันทร์ถึง 50 pips นี่คือช่องว่างขาขึ้น (Breakaway Gap) ที่เกิดขึ้น นักลงทุนสามารถเข้าซื้อ EUR/USD ในช่วงที่ราคาย้อนกลับมาทดสอบบริเวณช่องว่างราคา โดยตั้งเป้าหมายการขายที่ระดับ 1.1900 และวางจุดตัดขาดทุนที่ 1.1780 (ต่ำกว่าราคาปิดในวันจันทร์)
ข้อควรระวังในการเทรดช่องว่างราคา
แม้ว่าช่องว่างราคาจะเป็นโอกาสที่น่าสนใจ แต่นักลงทุนต้องคำนึงถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นด้วย เช่น:
- ความผันผวนของราคา – ช่องว่างราคามักจะเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดมีความผันผวนสูง ซึ่งอาจส่งผลให้นักลงทุนได้รับผลขาดทุนที่มากกว่าที่คาดไว้
- ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง – ในบางครั้งช่องว่างราคาอาจทำให้เกิดช่องว่างของสภาพคล่อง (Liquidity Gap) ซึ่งอาจส่งผลให้นักลงทุนไม่สามารถเข้าออกจากตำแหน่งได้ในราคาที่ต้องการ
- ความเสี่ยงด้านช่องว่างราคาย้อนกลับ – ในบางกรณี ช่องว่างราคาอาจจะถูกปิดทันทีหลังจากเกิดขึ้น ทำให้นักลงทุนไม่ได้รับประโยชน์ตามที่คาดหวัง
คำถามที่พบบ่อย
1. ช่องว่างราคามักเกิดขึ้นในช่วงไหนบ้าง?
ช่องว่างราคามักเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ตลาดปิดทำการ เช่น ในช่วงปิดทำการเย็นวันศุกร์ถึงเปิดทำการเช้าวันจันทร์ หรือในช่วงปิดทำการวันหยุดต่างๆ เนื่องจากอาจมีเหตุการณ์สำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคาสกุลเงินเกิดขึ้น
2. ควรใช้ช่องว่างราคาในการเข้าสู่ตลาดอย่างไร?
นักลงทุนควรใช้ช่องว่างราคาเป็นจุดเข้าสู่ตลาดตามแนวโน้มของราคา โดยเข้าซื้อในช่วงที่ราคาย้อนกลับมาทดสอบบริเวณช่องว่างราคาในกรณีของช่องว่างขาขึ้น หรือเข้าขายในช่วงที่ราคาย้อนกลับมาทดสอบบริเวณช่องว่างราคาในกรณีของช่องว่างขาลง
3. ควรใช้ช่องว่างราคาร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ หรือไม่?
การใช้ช่องว่างราคาร่วมกับเครื่องมืออื่นๆ เช่น ดัชนีเทคนิค สัญญาณเทรด หรือแนวรับ-แนวต้าน จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจเข้าสู่ตลาด และจัดการความเสี่ยงได้ดียิ่งขึ้น
สรุป
ช่องว่างราคาในตลาดฟอเร็กซ์เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำ และสามารถนำมาใช้เป็นโอกาสในการเข้าสู่ตลาดได้ หากนักลงทุนเข้าใจถึงลักษณะและชนิดของช่องว่างราคาแต่ละประเภท รวมถึงวิธีการใช้ประโยชน์จากมัน แต่นักลงทุนต้องตระหนักถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นด้วย เช่น ความผันผวนของราคา ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และความเสี่ยงด้านช่องว่างราคาย้อนกลับ ดังนั้นการใช้เครื่องมือและกลยุทธ์ที่เหมาะสมจะช่วยให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงช่องว่างราคาและจัดการความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เปิดบัญชีกับเรา
