การใช้ Pivot Points ในการเทรดรายวัน
การเทรดรายวัน (Day Trading) เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่มุ่งเน้นการสร้างผลกำไรจากการเคลื่อนไหวของราคาในระยะสั้น โดยใช้เครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคเป็นสำคัญ หนึ่งในเครื่องมือที่ได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุนรายวันคือ Pivot Points ซึ่งช่วยให้นักลงทุนสามารถระบุระดับการสนับสนุน (Support) และแรงต้าน (Resistance) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้การตัดสินใจเข้าออกตลาดมีความแม่นยำยิ่งขึ้น
หลักการพื้นฐานของ Pivot Points
Pivot Points คือ จุดที่ราคาสินทรัพย์ทางการเงินสามารถเปลี่ยนแนวโน้มได้ โดยคำนวณจากราคาเปิด ราคาปิด และราคาสูงสุด-ต่ำสุดของวันก่อนหน้า และนำมาใช้ในการคาดการณ์แนวโน้มราคาในวันปัจจุบัน ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่:
- ระดับ Support – ระดับราคาที่ราคาอาจจะหยุดการปรับตัวลง และเริ่มปรับตัวขึ้น
- ระดับ Pivot – ระดับราคาที่เป็นจุดเปลี่ยนแนวโน้ม
- ระดับ Resistance – ระดับราคาที่ราคาอาจจะหยุดการปรับตัวขึ้น และเริ่มปรับตัวลง
การคำนวณ Pivot Points มีหลากหลายวิธี แต่วิธีที่นิยมใช้กันมากที่สุดคือ:
- Pivot Point = (ราคาปิดวันก่อน + ราคาสูงสุดวันก่อน + ราคาต่ำสุดวันก่อน) / 3
- Support 1 = (2 × Pivot Point) – ราคาสูงสุดวันก่อน
- Resistance 1 = (2 × Pivot Point) – ราคาต่ำสุดวันก่อน
- Support 2 = Pivot Point – (Resistance 1 – Support 1)
- Resistance 2 = Pivot Point + (Resistance 1 – Support 1)
วิธีใช้งาน Pivot Points ในการเทรดรายวัน
การนำ Pivot Points มาใช้ในการเทรดรายวันนั้น มีขั้นตอนดังนี้:
- วิเคราะห์ Pivot Points ของวันก่อนหน้า – ระบุระดับ Support, Pivot และ Resistance จากการคำนวณ
- ติดตามการเคลื่อนไหวของราคาในวันปัจจุบัน – สังเกตว่าราคาจะสามารถยืนอยู่เหนือระดับ Support หรือต่ำกว่าระดับ Resistance ได้หรือไม่
- ตัดสินใจเข้าสถานการณ์เทรด – หากราคายืนอยู่เหนือระดับ Support ให้พิจารณาสถานการณ์ซื้อ, หากราคาเคลื่อนตัวต่ำกว่าระดับ Resistance ให้พิจารณาสถานการณ์ขาย
- ตั้งระดับ Stop Loss และ Take Profit – ใช้ Pivot Points ในการกำหนดระดับ Stop Loss และ Take Profit ที่เหมาะสม
- ปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์ – ตรวจสอบและปรับกลยุทธ์การเทรดตลอดเวลาเพื่อให้สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของราคา
ตัวอย่างการใช้ Pivot Points ในการเทรดจริง
ในวันที่ 1 มกราคม 2565 ราคาปิด = 1.2500, ราคาสูงสุด = 1.2550, ราคาต่ำสุด = 1.2450 ของคู่สกุลเงิน EUR/USD
- คำนวณ Pivot Points:
- Pivot Point = (1.2500 + 1.2550 + 1.2450) / 3 = 1.2500
- Support 1 = (2 x 1.2500) – 1.2550 = 1.2450
- Resistance 1 = (2 x 1.2500) – 1.2450 = 1.2550
- Support 2 = 1.2500 – (1.2550 – 1.2450) = 1.2400
- Resistance 2 = 1.2500 + (1.2550 – 1.2450) = 1.2600
- ติดตามการเคลื่อนไหวของราคาในวันถัดไป (2 มกราคม 2565):
- ราคาเปิดที่ 1.2480 และสามารถยืนอยู่เหนือระดับ Support 1 ที่ 1.2450
- ราคาปรับตัวขึ้นมาแตะ Resistance 1 ที่ 1.2550 และสามารถยืนอยู่ได้
- ตัดสินใจเข้าสถานการณ์เทรด:
- ในกรณีนี้ จะพิจารณาเข้าสถานการณ์ซื้อที่ระดับ Support 1 โดยตั้ง Stop Loss ที่ระดับ Support 2 และ Take Profit ที่ระดับ Resistance 1
- ผลการเทรด:
- ราคาสามารถปรับตัวขึ้นมาถึง Resistance 1 ที่ 1.2550 และผู้เทรดสามารถสร้างกำไรได้ตามเป้าหมาย
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ Pivot Points
- การคำนวณ Pivot Points ไม่ถูกต้อง – ควรตรวจสอบสูตรการคำนวณให้แน่ใจว่าถูกต้อง
- การตั้ง Stop Loss และ Take Profit ไม่เหมาะสม – ควรใช้ Pivot Points ในการกำหนดระดับเหล่านี้ให้สอดคล้องกับสถานการณ์
- การปรับกลยุทธ์ไม่ทันเหตุการณ์ – ต้องตรวจสอบและปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ตลอดเวลาเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของราคา
- การใช้ Pivot Points เพียงอย่างเดียว – ควรใช้ Pivot Points ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่นๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตัดสินใจเข้าออกตลาด
- การติดตามข้อมูลไม่สม่ำเสมอ – ควรติดตามข้อมูลราคาและการเปลี่ยนแปลงของ Pivot Points อย่างสม่ำเสมอ เพื่อปรับกลยุทธ์ให้ทันเหตุการณ์
เคล็ดลับจากมืออาชีพ:
- ใช้ Pivot Points ร่วมกับเครื่องมือวิเคราะห์อื่นๆ เช่น Moving Averages, MACD, RSI เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการวิเคราะห์
- ตั้งค่าแจ้งเตือนเพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของราคาให้สอดคล้องกับ Pivot Points
- ปรับขนาดสัญญาและจำนวนครั้งในการเข้าออกตลาดให้เหมาะสมกับกลยุทธ์และระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- บันทึกผลการเทรดและวิเคราะห์ว่าจุดใดที่สามารถปรับปรุงได้
- ทบทวนและปรับกลยุทธ์การใช้ Pivot Points อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพตลาดปัจจุบัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
- Pivot Points สามารถใช้ได้กับสินทรัพย์ประเภทใดบ้าง?
Pivot Points สามารถใช้ได้กับสินทรัพย์ทางการเงินทุกประเภท เช่น คู่สกุลเงิน, ดัชนีหุ้น, สินค้าโภคภัณฑ์ และ Cryptocurrency
- ควรใช้ระดับ Support และ Resistance ระดับใดในการเทรด?
ควรใช้ระดับ Support 1 และ Resistance 1 เป็นหลัก เนื่องจากเป็นระดับที่มีการทดสอบและยืนระดับมากที่สุด ส่วนระดับ Support 2 และ Resistance 2 ใช้เป็นจุดสำรองเมื่อราคาทะลุผ่านระดับแรก
- การใช้ Pivot Points ควรคำนึงถึงปัจจัยใดบ้าง?
ควรคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพคล่องของตลาด ความผันผวนของราคา การเปิดเผยข้อมูลสำคัญ และปัจจัยพื้นฐานอื่นๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของราคา
สรุป
Pivot Points เป็นเครื่องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที่มีประโยชน์อย่างมากสำหรับนักเทรดรายวัน โดยช่วยให้สามารถระบุจุดสนับสนุน (Support) และแรงต้าน (Resistance) ได้อย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยให้การตัดสินใจเข้าออกตลาดมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น อย่างไรก็

